Articles

[Review] God Of War

2 Jun 18, 11:41 Game Review
[Review] God Of War
  • แพลตฟอร์ม : PS4
  • คะแนน : 9/10 (SUPERB)

ซีรีย์ God of War เริ่มแรกเดิมทีมันเกิดขึ้นมาในยุคปี 2005 และกว่า 10 ปีได้ ที่ Sony แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการผสานหลายๆ อย่างเข้าสู่ซีรีย์นี้ ซึ่งนั่นทำให้ God Of War ภาคใหม่ก้าวสู่ความเป็นเกม RPG แบบ Open World อีกทั้งยังมุ่งเน้นไปยังตำนานนอร์ส และลบภาพเทพเจ้ากรีกในภาคก่อนๆ ออกไปแทบหมดสิ้น เหลือไว้เป็นเพียงตำนานเรื่องเล่าฉากหลังของโลกเท่านั้น อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ไม่ได้แสดงว่าซีรีย์ God of War กำลังจะจบลงแต่อย่างใด แต่มันคือการนำ DNA ของซีรีย์มาถ่ายทอดสู่เกมรูปแบบใหม่แทน โดยเฉพาะสัญลักษณ์ของซีรีย์ Kratos ได้เปลี่ยนแปลงจากรูปลักษณ์แห่งความโกรธไปสู่ความเป็นพ่อที่น่าเคารพ แต่ก็ยังมีบางส่วนของเขา ที่ยังคงไว้ซึ่งความรุนแรง และความโกรธอยู่ แต่อย่างไรก็ตามกับลูกชายของเขา Atreus เขาได้ปิดบังซึ่งความโหดร้ายนั่นเอาไว้ และกลายเป็นพ่อที่ทำการปกป้อง และสั่งสอนลูกรักของเขาแทน

การเห็น Kratos ดูแลความรู้สึกลูกของตน มันก่อเกิดอารมณ์ที่อึดอัดไม่น้อยทีเดียวในช่วงต้นๆ แต่ด้วยเรื่องราวที่เขียนออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงที่ขับกล่อมได้ถูกจังหวะ และการเคลื่อนไหวอันไร้ที่ติ มันง่ายที่จะดูดเราให้เชื่อ และร่วมเดินทางไปพร้อมกับสองพ่อลูกนี้ เติบโตไปพร้อมกับพวกเขา โดยแม้ว่า Kratos จะมีรูปลักษณ์เหมือนครู แต่ดูเหมือนเขาจะแบกปัญหาอะไรไว้ ซึ่งความไร้เดียงสาของ Atreus คือสิ่งที่ช่วยค้ำจุนตัว Kratos เอาไว้อยู่ ส่วน Atreus นั้นประสบปัญหาด้านสุขภาพ และนั่นอาจจะเปลี่ยน Atreus ไปเป็นอะไรก็ได้ ถ้าอยู่นอกจากคำชี้แนะและการสั่งสอนของ Kratos

Atreus เกิดขึ้นมาอยู่ในป่าที่รายล้อมไปด้วยความอันตราย และถูกทำให้เข้าใจเพียงเท่านั้น จนเขาได้รู้ความจริง ว่าดินแดนนี้ถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าเทพเจ้า และถูกคุ้มครองเอาไว้อยู่ โดยสิ่งที่ขับเคลื่อนเกมเกมนี้ และการเดินทางของสองพ่อลูกก็คือการตายของตัวละครผู็เป็นแม่ของ Atreus ที่ปราถนาจะให้ขี้เถ้ากระดูกของตนถูกโปรยปรายอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในแผ่นดิน แน่นอนว่าการเดินทางย่อมมีอุปสรรค แต่ดูเหมือนว่าพวกปีศาจในป่าดูจะไม่โหดร้ายพอ ตัวเกมจึงส่งเหล่าตัวแทนของเทพเจ้ามาขัดขวางภารกิจของพวกเขาเพิ่มไปด้วย และนั่นคือสิ่งที่เหล่าแฟนซีรีย์รอจากเกมอย่าง God Of War

