Articles

[Review] Dragon's Dogma: Dark Arisen

6 Jul 19, 16:05 Game Review
[Review] Dragon's Dogma: Dark Arisen
  • แพลตฟอร์ม : Nintendo Switch
  • คะแนน : 8/10 (Great)

Capcom เป็นค่ายที่คลุกคลีอยู่กับเกมแนว RPG มากกว่าค่ายไหนๆ โดยเฉพาะเกมสร้างชื่อของค่ายอย่าง Dragon's Dogma ที่ออกมาเมื่อปี 2012 มันมีรูปแบบเกมที่คล้ายๆ กับซีรีส์ Dark Souls ของค่าย FromSoftware เพียงแต่ว่าเอาจริงๆ ตัวเกมมีรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างเร็วกว่า โดดเด่นด้วยความเป็นแฟนตาซีจ๋า และพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2008 โดยมันมีความคล้ายกับเกมอย่าง Monster Hunter มากกว่า ซึ่งถ้านำไปเปรียบเทียบกัน ไม่ว่าจะ Monster Hunter หรือ Dark Souls เกมอย่าง Dragon's Dogma ดูจะเป็นมิตรกว่ามาก และขายได้กว่าล้านชุดอย่างรวดเร็ว

โดยแม้ว่าตัวเกมจะประสบความสำเร็จอย่างมากตั้งแต่ตอนเปิดตัว แต่ตัวเกมก็ไม่มีภาคต่อออกมาแต่อย่างใด จะมีก็มีแต่ Dragon's Dogma Online ซึ่งเป็นภาคแยก และเปิดให้บริการแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนอัปเดทก็มีแค่ Dark Arisen ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อปี 2013 เท่านั้น นอกนั้นก็มีแต่ขยายตัวเองไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่าง Xbox One และ PlayStation 4 เท่านั้น จนล่าสุดกับแพลตฟอร์ม Nintendo Switch เนี่ยแหละ ดังนั้นนี่จึงเป็นการ remaster ตัวเกมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม Dragon's Dogma ได้ชื่อเป็น Action RPG ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งในแง่ของสเปคที่ใช้เล่น และการพอร์ตตัวเกม ซึ่งถือเป็นข่าวดี ที่เราจะได้เล่นมันได้ทุกที่ทุกเวลา

ในเกมเราจะได้สวมบทเป็น Arisen ตัวละครเผ่ามนุษย์ที่สามารถปรับโฉมได้อย่างอิสระ ถูกชะตากรรมอันแสนโหดร้ายโหมเข้าใส่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมังกรอันทรงพลัง โดยตัวเกมจะให้เราได้ออกเดินทางร่วมไปกับเหล่า Pawns 3 ตน ซึ่งมีความสามารถอันสุดแสนจะอเนกประสงค์ โดยเราสามารถเปลี่ยนพวกเขาสลับไปมาเพื่อใช้งานได้อย่างอิสระ และหลากหลาย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะไม่มีความสามารถควบคุมเหล่า Pawns ได้โดยตรง แต่เราก็สามารถออกคำสั่งพื้นฐานในระหว่างการต่อสู้ได้ เช่น ให้เข้ามาช่วยเรา หรือบอกให้พวกเขาสู้เป็นต้น

โดยเลเวลของ Pawn ที่เราจ้างจะเท่ากับเรา และจะไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงทำการต้องเปลี่ยน Pawn ที่ Riftstones ซึ่งอยู่รอบแมปทั่วเกมบ่อยๆ โดยเราสามารถจ่าย Rift Crystals เพื่อแลก Pawn ที่มีระดับสูงกว่าเราได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี และจำเป็น หากเราต้องการได้ผู้ช่วยที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ สำหรับภารกิจที่ยากๆ ทั้งนี้สิ่งที่เจ๋งจริงๆ ของ Pawn คือมันเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้เล่นคนอื่นๆ เช่นเดียวกับเราเองที่สร้าง Pawn ของตนเองขึ้นมาได้ ให้ความรู้สึกเป็นกลุ่มก้อนของสังคมที่มีความหลากหลายภายในตัวเกม ทั้งนี้เราสามารถแชร์ Pawns ของเราโดยใช้ Nintendo Account และไม่จำเป็นต้องมี Nintendo Switch Online ก็ได้

