Articles

[Review] The Crew 2

7 Aug 18, 19:21 Game Review
[Review] The Crew 2
  • แพลตฟอร์ม : PS4
  • คะแนน : 8/10 (GREAT)

หลังจากผ่านไป 30 ชั่วโมง The Crew 2 สร้างความทรงจำให้กับผมไว้อย่างมากมาย ตัวเกมเต็มไปเรื่องราวรอให้เราได้ทำการสำรวจและพบเจอบนโลกแบบ Open world ผ่านระบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง มันมีหลายเรื่องทีเดียวที่อยู่ในความทรงจำของผม ผ่านกิจกรรมด้านการขับขี่ยานพาหนะ และบทเพลงอันน่าอัศจรรย์ ตัวเกมในภาค 2 นี้มีความแตกต่างจากภาคแรกอยู่มากทีเดียว มันไม่ได้เป็นเกมเส้นตรงอีกต่อไป แต่เป็นเกมที่ผลักดันให้เราทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ตัวเกมก้าวหน้าต่อไป และได้รับรางวัลจากทุกสิ่งที่เราได้กระทำ ตัวเกมเปลี่ยนไปมาก และเหมือนตัวเกมจะได้ใช้ธีมจากเกม Forza Horizon ที่เปลี่ยนตัวเกมให้เป็นศูนย์กลางเทศกาลการแข่งมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งตัวเรานั้นคือมือใหม่แกะกล่อง ที่จะกลายเป็นดาวดวงใหม่ดวงต่อไป การปรับแต่งในเกมเกมนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ตัวเกมเต็มไปด้วยสีสัน และบรรยากาศที่ดูรื่นเริง มีความหลากหลายของการแข่งขันที่น่าประทับใจ บวกความวินาศสันตะโร กับการแข่งขันทั้งบนบก น้ำ และบนฟ้า

แม้ว่าตัวเกมจะโฟกัสไปที่ความสมจริง และการเลียนแบบกีฬามอเตอร์สปอร์ตทางโทรทัศน์ โดยการแข่งขันใน The Crew 2 สามารถทำให้เรากระโดดจากการแข่งขันบนสนาม ไปสู่บนฟากฟ้า หรือจะกระโดดมาขี่เรือยนต์บนเขื่อน Hoover Dam ก็ยังได้ ยังไม่หมดเท่านั้น ตัวเกมยังให้เราได้สัมผัสกับการขับรถทัวร์ความเร็วสูง หรือขี่ Motocross bikes กระโดดข้ามมเรือบรรทุกสินค้าและทางด่วน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาขับเครื่องบินรบสำหรับใช้แข่งขันต่อ นี่คือเกมที่ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศของเมื่อง Los Angeles ซึ่งมาพร้อมกับหิมะสูง 3 ฟุต เพื่อสร้างขึ้นไว้สำหรับการแข่งขันบนท้องถนนที่ดูน่าตื่นเต้นมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ในฐานะที่ตัวเกมมาในสไตล์แบบเกม Open world การแข่งขัน และความท้าทายสามารถพบเจอได้โดยเป็นธรรมชาติ ผ่านการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งบนแผนที่ อย่างไรก็ตาม เกมอย่าง The Crew 2 มากับระบบการเล่นแบบสำรวจโลก ที่เป็นเกมเพลย์หลัก ที่จะพาเราไปแข่งขันยังอีกรายการหนึ่ง ซึ่งนี่ถือเป็นข้อเสียใหญ่ของตัวเกม เพราะการแข่งขันต่าง รวมไปถึงสถานที่ที่น่าสนใจ อยู่ห่าง และกระจายกันไปโดยมาก ทั้งนี้ภายในเกมได้ทำการซ่อนกล่องที่มีชิ้นส่วนของยานพาหนะต่างๆ เอาไว้ ซึ่งเราสามารถค้นหาและเก็บนำมาใช้ได้ น่าเสียดายที่มันมีน้อยไปหน่อย และแต่ละอันก็กระจายกันอยู่ไกล๊ไกล

