Articles

[Review] Starlink: Battle for Atlas

13 Dec 18, 17:35 Game Review
[Review] Starlink: Battle for Atlas
  • แพลตฟอร์ม : PS4, XONE, NS
  • คะแนน : 7/10 (GOOD)

Starlink: Battle for Atlas เป็นเกมที่จะพาเราบินไปยังผืนฟ้าบนอวกาศ สำรวจดาวเคราะห์ดวงใหม่ๆ ที่พบเจอ ต่อสู้กับเหล่ามนุษย์ต่างดาวจำนวนมาก เป็นเกมแนว Open-world Galaxy ที่เราจะได้รับภารกิจมัชชั่นต่างๆ ในการดำเนินเรื่องราว ต่อสู้กับศัตรู เป็นด่านหน้าของการสำรวจ และจบงานง่ายๆ ตามที่พันธมิตรของเรากำหนดขึ้นมา ตัวเกมมีทั้งข้อดี และข้อเสียอยู่ โดยเห็นชัดๆ เลยคือมันเป็นแนว Ubisoft อย่างชัดเจน มันเป็นเกมที่มีพื้นที่ให้สำรวจขนาดใหญ่ โดยมีเจ็ดดาวเคราะห์ที่แยกออกจากกัน และในดาวแต่ละดวง ยังมีพื้นที่ลึกเข้าไปอีก อย่างไรก็ตามตัวเกมไม่ได้อันแน่นไปด้วยความประทับใจ แต่มีทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์ให้เราได้เล่นต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

Starlink เป็นเกมของ Ubisoft ที่ส่งเข้ามาตีตลาดเกม และของเล่นไปพร้อมๆ กัน เพราะเราสามารถซื้อชุดยานบินที่ประกอบไปด้วยคนขับ อาวุธ และยานบินมาประกอบเข้ากับจอย และใช้มันในการเปลี่ยนคนขับ อาวุธ จนไปถึงยานบินภายในตัวเกมได้ในทันที ซึ่งถ้าเราไม่มีตัวของเล่น เราจะไม่สามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ในการเล่นแบบปกติได้เลย

ระบบการต่อสู้ของตัวเกมค่อนข้างสนุก เพราะมันควบคุมได้ง่าย และใช้ระบบอาวุธอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือการแพ้ทาง และชนะทางของศัตรูต่ออาวุธบางประเภท ส่วนอีกระบบคือการปรับเปลี่ยนอาวุธบนยานของเราทั้ง 2 อย่าง จะเปลี่ยนรูปแบบในการโจมตี และคอมโบในการเล่นของเราไปทั้งหมด ทั้งนี้อาวุธทุกรูปแบบสามารถอัพเกรดเลเวลได้ และยังสามารถปรับแต่งโดยการใส่ Mod จากที่เราได้มาในตอนจบเกมได้อีกด้วย ทั้งนี้เมื่อเราอยู่บนดวงดาวดวงหนึ่ง เราจะเน้นการยิงกราดไปทั่ว และโฟกัสไปยังจุดอ่อนของศัตรูเป็นหลัก กลับกันในส่วนของการต่อสู้บนอวกาศจะมีอิสระมากกว่า และทั้งหมดจะทำให้เราตะลึงไปกับจำนวนศัตรูที่บุกเข้ามา โดยอารมณ์เหล่านี้จะเหมือนกับในโหมดการต่อสู้ของ Star Fox ที่ง่ายต่อการควบคุม และยิงเข้าเป้าได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ยานรบแต่ละลำจะมีการควบคุมที่เหมือนกัน แต่จะต่างกันเล็กน้อย โดยยานที่มีน้ำหนักเบา จะเหมาะกับใช้บนพื้นดาวเคราะห์ หรือในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน ส่วนยานขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับใช้ในการต่อสู้เป็นหลัก

ด้านอาวุธ นักบินแต่ละคนจะมีอัพเกรดทรี และอบิลิตี้พิเศษที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งมีเรามีอิสระในการเลือก ตัวเกมแยกมัชชั่นตามแต่พื้นที่ต่างๆ อย่างไรก็ตามตัวเกมมีข้อเสียอยู่ตรงที่เราอาจต้องเล่นตัวเกมในรูปแบบความยากซ้ำๆ กันเหมือนเดิม แต่ไม่ได้แย่จนน่าเบื่อ เพราะด้วยรูปแบบนี้จะทำให้เรารู้สึกมีความก้าวหน้า และได้รับของรางวัลที่ดีอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เราไม่รู้สึกว่ามันติดขัดอะไร มันให้ความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง และสร้างวิธีที่ดีในการจัดการศัตรูขนาดใหญ่ด้วยอุปกรณ์ที่เรามีทั้งหมด ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่น่าพอใจทีเดียว ทั้งนี้ตัวเกมจะมี Dreadnaughts อยู่ 3 แบบ ซึ่งจะใช้รูปแบบความยากง่ายเหมือนกัน โดยมันเป็นการเล่นที่สนุกมากๆ เหมือนกับเราอยู่ในฉากสงครามอวกาศในเรื่อง Star Wars อย่างไงอย่างงั้น เพราะภารกิจของเราคือบินเข้าสู่แกนกลาง เพื่อทำลายแกนหลักนั่นเอง