ด้วยระบบ Pawn ทำให้เกม Dragon's Dogma แตกต่างจากเกมในรูปแบบเดียวกันตัวอื่นๆ โดยที่ตัวเกมก็ไม่ได้ทิ้งระบบ RPG ที่สำคัญอื่นๆ ไปเลย ไม่ว่าจะเป็นระบบไอเทม อุปกรณ์สวมใส่ ระบบคราฟไอเทม ระบบ EXP ระบบอัปเกรด ไปจนถึงการพูดคุยกับเหล่า NPC ทั้งนี้หาก Skyrim มีระบบการต่อสู้ที่ดูสนุกสนาน เกมอย่าง Dragon's Dogma ก็นำเสนอตัวเองในรูปแบบของ Action ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ โดยในระดับพื้นฐาน เราจะมีการโจมตีแบบเบา และโจมตีแบบรุนแรง สองอย่างนี้เป็นพื้นฐานสำหรับสร้างคอมโบที่เรียบง่ายออกมา ตัวเกมค่อนข้างเร็ว โดยเราจะต้องรู้จักหลบหลีก และหาจังหวะอยู่เสมอๆ ทำให้มันเป็นเกมแนว hack-and-slash มากกว่าที่จะเป็นเกม RPG ที่มีการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า

อย่างไรก็ตาม ตัวเกมมีระบบการต่อสู้ที่ค่อนข้างลึก ไม่ว่าจะปุ่ม L และ R สำหรับใช้ความสามารถที่ต่างกัน ส่วนปุ่ม Y, X และ A จะถูกตั้งค่าไว้สำหรับการใช้สกิล เช่นพุ่งโจมตี จับ และการโจมตีพิเศษอื่นๆ โดยสกิลเหล่านี้จะเชื่อมโยงไปถึงสายอาชีพของตัวละครเรา อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวต่างๆ รวมไปถึงการวิ่ง จะทำการไปลดค่า stamina ลง ซึ่งถ้าหมดตัวละครจะแสดงท่าทางว่าเหนื่อยมากๆ ออกมาให้เราได้รับรู้ในทันที

เราจะเริ่มเกมมาด้วยสายอาชีพพื้นฐานต่างๆ ที่ใช้ชื่อรวมๆ ว่า Basic Vocations เช่น Fighter, Strider และ Mage โดยนอกจากการต่อสู้จะเพิ่มค่า EXP ของเราแล้ว มันยังเพิ่มเลเวล ไปจนถึง Vocation level ของเราอีกด้วย ซึ่งการที่ Vocation level มีระดับสูงๆ มันจะยิ่งช่วยปลดล็อคสกิล รวมไปถึงเพิ่มเลเวลของสกิลให้สูงขึ้น ผ่านการใช้แต้ม Discipline Points ที่ได้รับจากการต่อสู้ หรือพูดคุยกับ NPC (อยู่แถวโรงแรม หรือจุดที่เรานอนหลับพักผ่อนได้) ทั้งนี้เราสามารถสลับ Vocation ของเราได้ที่ NPC โดย Vocation แต่ละแบบก็จะมีลูกเล่น รวมไปถึงกลยุทธ์ที่ใช้ต่อสู้ซึ่งแตกต่างกันมากๆ โดยต่อให้เราเล่นไปจนถึง Vocation ที่เราต้องการแล้ว มันก็ยังมีพื้นที่มากพอให้เราปรับแต่ง เพื่อหารูปแบบการเล่น หรือสไตล์การเล่นที่ตรงกับเราได้อีกมากมายทีเดียว