อย่างไรก็ตามปัญหาที่ว่ามา The Crew 2 ก็แก้ง่ายๆ ด้วยการวาปไปยังตำแหน่งนั้นๆ ได้เลย โดยตัวเกมจะมาพร้อมกับออปชั่นที่เราจะสามารถดู 120+ การแข่งขันทั้งหมดของตัวเกมได้ ซึ่งเราสามารถกดเข้าร่วมแข่งขันได้จากหน้ารายการเหล่านี้ แน่นอนว่าไม่ว่าเราอยู่ตำแหน่งไหนของโลกภายในเกม เราจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ในทันที โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตัวเกมก็ตอบสนองด้วยการโหลดตัวเกมที่ไวมากๆ ดังนั้นสำหรับใครที่ชอบการแข่งขันที่รวดเร็ว มากกว่าขับยานพาหนะชมวิวทิวทัศน์ ระบบนี้ รวมไปถึงตัวเกมตอบโจทย์ให้กับคุณได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ออปชั่นต่างๆ ในเกมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับตัวผู้เล่นโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตัวเกมใส่ใจกับการใช้เวลาของเราเป็นอย่างดี ตัวเกมมีออปชั่นความสะดวกสบายให้เราอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มแข่งขันใหม่ เมื่อเรารู้สึกว่าทำอะไรพลาดลงไปได้ในทันที ถ้าหากเราไม่อยู่ในการแข่งขัน เราสามารถเปลี่ยนยานพาหนะที่ตัวเราเป็นเจ้าของได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีระบบเซ็ตอัพ ที่ทำให้เราเลือกยานพาหนะที่ต้องการใช้ในแต่ละอย่างได้ในทันที ไม่ว่าจะรถ เรือ เครื่องบิน นอกจากนี้ยานพาหนะต่างๆ ยังมีขายอยู่ทั่วไป และเราสามารถทดลองใช้งานก่อนจะซื้อมันอีกด้่วย

The Crew 2 มีความโดดเด่นมากด้านยานพาหนะ ซึ่งแบ่งออกเป็น 14 รูปแบบด้วยกัน ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อกับการแข่งขันที่จำเจ ทั้งนี้ทั้ง 14 รูปแบบยานพาหนะจะถูกยัดไว้ในโหมดการแข่งขันของตัวเกมที่ถูกเรียก "Families" ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบด้วยกัน ประกอบไปด้วย Street การแข่งขันบนท้องถนน, Offroad การแข่งขันแบบวิบาก, Freestyle การแข่งขันแบบไม่มีข้อจำกัด, และ Pro การแข่งขันแบบเป็นทางการ ทั้งนี้ในการแข่งขันทั้งหมดของ The Crew 2 อาจไม่ได้ทำออกมาได้ดีจนถึงกับสามารถเข้าถึงได้หมด สนุก และมีเอกลักษณ์ ผมมักจะกลัวการเล่นในส่วนของโหมด grand prix และ ไม่เคยมีความคิดที่อยากจะไปเล่น power boating เลย แต่ตัวเกมจะพยายามผลักให้เราได้ลองเล่นทุกๆ อย่างให้ครบเล็กๆ น้อยๆ และแน่นอนมันเข้าถึงได้ง่ายตามเมคคานิคของเกมสไตล์อาเขต ซึ่งช่วยให้เราได้เห็นฉากที่สวยงาม และเสียงเพลงสุดสนุกมากขึ้นกว่าเดิม

เพลงประกอบฉากต่างๆ ของเกมเกมนี้ ถือเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของตัวเกมเลยก็ว่าได้ เพราะมันทำให้เรารู้สึกได้ท่องเที่ยวแบบสมจริงมากขึ้นกว่าเดิม เราอาจรับรู้ได้จากสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ตัวเกมใส่เข้ามาก็จริง แต่ยังมีรายละเอียดส่วนอื่นๆ เช่นกัน เช่นบรรยากาศภายในเมือง และเหล่าตัวละครต่างๆ ทั้งนี้ตัวเกมก็ยังคงเป็นเหมือนกับภาคแรก ตัวเกมยังไม่สามารถสร้างภาพกราฟฟิกได้ราบรื่นมากนัก แต่ตัวเกมก็ทำออกมาดีได้ในระดับนึง เมื่อเราเดินทางไปทั่วประเทศ เราจะรู้สึกได้จากการเปลี่ยนฉากต่างๆ ไปอย่างหลากหลาย ซึ่งเตรียมเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะใช้ยานพาหนะรูปแบบใด ตัวเกมจะยังคงเน้นไปที่การเดินทางที่แสนงดงามเป็นหลัก สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของเกม โดยเฉพาะน้ำ และท้องฟ้าจะดูน่าอัศจรรย์เป็นพิเศษ ซึ่งก็ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับสภาพอากาศเช่น หิมะ และฝนก็ด้วย ทั้งนี้สภาพอากาศนอกจากจะงดงามแล้ว บางครั้งมันก็เป็นอุปสรรคสำหรับเราได้อีกด้วย เช่นแสงจากดวงอาทิตย์ที่แรงเกินไป หิมะบดบังเส้นทาง หรือต้องบินผ่านหุบเขาในเวลากลางคืนเป็นต้น ทั้งนี้บางครั้งก็มีเวลาที่ภาพสะดุดบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อเราเข้าเมืองใหญ่ๆ และเราอาจไม่เห็นอาคารเมื่อเราขับยานพาหนะด้วยความเร็ว 200km / h แม้แต่ตอนขับช้าๆ ก็มีบ้างเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวันที่มีแสงจัดเป็นพิเศษ ส่วนตัวละครของเรา หรือพูดง่ายๆ ก็พวกมือที่ใช้ขับยานพาหนะ จะถูกใส่มาในรูปแบบพื้นฐานทั่วไป ซึ่งจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ในสถานการณ์ต่างๆ

