Articles

[Review] Octopath Traveler

25 Aug 18, 21:19 Game Review
[Review] Octopath Traveler
  • แพลตฟอร์ม : NS
  • คะแนน : 8/10 (GREAT)

กราฟฟิกสไตล์ สไปรต์ 2D ผสมกับโมเดล 3D ความละเอียดต่ำ แบบเกมยุค 90 จัดเป็นจุดเด่นของเกม "Octopath Traveler" ที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงดงาม และสมเหตุสมผล มันดูดี และเพิ่มสเน่ห์ให้กับสภาพแวดล้อมที่เรียบง่ายได้อย่างน่าดูชม ศัตรู และบอสถูกออกแบบให้มีรายละเอียดสูงที่สุดตามลักษณะของกราฟฟิกของตัวเกม มันมีความคล้ายกับ Final Fantasy VI เมื่อเกิดการต่อสู้ ตัวเกมจะทำการปรับกราฟฟิกให้ขยายออกมา และมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น มันคือเกมในฝัน รูปลักษณ์ของ Octopath จะตอบสนองความต้องการของเรา ในขณะที่ระบบต่อสู้จะสร้างความน่าสนใจให้กับเราในทันทีที่เราได้สัมผัส ซึ่งมันเป็นระบบต่อสู้ที่ใส่นวัตกรรมเล็กๆ ลงไป เพื่อทำให้เมคคานิคสไตล์ turn-based ออกมาน่าสนใจกว่าเดิม อย่างไรก็ตามตัวเกมแบ่งเรื่องราวออกเป็น 8 ตัวละคร ตัวละครละ 4 บท และเพิ่มความยากขึ้นไปเรื่อยๆ ในแต่ละบท เราจะได้เลือกตัวเอก 1 ใน 8 และะรวบรวมพันธมิตรพร้อมเดินทางไปยังไอคอนตัวละครที่ระบุไว้บนแผนที่

Octopath จะนำเสนอเรื่องราวทั้ง 8 ออกมาแยกตามแต่ละตัวละครอย่างหลากหลาย เราจะเป็นผู้นำในการรับเควส ตรวจสอบ และสำรวจเหล่าผู้คน และสถานที่ โดยแต่ละบทใช้เวลาเล่นประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง ตามบทสนทนา ควบคู่ไปกับเสียงที่แสดงออกมาเป็นอย่างดี และแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรื่องราวจะถูกดำเนินออกมาเป็นลำดับอย่างช้าๆ และเกี่ยวพันให้เราได้เข้าใจเรื่อยๆ โดยบทสนทนาของตัวละครทั้ง 8 เราค่อนข้างที่จะพบได้น้อยมาก ยกเว้นในขณะการต่อสู้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่แสดงออกมาเป็นครั้งคราว ไม่บ่อยเกินไป และไม่สำคัญเท่าไร

เราอาจจะไม่ชอบเนื้อเรื่องของตัวเกมซักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้โลกนี้น่าสนใจน้อยลงแต่อย่างใด โดยเฉพาะเหล่า NPC ที่มีผลต่อตัวเกมเป็นอย่างมาก บางตัวมีเรื่องราวเบื้องหลังเป็นของตนเอง บางตนก็เป็นตัวละครสำคัญอันดับต้นๆ ของโลก และด้วย Side Quests ทำให้เราเข้าถึง NPC เหล่านี้ได้มากกว่าเดิม อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราจะทำแรกๆ หลังจากมายังเมืองใหม่ ไม่ใช่การพูดคุยกับเหล่า NPC แต่อย่างใด แต่เป็นการยุ่งกับการสำรวจไอเทม และขโมยของเหล่านั้นเสียมากกว่า โดย NPC หลายๆ ตัวในเกมนี้ เราสามารถใช้สกิลพิเศษที่ติดมาจากตัวละครทั้ง 8 ในการทำอะไรสักอย่างกับเหล่า NPC ได้ ไม่ว่าจะเป็นการขโมย ชวนเป็นลูกทีม ถามเบื้องหลัง จนไปถึงท้าสู้กับพวกเขากลางเมืองก็ยังได้ โดยสิ่งเหล่านี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่ใช้เปอร์เซ็นต์โอกาสความสำเร็จในการวัดผล และตามระดับเลเวลของตัวละครนั้นๆ โดยในกลุ่มเปอร์เซ็นต์ หากพลาดขึ้นมา ชื่อเสียงของเราก็จะต่ำลง และจะทำให้เราไม่สามารถยุ่งหรือทำอะไรกับ NPC ต่อไปได้ จนกว่าจะเสียค่าปรับเพื่อแก้ชื่อเสียของเราเสียก่อน

บน World Map จะปรากฎไอคอนตัวละคร พร้อมระดับเลเวลของตัวละครนั้นๆ ที่เราต้องเก็บเลเวลของตัวละครที่ระบุให้ครบเสียก่อน ถึงจะสามารถไปยังบทต่อไปได้ ทั้งนี้พื้นที่ต่างๆ จะค่อยๆ ปรากฎออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ (ปรากฎออกมาเป็นสัญลักษณ์) ตามที่เราเดินทางผ่านไป และแน่นอนว่าเราสามารถใช้ระบบ fast travel ในการวาปตัวเองกลับไปยังพื้นที่ที่เราเคยผ่านมาแล้วได้ (ต้องปรากฎป้ายสัญลักษณ์) สำหรับการเล่นตามเนื้อเรื่องในบทต่างๆ ของตัวเกม เราจำเป็นต้องมีตัวละครที่บทนั้นๆ กำหนดอยู่ในปาร์ตี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพรรคพวกคนอื่นจะมีเลเวลต่ำกว่าตัวละครที่กำหนด เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด ซึ่งนั่นถือเป็นข้อดีของระบบต่อสู้ของเกมเกมนี้ ที่เน้นใช้ทริคในการเล่นมากกว่า

