Articles

[Review] Dragon Quest XI: Echoes of an Elusive Age

1 Oct 18, 00:21 Game Review
[Review] Dragon Quest XI: Echoes of an Elusive Age
  • แพลตฟอร์ม : PS4
  • คะแนน : 9/10 (SUPERB)

ซีรีส์ Dragon Quest จัดเป็นต้นแบบของเกมแนว Numerous JRPGs ทั่วโลก และในเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซีรีส์นี้ก็ได้จากหายไป อาจจะเพราะการปรับตัวให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ในที่สุดมันก็ได้เปลี่ยนจากสุดยอดเกม 8 บิตในอดีตมากลายเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า ซึ่งเมื่อเทียบกับ Final Fantasy ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตอดเวลา Dragon Quest กับแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงไว้อยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งด้านตัวเกมเพลย์หลัก ไปจนถึงเรื่องราวที่ดำเนินภายในตัวเกม และแน่นอนว่า "Dragon Quest XI" เอง ก็ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบนั้นอย่างสมบูรณ์ ฮีโร่ที่ต้องเติบโต ร่วมกับปาร์ตี้ที่โดดเด่นอันหลากหลาย ผจญภัยไปยังโลกแห่งความเป็นแฟนตาซี เวทมนต์ มอนสเตอร์ บุกสำรวจดันเจี้ยน และรูปแบบการต่อสู้ในสไตล์แบบ Turn-based สมบูรณ์ ซึ่งเชื่อว่าถ้าใครเคยเล่นเกมแนว JRPG มา Dragon Quest XI น่าจะเป็นเกมที่คุณเข้าถึงมันได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร แต่เกมเกมนี้กลับทำอะไรที่โดดเด่นกว่า JRPG ทั่วๆ ไปขึ้นไปอีกระดับ คือมันแสดงให้เห็นว่าตัวเกมสามารถทำให้สนุกขึ้นได้ แม้จะยังคงไว้ซึ่งรูปแบบการเล่นเดิม โดยที่ลบความน่าเบื่อ และความเหนื่อยล้าออกไป ซึ่งด้วยความท้าทายของมัน รวมไปถึงอะไรหลายๆ อย่าง มันจะยิ่งทำให้เรารู้สึกอยากเล่นมันต่อแบบไม่หยุดยั้ง

ฮีโร่ในภาคนี้ คือการกลับมาเกิดใหม่ของ Luminary นักรบในตำนานผู้ทำลายความมืดมิดให้หายไปตามตำนาน แต่ฮีโร่คนนี้กลับไม่เหมือนในตัวเกมภาคอื่นๆ เมื่อโชคชะตาของเขาถูกเปิดเผย มีหลายคนอยากให้เขาตาย เพราะการมาของเขาหมายถึงเค้าลางแห่งภัยพิบัติ และหายนะเฉกเช่นเดียวกัน แต่ด้วยฐานะของฮีโร่ เราจะต้องออกจากบ้านเกิด สู่โลกกว้างที่เต็มไปด้วยอันตรายนานับประการ พบพวกพ้อง ต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ ทนทุกข์ทรมานรุนแรง และต้องต่อสู้เพื่อแสงสว่างภายใต้เงาของจักรวรรดิ ภาตใต้เงื้อมมือของความมืดมิด นี่ถือเป็นเรื่องราวที่พวกเราต่างคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ซีรีส์นี้ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก ทำให้มันกลายเป็นเกมที่ยังมีไว้ซึ่งเสน่ห์ และการกำกับที่ยอดเยี่ยม

Dragon Quest XI เข้าใจความสำคัญขององค์ประกอบเกมแนว JRPG เป็นอย่างดี และตัวเกมทำมันออกมาให้โดดเด่น และเป็นที่จดจำถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นด้านการนำเสนอ ตัวละคร ไปจนถึงอารมณ์ขันในบทสนทนา Dragon Quest XI นำเสนอเรื่องราวตามลำดับที่ตราตรึง ตัวเอกผู้ค้นหาต้นกำเนิดพลังลึกลับของตนเอง และถิ่นกำเนิดของเขา โดยยังคงไว้ซึ่งความงดงาม และสามารถสัมผัสได้ในด้านการนำเสนอ และด้วยความหลากหลายของตัวละครภายในโลกของเกม ทำให้เกิดเรื่องราว และเชื่อมโยงมันเข้าด้วยกันได้อย่างยอดเยี่ยม ผองเพื่อนในปาร์ตี้ของเราจะเต็มไปด้วยตัวละครที่โดเด่น มีบุคลลิกเป็นแบบของตนเอง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีบทบาทหน้าที่ชัดเจน ยังไม่หมดเท่านั้น NPC ในเกมเกมนี้ก็ดูเป็นธรรมชาติ มีชีวิตชีวา และพูดคุยตอบโต้กับเราได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงตัวร้ายเอง ก็มีความโดดเด่นอย่างชัดเจนไปจนจบเกม