และหลังจากนั้นไม่นาน เราจะได้ปลดล็อค Hybrid และ Advanced Vocations เช่น Magik Archer, Mystik Knight, Assassin และ Sorcerer ซึ่งนอกจากจะปลดล็อคสกิลใหม่ๆ และอัปเกรดสกิลที่เรามีอยู่แล้วได้ เรายังจะได้สกิลเฉพาะของสายอาชีพนั้นๆ เพิ่มเติม รวมไปถึงการเข้าถึงอาวุธ และอุปกรณ์พิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดย Vocations อย่าง Assassin จะให้เราผสมการต่อสู้ระยะไกลด้วยธนู และใกล้ด้วยทักษะดาบสุดแกร่ง ในขณะที่ Mystik Knight จะสามารถซัพพอร์ท Pawns ร่วมไปขณะต่อสู้ในระยะประชิดได้ เนื่องจาก Vocations จำนวนมากมีความสามารถที่ใช้กับตัวละครประเภทอื่นๆ มากมาย มันช้า แต่มันขยายสกิลของเราให้กว้างขึ้น ซึ่งนั่นรวมไปถึง Core skill ที่จะเปิดใช้งานในทันที และ Augments ที่จะมอบความสามารถพิเศษให้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเสพติดจนไม่ได้ทำอะไร นี่ทำให้การต่อสู้กับศัตรูทุกตัวในเกมค่อนข้างมีค่า โดยนอกจากจะเพิ่ม Vocation level แล้ว มันยังเพิ่ม Discipline Points สำหรับปลดล็อคสกิลให้กับเราอีกด้วย เรียกได้ว่าเราจะได้ลองผิดลองถูก เล่น Vocation ใหม่ๆ หรือสลับสกิลไปมาจนเพลินเลยละ

ในเกม Dragon's Dogma ค่อนข้างมีศํตรูมากมายหลายหลากให้เราได้เผชิญ ตั้งแต่ศัตรูที่อ่อนแอมากๆ อย่างพวก Goblins หรือ Saurians ไปจนถึงศัตรูขนาดใหญ่อย่าง Griffin, Troll, Chimera และ Cyclops ตัวเกมมาพร้อมกับ ZR trigger ที่ทำให้เราปีนป่ายไปบนมอนสเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อโจมตีมันได้ ทั้งนี้การต้องปะทะกับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ในเกม Dragon's Dogma ถือเป็นความตื่นเต้นที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อ Pawns ของเราฉลาดขึ้น และรู้จักเรียนรู้ในการใช้กลยุทธ์ได้มากขึ้น ทั้งนี้มอนสเตอร์แต่ละแบบก็ล้วนมีเอกลักษณ์ และความสามารถต่างกัน เราจำเป็นต้องเรียนรู้ แก้ปัญหา จึงจะปราบมันลงได้

ด้วยระบบ Vocation มันก็มากพอแล้วที่จะเล่นเกมเกมนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายชั่วโมง แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกไม่เบื่อเลย ก็คือโลกของตัวเกมนั้นกว้างใหญ่มากๆ และมีรายละเอียดมากมายให้เราได้เข้าไปค้นหา แมปของตัวเกมมีสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย มันต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะเดินจากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง ตัวเกมมาพร้อมกับระบบกลางวันกลางคืน โดยตอนมืดจะค่อนข้างเดินทางได้ลำบากอยู่พอสมควร และราสามารถสร้างแสงสว่างขึ้นได้ แต่ก็ต้องเติมเชื้อเพลิงใหม่เสมอๆ