โดยศัตรูทุกตัวในเกม Octopath จะมีจุดอ่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องธาตุ และอาวุธอยู่อย่างน้อย 1 อย่าง และส่วนใหญ่จะมีตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ซึ่งจะมีตารางปรากฎบอกให้เรารู้ทุกครั้งใต้ศัตรูตัวนั้นๆ ซึ่งตอนแรกจะปรากฎออกมาเป็นช่องเปล่าๆ และจะปรากฎออกมาเป็นสัญลักษณ์ ตลอดไป เมื่อเราทำการค้นพบจุดอ่อนของมอนสเตอร์ตัวนั้นๆ ได้แล้ว ด้วยสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เราสามารถใช้กลยุทธ์ในการทำลายพลังป้องกันของศัตรู และเมื่อทำลายโล่ของพวกมันจนหมด ศัตรูตัวนั้นๆ ก็จะถูกหยุดและเสียเทิร์นถัดไป พร้อมอยู่ติดสถานะอ่อนแอ ซึ่งทำให้เราสาามารถสร้างดาเมจกับมันได้มากกว่าปกติ ระบบต่อสู้ของเกมนี้ยังมีระบบที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างก็คือระบบ Battle points (BP) ที่สามารถเพิ่มจำนวนการโจมตีปกติ หรือเพิ่มความแรงให้กับสกิลที่ใช้ได้ ทั้งนี้ตัวละครทุกตัวจะได้รับ BP เพิ่มทุกเทิร์น แต่จะไม่ได้รับก็ต่อเมื่อใช้ค่า BP นี้ไปแล้ว ทั้งนี้การควบคุมค่า BP เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีสำหรับทำลายโล่ของฝ่ายศัตรู รวมไปถึงมันยังเป็นส่วนสำคัญที่ควรใช้ในโอกาสพิเศษๆ ในการเพิ่มค่าดาเมจในครั้งเดียว

สำหรับไอเดียเรื่องการทำลายโล่ของศัตรูนี้ หรือที่ในเกมใช้เรียกว่า breaking ถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่ใช้สู้กับบอส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้ที่ต้องใช้เวลานาน และวัดความสามารถของเราจากการใช้สิ่งต่างๆ ที่มี ไม่ว่าจะเป็นความสามารถของตัวละครนั้นๆ ไปจนถึงไอเทมที่บรรจุอยู่ในกระเป๋า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่บอสเท่านั้นที่อันตราย ศัตรูทั่วไปที่เราเจอระหว่างทางก็อันตรายไม่แพ้กันเลย แต่จะใช้เวลาที่เร็วกว่า และฝึกการใช้สกิลของปาร์ตี้เราได้ยืดหยุ่นกว่าการสู้กับบอสสุดโหด อย่างไรก็ตามในการต่อสู้ของเกมเกมนี้ การเพิ่มเลเวลกับตัวละครเพียงอย่างเดียวอาจส่งผลไม่มาก เท่าการเซ็ตสกิลให้ผสานกันกับตัวละครทุกตัวในปาร์ตี้ เพื่อทำให้การโจมตีต่างๆ มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยตัวละครทั้ง 8 ตนจะเริ่มต้นด้วยอาชีพที่แตกต่างกัน และเมื่อเราสำรวจโลกไปเรื่อยๆ เราจะพบกับระบบอาชีพที่สอง โดยอาชีพนี้จะเป็นอาชีพที่จะมาซัพพอร์ทตัวละครของเรา เฉกเช่นเกม Final Fantasy Tactics ในอดีต แต่จะต่างจากเกมดังกล่าวตรงที่ Octopath ไม่ได้ปล่อยให้เราเลือกอาชีพได้อิสระมากนัก แต่ผมมองว่าตัวเกมฉลาดมากกว่า ที่จะไม่ให้เราทำลายระบบของตัวเกม

ไม่แปลกที่เราจะสอบสายอาชีพใดเป็นพิเศษ แต่สกิลที่ดีที่สุด มักจะเป็นสกิลที่ต้องใช้ร่วมกับตัวละครอื่นเป็นหลัก เช่น H'annit เป็นฮันเตอร์ มีความสามารถในการจับศัตรูเพื่อนำมาใช้อัญเชิญในการต่อสู้ แต่มีจำนวนการอัญเชิญที่จำกัด, Alfyn สามารถสร้างยาในระหว่างการต่อสู้ได้ ซึ่งสกิลพิเศษนี้ ตัวละครทั้ง 8 จะมีไม่เหมือนกัน บวกกับสายอาชีพที่ตัวละครแต่ละตัวมี มันทำให้เกิดกลยุทธ์ในการเล่นที่หลากหลายขึ้น และเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ตัวเกมทำออกมาได้สำเร็จ และยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ Octopath อาจจะน่าเบื่อที่ตัวเกมพยายามดึงเราเดินทางไปทั่วโลก แต่ตัวเกมมีระบบขโมยของที่สนุกท้าทาย มีสายอาชีพใหม่ๆ ให้ค้นหา การต่อสู้กับเหล่าบอสที่น่าตื่นเต้น มีเกียร์คุณภาพสูงให้เราหาอยู่ทั่วโลก ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับกราฟฟิกสไตล์ใหม่ ที่ทั้งย้อนยุค และดูทันสมัย Octopath อาจแย่เรื่องเนื้อเรื่อง แต่ข้อดีของมันก็เยอะพอจนเราลืมข้อเสียมันไปได้เลย

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service