Articles

[Review] Bloodstained: Ritual Of The Night

21 Sep 19, 11:14 Game Review
[Review] