Articles

[Review] Wargroove

3 Apr 19, 21:35 Game Review
[Review] Wargroove
  • แพลตฟอร์ม : Nintendo Switch
  • คะแนน : 8/10 (GREAT)

Wargroove ถือเป็นในสไตล์เดียวกับซีรีส์เกม Advance Wars หนึ่งในซีรีส์เกมที่ใครหลายๆ คนรอภาคใหม่มาตลอด ซึ่ง Wargroove เรียกได้ว่ามาอย่างถูกจังหวะ เพราะในหลายปีที่ผ่านมานี้ ไม่มีเกมแนว strategy สไตล์นี้ปล่อยออกมาเลย โดยรูปแบบเกมเพลย์พื้นฐานของ Wargroove แทบจะไม่แตกต่างจากเกม Advance Wars เลย มันเป็นเกม strategy สไตล์ Turn-base ที่เราจะต้องสั่งตัวละคร (กองทัพ) ของเราให้เดินไปในช่องตารางสี่เหลียมในจุดต่างๆ เพื่อทำการโจมตีเป้าหมาย หรือทำลายสิ่งต่างๆ เป็นหลัก แน่นอนว่าทุกการกระทำ หรือทุกตำแหน่งที่เราเดินไปล้วนสำคัญ และสามารถตัดสินนผลแพ้ชนะในตอนท้ายเกมได้เลยก็ว่าได้ นี่ถือเป็นระบบที่ไม่มีอะไรใหม่เลย แต่มันคือรากฐานสำคัญที่ทำให้ทางทีม Chucklefish ปรับปรุงและแก้ไขตัวเกมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

Wargroove ไม่ได้คล้ายแค่ด้านเกมเพลย์เพียงอย่างเดียว แตต่กราฟฟิกก็ยังใช้รูปแบบให้ออกมาในสไตล์เดียวกับ Advance Wars ด้วย มันเป็นภาพแบบพิกเซล ที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่ทำให้การเล่นดูมีชีวิต เป็นธรรมชาติ และไม่แข็ง มันมีอนิเมชั่นที่ลื่นไหล และแต่ละตัวละครล้วนมีการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมใช้มุมมองการเล่นที่สื่อ หรือเข้าใจได้โดยง่าย ทั้งนี้กราฟฟิกของตัวละครต่างๆ มันค่อนข้างจะแยกได้ยาก ว่าใครแพ้ทางใคร เพราะจุดแข็งจุดอ่อนของตัวละครยังรวมไปถึง ขนาด ซึ่งกราฟฟิกไม่ได้โชว์ให้เห็นถึงขนาดที่แตกต่างกันมากนัก

สิ่งที่ต่างจาก Advance Wars ของ Wargroove ก็คือธีมเกม ที่เปลี่ยนมาสู่ยุคแฟนตาซีเป็นหลัก รวมไปถึงความสามารถของ Commanders ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายมาเป็นหน่วยรบพิเศษ ซึ่งเราสามารถควบคุมได้เหมือนกับตัวละครตัวอื่นๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว กฎของแต่ละด่าน จะรวมถึงการตายของ Commanders ด้วย โดยถ้า Commanders ตาย เราก็จะแพ้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือเราจะใช้ Commanders ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร เพราะ Commanders แต่ละตนล้วนมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่มีประโยชน์แตกต่างกันออกไป (Groove) แต่การใช้ Groove จำเป็นต้องเก็บเกจผ่านการจัดการศัตรู ด้วยสิ่งนี้มันจึงง่ายที่เราจะใช้ Commanders ของเราในการปราบศัตรูเพื่อเก็บเกจ ผลก็คือ เราจะผลัก Commanders ของเราไปยังแนวหน้า เพื่อเน้นให้เราใช้ Groove ให้่ได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันมีกลยุทธเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากให้เราได้เลือกใช้ และเราต้องตัดสินใจให้รอบคอบ ตั้งแต่เช็คฝั่งศํตรู รวมไปถึงสภาพแวดล้อมโดยรวม

นอกจาก Commanders แล้ว ตัวละครอื่นๆ ก็ล้วนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันอีกด้วย และสามารถสร้างการโจมตีแบบ critical hit ขึ้นได้ตามเงื่อนไขต่างๆ โดยที่ไม่ผ่านระบบสุ่ม เช่น Pikemen จะตี critical hit เมื่ออยู่ติดกับ Pikemen พวกเดียวกัน, Rangers จะตี critical hit เมื่อพวกเขาไม่เคลื่อนไหว และอื่นๆ อีกมากมาย นี่จึงเป็นอีกระบบที่เราต้องรอบคอบให้ดี ทั้งในกรณีที่เราเป็นฝ่ายบุก หรือกรณีที่เราจะต้องตั้งรับ เพราะการวางตำแหน่งตัวละครถือเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ตามเงื่อนไขเหล่านี้เอง ก็มีบางกรณีที่จะไม่เกิดผลเช่นกัน

การรักษาตัวละครที่บาดเจ็บของเราค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับเกมเกมนี้ เพราะมันเป็นส่วนที่เราต้องไปบริหารจัดการ และวางแผนเป็นอย่างดี โดยการรักษาตัวละครต่างๆ จำเป็นต้องใช้ทองสำหรับการรักษา ซึ่งทองเป็นค่าเงินที่นำไปใช้อื่นๆ ด้วย อย่างการซื้อตัวละครเพิ่ม หรือปลดล็อคความสามารถ อีกทั้งการรักษาจะไม่ใช่จ่ายตังแล้วตัวละครของเราพร้อมเลย แต่มันจะค่อยๆ รักษาไปที่ละเทิร์น เรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่าปวดหัว และต้องตัดสินใจให้ดีทีเดียว ในส่วนของความหลากหลายของตัวเกม เอาจริงๆ ก็ไม่ได้หลากหลายมากนัก เพราะตัวเกมเปิดโอกาสให้เราเลือก 4 กลุ่มตัวละครที่มีความโดดเด่นแตกต่างกัน โดยในแต่ละกลุ่มจะมี Commanders อยู่ทั้งหมด 3 ตน ซึ่งมี Groove ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้การแนะนำแต่ละฝั่งก็น้อยเกินไป ทำให้เราไม่สามารถแยกความสามารถของตัวละครอีกกว่า 10 แบบได้ชัดเจนทั้งหมด และต้องใช้เวลาในการจดจำพอสมควร

สิ่งที่น่าเสียดายในเกมเกมนี้ คือการมองระยะโจมตี หรือขอบเขตอันตรายจากตัวละครฝั่งศัตรู ที่ตัวเกมให้เราสามารถตรวจสอบได้ทีละตัวละครเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนื่อยและยุ่งยากมาก โดยเฉพาะกับด่านใหญ่ๆ ที่รวมเหล่าตัวละครเอาไว้มากมาย เพราะเราจะต้องไล่เช็คอยู่ทุกเทิร์น และนั่นทำให้เวลาในการเล่นของเราในแต่ละด่านสูงมาก มากถึง 20 - 30 นาที โดยแน่นอนว่าถ้าเราทำพลาด เช่น เดินพลาดอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะลืมสังเกตตัวละครฝั่งศัตรู (เกิดได้ง่าย) เราอาจจะต้องกลับไปเล่นด่านนั้นๆ ใหม่ในทันที ซึ่งถือเป็นอะไรที่บั่นทอนจิตใจเราพอสมควร

เนื้อเรื่องของตัวเกมไม่ใช่สิ่งสำคัญของเกมเกมนี้ มันมีหลายส่วน หลายความคิด ที่ทำให้เรารู้สึกไม่สมเหตุสมผล แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะความสดใส และความสร้างสรรค์ของตัวเกม ไม่ว่าจะด่าน หรือลูกเล่นใหม่ๆ จัดเป็นหัวใจสำคัญของตัวเกมมากกว่า นอกจากนี้เมื่อจบบทเนื้อเรื่องของตัวเกมแล้ว ตัวเกมยังมีอะไรอีกหลายอย่างให้เราได้เล่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะโหมด Arcade ที่เปิดให้เราได้ปะทะกับศํตรูต่อเนื่อง 5 ครั้ง, โหมด Puzzle หรือการแก้ปริศนาของด่านนั้นๆ ด้วยจำนวนเทิร์นที่จำกัด, โหมด Four-player multiplayer หรือโหมดสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ AI เสียดายน่าจะมีโหมดรวมกลุ่มผู้เล่นปะทะ AI ด้วย เกมจะเจ๋งไม่น้อยทีเดียว

ตัวเกมยังมาพร้อมกับระบบสร้างแมป หรือสร้างภารกิจของตนเองขึ้นมา ที่เราสามารถสร้างสรรค์ความยากง่ายออกมาได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถนำมันไปแชร์ให้คนอื่นๆ ได้สัมผัสได้โดยง่ายอีกด้วย ข้อเสียคือเครื่องมือมันเยอะมาก และแน่นอนว่ามีการสอนทีน้อย ซึ่งการสร้างแมปที่ดีออกมาซักแมปนึง มันไม่ใช่การวางมั่วๆ แต่มันคือการออกแบบ ที่ต้องเข้าใจโครงสร้างของตัวเกมเป็นอย่างดี การสร้างแมปหรือภารกิจของตัวเอง ไม่ใช่แค่การสร้างแมปเท่านั้น แต่เราสามารถเปลี่ยนกฎการเล่นได้อีกด้วย เช่น อนุญาติให้เราเคลื่อนย้ายตัวละครได้เพียงครั้งเดียวต่อเทิร์นเท่านั้น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม Wargroove เป็นเกมที่ยอดเยี่ยม มันมีความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดในการเล่น ซึ่งเสริมจุดเด่นจากเกม Advance Wars ออกมาให้ เหล่าแฟนเกมรู้สึกสนุกไปกับมันได้ โดยที่ตัวเกมจะไม่ใช่ซีรีส์เดียวกันก็ตาม

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service