Articles

[Review] Bayonetta 2

10 Apr 18, 12:35 Game Review
[Review] Bayonetta 2
  • แพลตฟอร์ม : WIIU, NS
  • คะแนน : 10/10 (ESSENTIAL)

Bayonetta 2 ถึงจะเป็นเกมเก่าตั้งแต่แพลตฟอร์ม Wii U แต่ล่าสุดตัวเกมก็ได้เดินทางมาถึง Nintendo Switch แล้ว ด้วยรูปแบบตัวเกมทุกสิ่งส่วนที่เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน และนี่คือรีวิวเกี่ยวกับมัน โดย Bayonetta 2 เป็นเกมที่จะให้ความรู้สึกเหมือนกับเกมอย่าง Devil May Cry และ Ninja Gaiden แต่มันกลับโดดเด่นด้วยมุมมองที่น่าอัศจรรย์ และความสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ มันถูกแสดงออกอย่างบริสุทธิ์ในฐานเกม Action ผ่านตัวละครที่โดดเด่น ผสานไปกับรูปแบบการต่อสู้ที่คมชัด และดูสนุกสนานสุดๆ สำหรับโลกแห่งวีดีโอเกม ซึ่งเพียงไม่กี่นาทีที่เราสัมผัสตัวเกม เราจะได้กระโดดไปมาตามยอดอาคาร ตบกับเหล่าเทวดาสีทอง และปะทะกับบอสร่างมหึมา แน่นอนว่าสำหรับผู้เล่นใหม่ๆ ก็คงจะรัวปุ่มตามความรู้สึก แต่เชื่อเถอะมันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว

ทั้งนี้ตัวเกมค่อนข้างจะมีการควบคุมที่เบสิค (Y เพื่อยิง, X เพื่อต่อย) โดยเกมอย่าง Bayonetta ไม่คิดจะยุ่งยากอย่างการจับเราเข้าสอนวิธีการเล่นแต่อย่างใด และนั่นจะทำให้เราได้ทดสอบ ทดลอง และพยายามเอาตัวรอดให้ได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือพยายามสร้างคอมโบที่ตนเองถนัดขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นคุณก็จะชำนาญขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองแต่อย่างใด เพราะตัวเกมได้ทำการจัดระดับความยาก หรือศัตรูที่เราต้องปะทะไว้เป็นลำดับอยู่แล้ว เพื่อกระตุ้นให้เราเรียนรู้คอมโบใหม่ๆ และพัฒนาทักษะของตัวเอง สำหรับด้านการสำรวจ ตัวเกมค่อนข้างจะใส่มาน้อย แต่ก็ยังมี และถือเป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับการค้นหาอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามตัวเกมเน้นความเร็วและความต่อเนื่องเป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับใครที่ปรับตัวให้เข้ากับความเร็วของตัวเกมไม่ทัน ความตายก็สามารถมาหาได้อย่างง่ายดาย แต่การเรียนรู้จะทำให้เรารู้สึกถึงความสำเร็จ และได้รับรางวัลที่แท้จริง

ทั้งนี้เมคานิคการต่อสู้ของ Bayonetta 2 แทบไม่ต่างอะไรจากภาคแรก ทุกอย่างจะเริ่มจากการต่อย แตะไปยังศัตรู ซึ่งสามารถแสดงออกมาได้เห็นถึงความงดงามที่น่าหรือเชื่อได้ผ่านการเคลื่อนไหวของตัวละคร และระบบการต่อสู้ที่มุ่งเน้นไปด้านสกิล และความเร็วในการตอบสนองเป็นหลัก โดยสิ่งใหม่ๆ ที่มาใน Bayonetta 2 ก็คือ Umbran Climax เทคนิคการต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถปลดปล่อยพลังโจมตีทั้งต่อย และแตะ หรือเรียกปีศาจออกมาได้ แต่เราจำเป็นต้องมีเกจเวทมนต์ที่สมบูรณ์เสียก่อน เพื่อทำการใช้ Umbran Climax แน่นอนว่ามันจะเพิ่มพลังโจมตีให้เราอย่างเห็นได้ชัด แถมยังฟื้นฟูพลังชีวิตของเราได้อีกด้วย มันจึงมีประโยชน์มากๆ ในขณะที่เราอยู่ระหว่างต่อสู้