จากภาคก่อนๆ God Of War คือผลงานที่รวมไว้ซึ่งเทคนิค และศิลปะ มันคือหนึ่งในเกมคอนโซลที่ดีที่สุดในอดีต กับทุกฉากที่น่าทึ่ง และเหล่าตัวละครจากในตำนาน ทำให้ตัวเกมแสดงความน่าสนใจออกมา และสร้างความประทับใจด้วยรายละเอียดต่างๆ ที่เติมเต็มกันจนสมบูรณ์ โดยสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเราจะสามารถเห็นมันได้จากร่ายกายของ Kratos และอาวุธที่ดูผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน ซึ่งสอดคล้องไปถึงสภาพแวดล้อมที่ถูกออกแบบ และเขียนโครงสร้างโดยรวมออกมาได้เป็นเหตุและผลกันอย่างชัดเจน โดยการเดินทางของสองพ่อลูกส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่ชื่อว่า Midgard ที่นี่มีทะเลสอบกว้างใหญ่ที่เราสามารถนั่งเรือแคนูออกสำรวจสิ่งต่างๆ แนวชายฝั่งที่เต็มไปด้วยพัซเซิล ศัตรูที่ดูน่ากลัว และการเข้าสู่พื้นที่หลักของตัวแมป ซึ่งภารกิจของเราส่วนใหญ่จะนำเราไปยังสถานที่เหล่านี้ และตลอดเส้นทาง เราอาจได้พบเส้นทางแบบปิด และมีสมบัติซ่อนเอาไว้อยู่ ซึ่งจะมีพื้นที่กว้างๆ เตรียมไว้เสมอ โดยเส้นทางต่างๆ เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้น่าสนใจ และมันยังกระตุ้นให้เราอยากสำรวจเสียด้วย ซึ่งมันยังได้ออกแบบให้เราย้อนกลับไปสำรวจเส้นทางเดิมได้อีกครั้ง ในตอนที่เรามีความสามารถมากขึ้นแล้ว (บางเส้นทางอาจไม่สามารถเดินทางต่อได้ หากไม่มีพลัง หรือทำเงื่อนไขได้ถูกต้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้เมื่อตัวละครเรามีความสามารถมากขึ้นในอนาคตแล้ว)

กับเด็กผู้ชายที่ต่อสู้เคียงข้างเรา เขาจะทำการยิงธนู หรือต่อสู้กับศัตรูอย่างติดๆ ขัดๆ แต่คุณจะจับมือร่วมทีมกันต่อสู้กับศัตรูต่างๆ ตลอดการเดินทาง สำหรับตัว Kratos ในภาคนี้ชอบที่จะใช้ขวานเป็นอาวุธ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก Blades of Chaos อย่างสิ้นเชิง แต่ขวานจะมาพร้อมกับพลังการขว้าง และเรียกกลับมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งถือเป็นความสามารถที่ Kratos ไม่เคยมีในอดีต อีกทั้งการเปลี่ยนไปของมุมกล้อง มันจะทำให้เราถูกจำกัดมุมมองในการมองเห็น เราจะไม่เห็นศัตรูจำนวนมากจากทุกมุมเหมือนอย่างที่เคยอีกแล้ว ตัวเกมจะใส่สัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อมีการโจมตีเข้ามา ซึ่งถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว กับประสบการณ์ที่เราจะได้รับมากขึ้นจากการต่อสู้ของเรา ทั้งนี้มันค่อนข้างยากทีเดียวที่เราจะต่อคอมโบอย่างเดียว โดยที่ตัวเราไม่เสี่ยงจะถูกโจมตีกลับ ซึ่งนั่นทำให้ฝีมือจากการเล่น God Of War ภาคก่อนๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง อย่างไรก็ตาม ขวานในมือ Kratos ก็ทรงพลังมากพอที่จะไม่ทำให้เขาเกิดอันตรายใดๆ แต่นั่นจะเกิดขึ้นเมื่อเราชินกับการใช้งานมันแล้ว และสร้างสไตล์การเล่นของตัวเองขึ้นมาได้เป็นที่เรียบร้อย

ในด้านคอมโบของ Kratos สามารถขยายขึ้นได้ด้วยการอัพสกิลในสกิลทรี และเปิดใช้งานรูนเพื่อเพิ่มปัจจัยการโจมตีทั้ง 2 อย่าง มีออปชั่นมากมายให้เราได้เลือก และทำการเรียนรู้ รวมไปถึงยังมีสกิลในการโจมตีแบบมือเปล่าอีกด้วย โดยจะมีหลายจังหวะทีเดียวที่เราจะเปลี่ยนจากขวานไปเป็นกำปั้น ซึ่งจะทำพร้อมๆ ไปกับการหลบและกลิ้งไปมา โดยการต่อสู้ใน God of War มีอยู่แล้วตั้งแต่เริ่ม และจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอะไรใหม่ๆ เสริมเข้ามา เราจะสู้กับศัตรูได้ง่ายขึ้นเมื่อเราเล่นไปนานๆ และเรียนรู้สกิลหลายๆ สกิลแล้ว ทั้งนี้เราจะแข็งแกร่งในระดับไหนก็ได้ เมื่อเราเข้าใจถึงเทคนิคในการปัดการโจมตี และการหลบการโจมตีต่างๆ

สำหรับ Atreus เป็นตัวละครที่เราไม่สามารถไปกำหนดความสามารถอะไรได้เท่ากับของทางฝั่ง Kratos แต่ยังพอมีการเพิ่มความสามารถของเขาให้เป็นไปในแบบที่เราต้องการได้อยู่ โดยลูกธนูที่เขายิงออกไปสามารถผสานเวทย์มนตร์ที่แตกต่างกันได้ และเมื่อเราอัพเกรด Atreus จนสุดเพดาน Atreus จะสามารถอัญเชิญสัตว์พิเศษออกมาช่วยสู้ เพื่อกวนศัตรู หรือรวบรวมไอเทมให้เราได้อีกด้วย ต้องขอบคุณการออกแบบปุ่มอัญชาญฉลาดของทีมงาน ที่ทำให้เราควบคุม Kratos ได้อย่างอิสระ ในขณะที่สั่งการ Atreus อยู่ในเวลาเดียวกันได้