ตัวเกมให้ความเคารพต้นแบบเป็นอย่างมาก ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ตัวเกมยังคงไว้ซึ่งชื่อตัวละคร และสถานที่ต่างๆ อยู่เช่นเดิม ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม และทำให้อารมณ์โดยรวมด้านการสนทนา และอารมณ์โดยรวมดูอบอุ่น น่าหลงไหล และดูเป็นการเชิญชวนอีกแบบหนึ่ง ด้วยบุคลิกของตัวละคร และภูมิภาคต่างๆ ถูกพูดออกมาในบทสนทนาภายในเกมได้อย่างยอดเยี่ยม แม้แต่ตัวเมนู รวมไปถึงข้อความระหว่างการต่อสู้เองก็ยังคงดูสนุก มันทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวาในการเลือกคำสั่งในเมนูต่างๆ โดยข้อความเหล่านี้จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามอารมณืของตัวเกมในขณะนั้นๆ ทั้งนี้ Dragon Quest XI เป็นเกมที่มีรูปแบบการเล่นเป็นแนวตรง เราจะได้แก้ปัญหาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาเรื่อยๆ และก็ย้ายตัวเองไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อพบเจอเรื่องราวใหม่ๆ พร้อมพัฒนาตัวละครไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ตัวเกมก็มีพวกเควสย่อยให้เราออกนอกเส้นทางมาทำบ้างอยู่เหมือนกัน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่จะปลดล็อคตามเนื้อเรื่องหลักเท่านั้น

เช่นเดียวกับเนื้อเรื่อง และโลก ระบบการต่อสู้ของ Dragon Quest XI ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบการเล่นที่คุ้นเคย แต่นำเสนออกมาใหม่ให้ดูดีและมีเสน่ห์มากยิ่งกว่าเก่าในทุกๆ ด้าน โดยเทิร์นของตัวละคร และศัตรูจะถูกกำหนดตามค่าสเตตัสความเร็วของแต่ละตัวละคร ซึ่งเราสามารถเลือกคำสั่งการโจมตีได้ด้วยตัวเอง หรือตั้งค่าผ่าน CPU ไว้ก็ยังได้ ซึ่งภาคนี้ตัวละครต่างๆ จะแสดงท่วงท่าต่างๆ ออกมาให้เราได้เห็นการอย่างชัดเจน ตั้งนี้ในการต่อสู้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งของตัวละครได้ ซึ่งมีผลต่อการต่อสู้ไม่มากนัก ทั้งนี้แม้ว่านี่จะเป็นการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยของตัวเกม แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกสนใจ และมีส่วนร่วมกับมันได้ การต่อสู้กับบอสก็ทำออกมาได้ไม่ธรรมดา และสอนให้เรารู้จักการวางกลยุทธ์ เข้าใจศัตรูที่ต้องสู้ มากกว่าการอัดสกิลหรือท่าเข้าใส่เพียงอย่างเดียว

โดยรวมแล้วแม้ว่าตัวเกม Dragon Quest XI จะเป็นเกมขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันยืดยาดแต่อย่างใด เราจะได้เจอกับเหล่าตัวละครใหม่ๆ สถานที่ มอนสเตอร์ รวมไปถึงความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอๆ ตัวเกมไม่เน้นให้เราได้อยู่ หรือทำบางสิ่งเป็นเวลานานๆ เราสามารถต่อสู้กับศัตรูได้อย่างง่ายดาย หากเรารู้จักเลือกต่อสู้กับศัตรู และฉลาดในการใช้สกิล หากเราเหนื่อยกับการเดินทาง ตัวเกมมีมินิเกมต่างๆ เบาๆ ให้เราได้เล่นอีกด้วย สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเกมภาคนี้ถูกพูดถึงกันเป็นวงกว้าง มันแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของการเล่นที่ยังคงไว้ดังเดิม และเป็นวิธีเล่นที่มีมานานกว่า 10 ปี และถีบให้ Dragon Quest XI เป็นหนึ่งในตัวอย่างเกมที่ดี ที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงาม ทั้งภาพ และเรื่องราว ผสมผสานไปกับวิธีการเล่นที่มีเสน่ห์พร้อมทั้งการเดินทาง และจิตวิญญาณ ซึ่งเมื่อคุณหยิบมันขึ้นมาเล่น คุณจะไม่สามารถวางมันได้จนกว่าจะจบเกมเลยละ

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service