แต่ทุกอย่างจะไร้ค่าทันทีถ้าไม่มี Witch Time เมคานิคในการหลบการโจมตีที่จะทำการควบคุมเวลารอบๆ ตัวให้ช้าลง ซึ่งเมื่ออยู่ในช่วงเวลานี้จะทำให้เราสามารถปลดปล่อยการโจมตีอย่างต่อเนื่อง หรือเลือกที่จะป้องกันได้ในทันที และนั่นทำให้ Witch Time เปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ของตัวเกมที่น่าประทับใจอยู่แล้ว ไปสู่การเต้นรำแห่งความบ้าคลั่ง หรือท่วงท่าสุดโหดที่ทำให้เราได้เห็นเลือดสาดกระเด็น แน่นอนว่าเวลา หรือความเร็วในการตอบสนองของเกมเกมนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ แต่ต่อให้เราไม่ชำนาญ หรือไม่สามารถสร้างคอมโบเด็ดๆ ออกมาได้ Witch Time ก็มีความเรียบง่ายมากพอที่จะทำให้การต่อสู้ของเราแสดงผลออกมาได้อย่างน่าประทับใจ Bayonetta 2 สามารถสร้างความสมดุลระหว่างความง่าย และความลึกออกมาได้โดยไม่ต้องมีมิสชั่น หรือเทรนนิ่งที่ซับซ้อนใดๆ ด้วยคอมโบที่เรียบง่ายเพียงไม่กี่แบบ และการกะจังหวะที่ดีร่วมไปกับ Witch Time อีกทั้งความโดดเด่นด้านคอมโบกลางอากาศ และปล่อยพลังความบ้าคลั่งออกมาได้จนเกินขีดสุด ไม่นานคุณจะรู้สึกช่ำชองในทุกสิ่ง ซึ่งนั่นจะทำให้คุณแทบไม่โดนการโจมตีใดๆ เลย และด้วยความลื่นไหลของตัวเกม มันก็แทบจะทำให้เราวางจอยไม่ลงเลยเชียวละ

Bayonetta 2 สามารถควบคุมอารมณ์ Action ของตนเองให้ไม่ตกลงได้อย่างน่าทึ่ง และแตกต่างจากภาคแรก ตัวเกมจะไม่ค่อยให้เราได้พักนานนักในระหว่างสำรวจเมืองขนาดใหญ่ และจะโยนเราเข้าสู่ดงการต่อสู้ที่งดงามอย่างรวดเร็ว คัทซีนถูกทำมาอย่างรวบรัด ซึ่งช่วยให้เราหันไปโฟกัสกับฉากต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ ตัวละครแต่ละตัวในเกมล้วนโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ Bayonetta เธอคือนางเอกที่มีเสน่ห์ และทรงพลังที่สุด และทำให้เรื่องราวภายในเกมไม่ได้รู้สึกเครียดแต่อย่างใด (แม้มันจะเป็นสงครามที่จะตัดของการจะอยู่รึไปของโลกก็ตาม) ทั้งนี้เรื่องราวต่างๆ ภายในเกมเมื่อถูกนำมาประติดประต่อเข้าด้วยกัน คุณจะพบว่ามันดูไร้สาระมากๆ แต่มันกลับลงตัว และสามารถผลักเราเข้าสู่สงครามด้านเชื้อชาติได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อถึงช่วงหลังของตัวเกม สิ่งต่างๆ ก็จะลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนถึงตอนจบมันก็ถูกจารึกไว้แล้วว่าเป็นหนึ่งในเกม Action สุดมันส์ในตำนาน แต่น่าเสียดายที่ต่อให้เราเล่นเกมนี้จบไปแล้ว เราก็ยังคงวางจอยไม่ลงอยู่ดี เพราะในเกม ยังมีอะไรให้เราได้เข้าไปค้นหาในเรื่องราวแต่ละบท อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน อาวุธที่สามารถพาเราเข้าสู่คอมโบ และพลังใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลาย จนรวมไปถึงความท้าทายในการปราบศัตรูด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากจะลองดูไหม...

ช่วงที่จบเกมไปแล้ว เรายังสามารถเข้าไปเล่นเพื่อเก็บสถิติต่างๆ ได้อย่างไม่รู้เบื่อ รวมไปถึงการออกล่า Nintendo-based Easter eggs และชุดคอสตูมเท่ห์ๆ หลายๆ อย่าง ซึ่งของที่ได้แต่ละอย่างมันก็คุ้มค่ากับความพยายามของเราเป็นอย่างมาก และถ้าคุณเล่นคนเดียวจนช่ำชองแล้ว ตัวเกมก็ยังมีโหมด Tag Climax หรือโหมดเล่น Online 2 ผู้เล่นให้เราได้สัมผัสเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งในโหมดนี้เราจะได้พบกับมอนสเตอร์ที่ไม่มีอยู่ในเนื้อเรื่อง และเป็นโหมดที่ดีสำหรับการฟาร์มเงิน โดยสามารถนำเงินที่คุณมีไปเดิมพันกับคู่ต่อสู้ของเราในการท้าทำสถิติต่างๆ ผ่านการแข่งขันยาวถึง 6 รอบ แล้วด้วยการแชร์ Witch Time และ Umbran Climax ทำให้มันต้องเล่นกันเป็นทีมจริงๆ รวมไปถึงเดิมพัน ที่ยิ่งวางสูงเท่าไหร่ ความท้าทายก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

Bayonetta 2 เป็นเกมต่อสู้ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเชี่ยวชาญ มันนำเสนอความสนุกอย่างบ้าคลั่งออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเราต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเก็บทุกสิ่งอย่าง Bayonetta 2 สามารถสร้างเพดานของเกมแนว Action ให้ขยับสูงขึ้นไปอีกระดับนึงแล้ว

แหล่งที่มา gamespot.com/

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service