Articles

[Review] Donkey Kong Country: Tropical Freeze

13 Jun 18, 10:08 Game Review
[Review] Donkey Kong Country: Tropical Freeze
  • แพลตฟอร์ม : Nintendo Switch
  • คะแนน : 9/10 (SUPERB)

Donkey Kong Country: Tropical Freeze กลับมาอีกครั้งบน Nintendo Switch หลังจากที่ตัวเกมอยู่บน Wii U มาถึง 4 ปี โดยตัวเกมยังคงไว้ซึ่งรูปแบบการเล่น และเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเหมือนต้นแบบ ซึ่งมีพร้อมทุกสิ่งที่จะมอบความสุขให้แก่เรา และความตื่นเต้นที่มีอยู่ให้ทุกเสี้ยววินาที ทั้งนี้ตัวเกมไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์ม Wii U มากนัก ซึ่งนั่นทำให้ Donkey Kong Country: Tropical Freeze เป็นเกมที่เล่นง่ายๆ และน่าแนะนำอยู่ดี ภายในเกมนำเสนอโลก 6 โลก ซึ่งมีระดับความยากแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตัวเกมสามารถให้เราผ่านด่านด้วยตัวเอกอย่าง Donkey Kong เพียงตนเดียวได้ แต่มันจะยิ่งง่ายขึ้นเมื่อเราใช้ตัวละครอื่นๆ ในการช่วยผ่านด่าน อาทิเช่น Dixie, Diddy, และ Cranky ซึ่งผู้ช่วยแต่ละตนเหล่านี้ล้วนมีความสามารถพิเศษที่จะช่วยให้เราผ่านด่านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ตัวเกมยังมีฟีเจอร์เล่นร่วมกับเพื่อนของเรา โดยจะให้อีกคนเป็นคนช่วยควบคุมตัวละครผู้ช่วยดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่าการผสานงานกันมันทำให้ตัวเกมยากขึ้นกว่าปกติทีเดียว

ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะเล่นตัวเกมในรูปแบบไหนก็ตาม ความสามารถของ Kongs ทั้งหมดจะถูกปลดปล่อยออกมาในด่านต่างๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งนั่นทำให้แม้ว่าตัวเกมจะมีกราฟฟิกสดใส๊สดใสอย่างไร เวลาเล่นจริงๆ เรากลับรู้สึกมันยาก และทำเอาหัวร้อนกันได้ง่ายๆ ทีเดียว ตัวด่านค่อนข้างจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนเราต้องใช้สัญชาตญาณในการเล่นมากกว่าการสังเกตหรือวางแผน และนั่นทำให้เกมเกมนี้ก้าวไปสู่เกมโคตรยาก ที่จะทดสอบการตอบสนองของตัวเรามากกว่าเล่นสนุกๆ แต่ด้วยความสามารถในการเล่นของเรา เราจะไม่มีปัญหามากนักกับการเล่นตัวเกมในด่านหลักๆ ซึ่งน่าจะใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมงเท่านั้น แต่เราสามารถเพิ่มความยากให้มากขึ้น กับการเพิ่มเป้าหมายในการค้นหาของสะสมต่างๆ ที่ถูกซ่อนอยู่ในฉากให้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเหรียญสำหรับใช้ซื้อสิ่งต่างๆ หรือตัวอักษรต่างๆ ที่ประกอบไปด้วย K, O, N, และ G โดยสิ่งต่างๆ ที่ซ่อนอยู่นี้จะช่วยให้เราปลดล็อกเนื้อหาโบนัส รวมไปถึงด่ายยากๆ ต่างๆ ที่อยู่ในโลกต่างๆ ทั้งนี้ของที่ซ่อนอยู่ มักจะอยู่ในจุดที่ยากเกินกว่าในปัจจุบันเราจะเข้าไปเอาได้ หรือไม่ก็เป็นการซ่อนด้วยสิ่งแวดล้อมอันชาญฉลาดของตัวฉาก

และการได้มาซึ่งไอเทมที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ ทำให้การกลับมาเล่นซ้ำเป็นอะไรที่สนุกและท้าทายมากขึ้นกว่าเดิมสำหรับตัวเกม เพราะมันแปลว่าเรามีพลังมากพอแล้วที่เราจะได้มันกลับมาครอบครอง โดยนอกจาก Tropical Freeze แล้ว ตัวเกมยังมีโหมดสำหรับ Funky Kong ซึ่งมีการเปลี่ยนกฎการเล่นต่างๆ ที่จะทำให้ตัวเกมเล่นได้ง่ายกว่าเดิม อย่างการที่ไม่โดนเข็มแหลมๆ แทง กระโดดได้ 2 ชั้น ว่ายน้ำได้อย่างไม่มีจำกัด และมาพร้อมกับพลังชีวิตที่มีมากกว่า Donkey Kong กว่าเท่าตัว เพียงแต่ว่า Funky Kong จะไม่สามารถใช้พลังของเพื่อนร่วมทีมอื่นๆ เหมือน Donkey Kong ได้เท่านั้นเอง แต่ด้วยความสามารถที่ได้มาแล้ว เอาจริงๆ เพื่อนผู้ช่วยต่างๆ ก็ไม่จำเป็นนะ ผมว่า

Funky Kong เปรียบเป็นโหมดการเล่นรูปแบบง่ายสำหรับตัวเกม Donkey Kong Country: Tropical Freeze และถือเป็นการเล่นเกมได้ในรูปแบบใหม่ๆ ได้อีกครั้ง โดยตัว Funky ค่อนข้างเป็นตัวละครที่รวดเร็ว และสามารถผ่านด่านความยากต่างๆ ได้โดยที่เราไม่ต้องห่วงมากนัก และนั่นทำให้เราลดความหัวร้อนได้มากทีเดียว รวมไปถึงมันยังทำให้ตัวเกมเป็นมิตรกลับผู้เล่นใหม่ๆ ที่ยังไม่เก่งพอจะเล่นกับตัวเกมยากๆ ได้

สำหรับการมาสู่ Nintendo Switch ทำให้ Donkey Kong Country: Tropical Freeze ค่อนข้างจะดูดีทีเดียว ด้วยเฟรมเรท 60 เฟรมต่อวินาที ในระดับความละเอียด 1080p ด้วยสีสันที่ชัดเจน และทำให้ตัวเกมมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมทีเดียว แต่ถ้าเล่นในรูปแบบแฮนด์เฮลตัวเกมจะมีความละเอียดต่ำกว่า 720p แต่ก็ไม่มีผลอะไรมากนักกับหน้าจอขนาดเล็ก ทั้งนี้แม้ว่า Donkey Kong Country: Tropical Freeze อาจไม่ใช่เกมเรือธงของค่าย Nintendo แฉกเช่นเดียวกับ Breath of the Wild หรือ Super Mario Odyssey แต่มันเป็นตัวเกมมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความท้าทาย ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างเชี่ยวชาญ

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service