ตัวเกมมีระบบอัพเกรดรถแบบ RPG เฉกเช่นเดียวกับตัวเกมในภาคแรก แต่ก็ไม่ได้เน้น หรือมีผลต่อการเล่นมากนัก ในการแข่งขันเราจะได้รับรางวัล ซึ่งจะแบ่งระดับความหายากออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ common, uncommon, rare, และ epic โดยแต่ละอย่างจะเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ของยานพาหนะต่างๆ ซึ่งจะมีหมายเลขค่าพลังระบุเอาไว้ เอาไว้สำหรับนำไปบวกกับอะไหล่รถชิ้นๆ อื่นเพื่อแสดงออกมาเป็นค่าพลังของยานพาหนะลำนั้นๆ ซึ่งถือเป็นระบบที่มีประโยชน์เล็กน้อย ใช้สำหรับให้เราสามารถคัดเลือกชิ้นส่วนที่จะมาติดยานพาหนะของเราได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ทั้งนี้เมื่อดูจากระบบต่างๆ ทำให้ระบบอัพเกรดชิ้นส่วนของเกมเกมนี้ดูดรอปลง เพราะเราจะได้รับอะไหล่ยานพาหนะมากจากทุกการแข่งขัน ดังนั้นเราแค่หาอะไหล่ที่มีค่าพลังสูงๆ มาใช้ก็เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตามหากในยานพาหนะเดียวกัน เราดันมียานพาหนะมากกว่า 1 คัน และอยากจะสลับเปลี่ยนนำมาใช้ การถอดชิ้นส่วนจากยานพาหนะอีกอย่าง มาใส่อีกอย่างมันก็ดูน่ารำคาญไม่น้อยทีเดียว

ในด้านระบบเกียร์ของตัวเกม การมีมันเหมือนเป็นอุปสรรคการเล่นหนึ่งของเกมเกมนี้ อีกอุปสรรคหนึ่งของตัวเกมก็คือค่าต้นทุนของยานพาหนะ ที่เราจำเป็นต้องซื้อเพื่อนำมาใช้แข่งขันเฉพาะในการแข่งขันต่างๆ ซึ่งเมื่อต้องใช้ในการแข่งขันที่สำคัญๆ ยานพาหนะเหล่านั้นล้วนมีราคาที่สูงมากๆ จนสามารถละลายเงินกระเป๋าของเราไปได้จนหมดสิ้น ดังนั้นใครที่ชอบเก็บสะสมรถ คุณอาจจะต้องเหนื่อยเสียหน่อยแล้ว The Crew 2 มีระบบที่ให้เราสามารถจัดปาร์ตี้ผู้เล่นอีก 3 คนได้ เพื่อช่วยสำรวจ และร่วมเข้าการแข่งขันต่างๆ น่าเสียดายที่ตัวเกมไม่มีระบบใดๆ ที่ให้เราได้พบเจอกับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่อยู่นอกปาร์ตี้นี้ได้ แม้จะปรากฎรายชื่อออนไลน์อยู่ก็ตาม แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือการชวนพวกเขามาร่วมปาร์ตี้ผ่านทางลิสต์รายชื่อที่ปรากฎออกมา อย่างไรก็ตามในอนาคต ทางค่าย Ubisoft เปยว่าจะมีการอัพเดทระบบ PVP ซึ่งสามารถชวนได้ตั้งแต่หน้าล็อบบี้ แต่การอัพเดทนั้นจะอัพเดทให้ฟรีภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

The Crew 2 ให้ความรู้สึกในการท่องโลกสไตล์ Open-world ที่ค่อนข้างเบาบาง เหมือนกับเราวิ่งชมแสงแดดแสงตะวันเท่านั้น แต่ก็มีบางครั้งที่เราจะได้พบเจอภูมิทัศน์ที่น่าจดจำเช่นกัน ซึ่งก็มีหลายครั้งและหลายสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกชิลๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนี้ตัวเกมมีข้อเสียที่ไม่สามารถเล่นร่วมกับผู้เล่นอื่นๆ ได้อย่างอิสระ และการที่ตัวเกมใส่ระบบเกียร์ที่ไร้ความหมายเข้ามา แต่มันก็สามารถแทนที่ได้ด้วยการแข่งขัน และการขับยานพาหนะต่างๆ ไปยังสถานที่แต่ละแห่งอย่างชิลๆ แม้ว่าจะมีข้อให้ติอยู่ แต่ The Crew 2 ก็สามารถแสดงจุดแข็งของตัวเกมออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service