Articles

[Review] Dynasty Warriors 9

10 Apr 18, 12:38 Game Review
[Review] Dynasty Warriors 9
  • แพลตฟอร์ม : PS4
  • คะแนน : 7/10 (GOOD)

เรื่องราวของ 3 ก๊กนี้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ Dynasty Warriors ภาคแรกที่อยู่บนแพลตฟอร์ม PlayStation ซึ่งด้วยรูปแบบการเล่น จนไปถึงแกนหลักของเนื้อเรื่องนั้น แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย ยกเว้นภาคล่าสุดนี้อย่าง Dynasty Warriors 9 ที่แทบจะพลิกตัวเกมมากลายเป็นเกมรูปแบบใหม่ แต่ก็ยังคงรูปแบบเกมอย่างความเป็นมุโซไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนทหาร หรือรูปแบบการเล่นอื่นๆ ยกเว้นตัวแมปที่เปลี่ยนไหม่เป็นแบบ Open World แค่นี้ก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันแปลกใหม่เป็นอย่างมากแล้วสำหรับเกมเกมนี้ ในด้านเนื้อเรื่องของตัวเกม จะถูกนำเสนอออกมาผ่านตัวละครกว่า 80 ตัวจาก 4 ตละกูลสำคัญภายในเกมอย่าง Wei, Wu, Shu, และ Jin อย่างไรก็ตามช่วงแรกเราจะถูกจำกัดไว้ให้เลือก 3 ตัวละครหลักของ 3 ก๊กอย่าง Cao Cao, Sun Jian, และ Liu Bei

ภายในเกมจะให้เราเล่นผ่านไปทีละบท และเพิ่มจำนวนตัวละครเข้ามาเรื่อยๆ เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมุมมองของแต่ละตัวละคร ล้วนถูกทำออกมาให้เสมอกัน ซึ่งมันก็ดูน่าสนใจ และน่าผิดหวังไปพร้อมๆ กัน โดยการมองเรื่องราวผ่านหลายๆ มุมมอง มันทำให้เรารู้สึกหลงใหลไปประวัติศาสตร์ในมุมที่เราไม่รู้ แต่นั่นก็หมายถึงว่าเราจะต้องเล่นภารกิจเดิมๆ ซ้ำๆ กันหลายสิบรอบ และนั่นอาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด และรู้สึกจำเจเป็นอย่างมาก โชคดีที่อาวุธ ไอเทม หรือม้าที่เราได้รับจากภารกิจจะทำให้เราหายเบื่อจากปัญหานี้

สำหรับด้านความเป็น Open World ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ตัวเกมมีความโดดเด่นขึ้นมาในหลายๆ ด้านทีเดียว โดยเฉพาะภารกิจที่อยู่ภายในเกม มันจะถูกเปลี่ยนใหม่ เพราะเราสามารถรับได้ผ่านตัวละครต่างๆ ที่อยู่ในโลก ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเมือง หรือภูมิทัศน์ ทั้งนี้ก็ใช่ว่าเราต้องเหนื่อยวิ่งหาเควสไปทั่วโลก เพราะตัวเกมได้เตรียมทางลัดไว้ให้เราแล้วผ่านตัวเลือก Quest ในหน้าเมนูหลัก แต่ทั้งนี้การเดินทางจากพื้นที่หนึ่ง ไปยังพื้นที่อีกแห่งหนึ่ง จะทำให้เราได้พักก่อนต้องต่อสู้ในแต่ละครั้ง โดยการทำสิ่งต่างใน Open World ยังส่งผลไปถึงภารกิจหลักได้อีกด้วย ส่วนซัพเควสต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้เพื่อปรับระดับของตัวละคร ให้สามารถผ่านภารกิจที่ยากกว่าระดับของตนเองได้ สำหรับการต่อสู้ในโลกแบบ Open World การปะทะกันในแนวหน้า จะมีผลถึงจำนวนทหารที่เราต้องปะทะด้วยในภารกิจต่อๆ ไป ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามการเล่นของเรา แต่ทั้งนี้มันจะยิ่งสำคัญมากถ้าเราเล่นตัวเกมในระดับความยากสูงๆ