เรื่องราวในตัวเกมจะตั้งเป้าให้เราไปยัง Gran Soren เมืองหลวงแห่ง Gransys เพื่อพบกับ Edmun Dragonsbane ผู้ปกครองคนปัจจุบันของอาณาจักร และอดีต Arisen ซึ่งตามรายทางจะเต็มไปด้วยเควสย่อยมากมายให้เราได้ทำอย่างเพลิดเพลิน เพื่อรับเงินและค่า EXP เพิ่มเติม เควสบางอย่างที่เราได้เข้าไปช่วยเหลือ สุดท้ายมันอาจจะสำคัญมากๆ ในช่วงท้ายเกมก็ได้ อย่างไรก็ตามการเล่น Dragon’s Dogma เราต้องใช้เวลาต่ำๆ ก็กว่า 10 ชั่วโมง แม้ว่าเราจะเร่งมากเท่าที่จะทำได้แล้ว เราก็จำเป็นต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงอยู่ดี สุดท้ายมันจะทะลุ 100 ชั่วโมงแน่ๆ ทั้งนี้หลังจบเกม จะมีการเพิ่มโหมด NG+ เข้ามา และอย่าลืมว่าตัวเกมมาพร้อมส่วนเสริมที่ชื่อว่า Dark Arisen ซึ่งมาพร้อมกับ Bitterblack Isle ดันเจี้ยนสุดโหด สำหรับผู้เล่นที่แข็งแกร่งจริงๆ เท่านั้นถึงจะผ่านมันไปได้

ปัญหาอย่างหนึ่งของตัวเกม คือพอนานๆ เข้าเราก็จะเห็นการทำซ้ำอะไรหลายๆ อย่างของตัวเกม เช่นเมือง หรือเควส ตัวเกมมีปัญหาด้านโหลดรายละเอียด ที่โหลดไม่ทัน เมื่อเราเข้าไกล้สภาพแวดล้อมต่างๆ หรือมอนสเตอร์ แต่มันก็เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยที่พอมองข้ามไปได้ อย่างไรก็ตาม Dragon’s Dogma ค่อนข้างมีเอกลักษณ์หลายอย่างที่คล้ายๆ กับเกมอย่าง Dark Souls เพราะมันเป็นเกมที่ถูกสร้างด้วยชาวตะวันตกเหมือนกัน แต่เรื่องราวในเกมกับออกแนวไปทางตะวันออกอย่างชัดเจน

สำหรับการเล่นบนแพลตฟอร์ม Nintendo Switch ตัวเกมค่อนข้างทำออกมาได้ดี แต่อาจมีเฟรมเรทตกบ้าง หากมีอะไรเกิดในหน้าจอเยอะๆ โดยจะเห็นได้ชัดเจนเลยเมื่อเล่นในโหมด handheld ซึ่งสามารถนำโลกแห่ง Gransys เข้ามาใส่แพลตฟอร์มอย่าง Switch ได้ เป็นอะไรที่ดูน่าประทับใจมากๆ แม้ว่ามันจะไม่ประทับใจได้เทียบเท่า Breath of the Wild ก็ตาม แต่ก็มีความสมบูรณ์ และรายละเอียดที่มากขึ้น ทั้งนี้ Dragon’s Dogma เป็นเกมที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่มันเปิดตัวออกมาในครั้งแรก และแม้โลกในเกมจะไม่ใช่เรื่องราวระดับมหากาพย์ แต่ก็มีตำนานที่ซับซ้อนน่าสนใจมากมาย การสำรวจเป็นสิ่งเสพย์ติดของเกมเกมนี้ มันมีซอกเล็กซอกน้อยมากมายให้เราได้ตรวจสอบเสมอๆ แม้ว่าเราจะเล่นตัวเกมผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม ตัวเกมมีระบบต่อสู้ที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเกม RPG และเป็นข้อพิสูจน์ รวมไปถึงคำชื่นชมในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้นี่จะเป็น remaster แบบเดิมๆ แต่ Dragon’s Dogma ก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่เราไม่ควรพลาดจริงๆ อยู่ดี

__แหล่งที่มา nintendolife.com/__

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service