ชุดเกราะที่ Kratos และ Atreus สวมใส่ นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าสเตตัสของตัวละครทั้ง 2 ตัว มันสามารถกำหนดธาตุให้กับตัวละครที่สวมใส่ และยังรวมไปถึงช่องสำหรับใส่ Enchantments เพื่อเอาโบนัสเพิ่มเติม โดยเราสามารถหาซื้อเกราะ หรือสร้างมันขึ้นมาได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังสามารถอัพเกรดได้โดย NPC ช่างตีเหล็กที่มีอยู่ 2 ตัวละครภายในเกม อันได้แก่ 2 คนแคระพี่น้อง Brok และ Sindri อย่างไรก็ตามแม้เราจะควบคุมตัวละครไปทั้งเกม แต่สุดท้ายจะมีหนึ่งตัวละครที่จะมาขโมยจุดเด่นของทั้ง 2 ไป นั่นก็คือ Mimir เขาเปรียบเป็นคู่มือแห่งดินแดน Midgard รวมไปถึงภายนอกและในของ Norse ทั้งนี้ตัวละครอย่าง Mimir, Brok และ Sindri ล้วนแล้วแต่เป็นตัวละครที่ถูกออกแบบมาให้ดูแข็งแกร่ง มีสเน่ห์ และดูน่าเชื่อถือ โดยตัวละครเหล่านี้นอกจากความสามารถ และหน้าที่ภายในเกมแล้ว สิ่งหนึ่งที่มันยอดเยี่ยมคือการกล่าวถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ซึ่งสามารถดึงเราเข้าไปสู่โลกของตัวเกม และประวัติศาสตร์ของมันได้อย่างไม่รู้ลืม

หากมีส่วนไหนที่จะตัดคะแนน God Of War ก็คงจะเป็นตัวภารกิจ ที่เราจะได้ปะทะกับบอสตัวสุดท้าย กับศัตรูที่เราเคยปะทะด้วยแล้วในครั้งแรก แน่นอนว่ามันเป็นตัวละครที่ดูยิ่งใหญ่จากมุมมองเรื่องราวการเล่าเรื่องภายในตัวเกม เรื่องราวถูกแก้ปรมแบบหักมุม แต่มันคือการต่อสู้ที่เราไม่ต้องการ เพราะมันเกิดการต่อสู้กับบอสใหญ่ของเกมขึ้นหลายครั้งมากๆ ตั้งแต่ทดสอบการใช้สกิล ซึ่งมีมาตลอดทั้งเกม แม้ว่ามันจะดูเป็นการปะทะกันที่ไม่ได้ยากมากนัก แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยแก่เรา

มีสองพื้นที่เสริมภายในเกม ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างตั้งใจ ที่แรกคือ Muspelheim ดินแดนที่เต็มไปด้วยลาลา และผืนดินที่ไหม้เกรียม มันคือสถานที่ที่เราต้องปราบศัตรูให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเราจัดการช้าเกินไป และยังมีศํตรูตัวอื่นยังอยู่ ศัตรูที่ตายไปแล้ว จะฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนอีกพื้นที่นึงก็คือ Niflheim มันเป็นพื้นที่ที่จะสร้างขึ้นแบบสุ่มทุกครั้งที่เราเดินเข้าไป มันเต็มไปด้วยก๊าซพิษสุดอันตราย โดยเป้าหมายในพื้นที่นี้ก็คือการอยู่รอดให้ยาวนานที่สุด ในขณะที่เราต้องสู้กับศัตรู วิ่งหาสมบัติ และรีบออกจากที่นี่ก่อนที่พิษจะฆ่าเราได้ โดยพื้นที่เสริมทั้ง 2 นี้จะเพิ่มแรวงกดดันให้แก่เรา และมันน่ากระโจนเข้าไปเล่นเป็นอย่างมาก เมื่อคุณมีฝีมือพร้อมแล้ว

สุดท้ายแล้วสิ่งต่างๆ ที่เราจะได้พบใน Midgard หลังจากจบเนื้อเรื่องเกมก็ยังมีอยู่อีกมากมาย God of War ไม่ใช่เกมที่นำเสนอแมปกว้างใหญ่แต่อย่างใด แต่มันนำเสนอความลับ และเควสจำนวนมาก God of War ยังคงเป็นซีรีย์เกมที่สมบูรณ์ มันคือเกมแอคชั่นที่น่าทึ่ง ตัวเกมจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ จากความสามารถของเราที่พัฒนาไปข้างหน้า สิ่งที่น่าประทับใจก็คือมันดำเนินไปพร้อมกับการเล่าเรื่องที่ราบรื่น เช่นอดีตของ Kratos ที่ส่งผลมาในปัจจุบัน ในตอนนี้ Kratos ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานที่สามารถคาดเดาได้ God of War ไม่ได้เป็นเกมที่ดูล้าสมัยอีกต่อไป ด้วยการรีบูตกลับมาครั้งนี้ จะทำให้ตัวซีรีย์เดินหน้าต่อไปสู่การผจญภัยที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service