ทั้งนี้ถ้าเราเลือกเดินทางเพื่อไปแนวหน้าเอง เรามีโอกาสที่จะได้พบกลุ่มโจรที่เป็นอันตราย ซึ่งเป็นอันดีที่เราจะกำจัดมัน รวมไปถึงสัตว์ป่าต่างๆ ที่เราจะได้ออกล่าเพื่อเก็บไอเทมที่จำเป็นๆ อย่างไรก็ตามแม้ตัวเกมจะมีกิจกรรมมากมายให้เราได้เล่น ไม่ว่าจะล่าสัตว์ หรือตกปลา แต่มันก็ไม่ได้มีเสน่ห์เพียงพอในตัวเองให้เราได้อยากทำแต่อย่างใด เพียงแต่ถ้าไปผสมกับระบบอื่นๆ มันสามารถใช้เพิ่มพลัง หรือบัฟให้กับเราได้หลังจากการกินอาหาร ผ่านการทำอาหารที่ Teahouse และเราจะยังได้รับไอเทมสุดพิเศษจาก Dilettante ผ่านการออกล่าสัตว์ หรือเป็นที่ไว้สำหรับฟาร์มเงินก็ยังได้ ซึ่งเงินสำคัญมากๆ ที่จะใช้สำหรับซื้อไอเทม หรือพิมม์เขียวในการสร้างสิ่งต่างๆ

ในด้านตัวแมปที่มาในรูปแบบของ Open World ซึ่งเป็นครั้งแรกของซีรีย์เกมเกมนี้ เรียกได้ว่าทำออกมาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว มันงดงาม มีความแตกต่างทางด้านเวลา กว้างขวาง และมีสภาพแวดล้อมอันหลากหลาย รวมไปถึงยังต่อเนื่องอีกด้วย มันทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินไปกับการขี่ม้าท่องไปยังบรรยากาศที่หลากหลายตามธรรมชาติ มีกลางวันกลางคืน ภูมิอากาศที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังมีผลต่อการต่อสู้ภายในเกม เช่นทหารจะไม่เดินทัพในเวลากลางคืน และถ้าอากาศไม่ดีการเดินทัพก็จะช้าลงเป็นต้น อย่างไรก็ตามการเป็น Open World ก็มีผลต่อการโหลดตัวเกม โดยเฉพาะเมืองและพระราชวัง ซึ่งมีความซับซ้อนสูง สามารถจะทำให้เกิดการโหลดผิดพลาดในตอนแรกได้เลย และเราจะเห็นสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งต่างๆ กลายเป็นเพียงก้อนวัตถุก้อนหนึ่งเท่านั้น และนอกเหนือจากรูปทรงเรขาคณิตที่สามารถปรากฏขึ้นมาได้แบบสุ่มแล้ว ข้อบกพร่องทางกราฟฟิกของ Dynasty Warriors 9 อาจเห็นได้ชัดที่สุดในชุดเครื่องแต่งกายของตัวละคร หากเราซูมเข้าไปไกล้ๆ เราจะเห็นได้ทันทีว่ามันไม่ชัดเจน รวมไปถึงปัญหาทางด้านอนิเมชั่น และสียงพากย์ภาษาอังกฤษ ก็อาจทำให้คัทซีนของตัวเกมดูหยาบไปเลยก็ได้

ทั้งนี้ถ้าหากใครเล่นตัวเกมบน PlayStation 4 Pro คุณจะได้เลือกว่าจะเน้นกราฟฟิกไปทางด้านไหน คือ เน้นละเอียดงดงาม หรือเน้นไปที่อัตราเฟรมเรทเป็นหลัก ถ้าเลือกเน้นละเอียดงดงามเฟรมเรทจะล็อคอยู่ที่ 30 เฟรมเรท แต่ถ้าเลือกอีกอย่าง เฟรมเรทจะสูงขึ้นถึง 60 เฟรมเรท สำหรับด้านการต่อสู้ ตัวเกมยังคงฉายความเป็น Dynasty Warriors ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ เรายังกระทืบทหารได้อย่างง่ายดาย และต่อให้คุณเล่นมันมานานกว่า 50 ชั่วโมง คุณก็ยังรู้สึกตื่นเต้นกับความอลังการที่ได้กระทืบทหารให้กระเด็นได้อยู่ดี เสียงมีการปรับให้ได้ความรู้สึกของเกม Action มากขึ้นกว่าเดิม การต่อสู้บนหลังม้ายังคงให้ความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีมากนัก แต่ถ้าสู้แบบปกติละก็ ถือว่ายอดเยี่ยม ส่วนการสู้กับบอสของเกมเกมนี้นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันซักเท่าไรเลย

อย่างไรก็ตาม Dynasty Warriors 9 ก็ถือเป็นภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงสุด การใส่ความเป็น Open World เข้ามา ทำให้ตัวเกมมีช่องว่างซึ่งช่วยให้ตัวเกมมีการไหลเวียนที่ดีขึ้นของเรื่องราวต่างๆ และถึงแม้ตัวเกมจะมีปัญหาด้านกราฟฟิก การต่อสู้ขาดการควบคุมที่หลากหลาย แต่มันก็ยังคงมอบความสนุกให้กับเราได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่นี่มันก็ยังไม่ใช่ความต้องการของเหล่าแฟนๆ และมันก็เป็นเพียงของใหม่ที่น่าเข้ามาทดสอบเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service