หากเราเล่นเกมเกมนี้ผ่านแพลตฟอร์ม Nintendo Switch เราจะสามารถใช้งาน Fox McCloud และ Arwing ได้ ซึ่งมันสมบูรณ์ด้วยธีม Corneria บอกเลยว่าๆ แฟนถึงกับกลงไหลกันเลยทีเดียว ทั้งนี้ตัวเกมบนแพลตฟอร์ม Nintendo Switch ค่อนข้างทำงานได้อย่างราบรื่น แม้จะมีการลดระดับภาพลงมาบ้าง มีการลดรายละเอียดสภาพวดล้อม และหลายๆ อย่างลงในเวอร์ชั่นแฮนเดิล แต่สำหรับแฟนๆ Star Fox แล้วนี่เป็นเรื่องเล็ก เพราะนอกจากจะได้เล่นตัวละครที่ชื่นชอบแล้ว ตัวเกมยังมีแคมเปญมินิภารกิจห้าภารกิจเฉพาะให้กับซีรีส์ Star Fox โดยเฉพาะ

น่าเสียดายในด้านเรื่องราวของตัวเกมที่ทำออกมาไม่ได้น่าตื่นเต้นมากนัก ตัวเกมเหมือนเขียนเรื่องราวออกมาสำหรับแฟนเกมซีรีส์ Starlink โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามในโหมดเนื้อเรื่องมันก็ค่อนข้างมีเป้าหมายชัดเจนให้เราทำ และบอกเป้าหมายให้เราทำอย่างต่อเนื่อง ตัวเกมยังโดดเด่นในด้านความกล้างใหญ่ของตัวแมปจักรวาล ที่เราสามารถค้นหาเศษซากเพื่อหาไอเทมหรือเกียร์ดีๆ มาใช้งาน ซึ่งมีระบบตรวจจับให้อย่างพร้อมสรรพ เรียกได้ว่าตัวเกมโดดเด่นด้านการผจญภัย หรือการสำรวจมากๆ

Starlink ในเวอร์ชั่นตลับจะต่างกันไปในแต่ละแพลตฟอร์ม โดยที่แน่ๆ คือเวอร์ชั่นตลับจะให้ของช่วยเราน้อยกว่าในเวอร์ชั่นดิจิตอล และแบบ deluxe edition ซึ่งปลดล็อคตัวนักบิน และอาวุธหลายๆ อย่างให้ ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าเราเล่นตัวเกมในเวอร์ชั่นตลับ และไม่ซื้อของเล่นมาช่วยเลย เรายังสามารถเล่นจนจบเกมได้แน่นอน แต่มันจะยากมากๆ โดยการมียานบินหลายๆ ลำในเกม มันมีความสำคัญมากๆ หากเรามีชีวิตพิเศษ ที่จะช่วยเปลี่ยนยานบินให้เราได้ทันที เมื่อยานเราพัง ซึ่งถ้าหากเราไม่มีชีวิตพิเศษ หรือตายจะต้องกลับไปเล่นใหม่จากที่เราเซฟไว้ล่าสุด โดยเรือของเราก็สามารถพังได้ง่ายเสียด้วย เนื่องจากตัวเลือกสำหรับป้องกันของเรา(shield หรือ barrel roll) ในระหว่างต่อสู้จะถูกจำกัดอยู่เสมอๆ ทั้งนี้ตัวเกมในเวอร์ชั่นดิจิตอลจะให้ยานเรามา 4 ลำ โดยบน Switch จะมา 5 ลำ ซึ่งจำนวนยานพวกนี้ทำให้เราไม่กังวลนักเมื่อต้องสู้กับศัตรูฝูงใหญ่ๆ หรือบอสเก่งๆ ทั้งนี้หากเราซื้อของเล่น เราจะได้ความหลากหลาย และสมดุลในการเล่นที่ดีมากขึ้น

เพราะการเปลี่ยนยานโดยไม่มีของเล่น เราต้องกดเข้าเมนู และหยุดเกมชั่วคราวจนกว่ายานเราจะเปลี่ยนเสร็จ และถ้าเราจะเปลี่ยนนักบิน เราจำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่าง อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ปัญหาจริงๆ คือการต้องมาจำว่าอาวุธไหนทำอะไรบ้างด้วยการแยกแยะผ่านทางสายตา แต่ก็ยังดีที่งานออกแบบของตัวเกมค่อนข้างทำออกมาได้ชัดเจนอยู่พอสมควร ทั้งนี้ทั้งนั้น Starlink เป็นเกมแนว open-world ที่ค่อนข้างน่าสนใจ และมันยอดเยี่ยมมากๆ ด้านการบุกสำรวจดาวเคราะห์ใหม่ๆ และการต่อสู้บนอวกาศ น่าเสียดายหากเราต้องการยานเยอะๆ เราจำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อให้ตัวเกมสมบูรณ์เหมือนเวอร์ชั่นดิจิทัล

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service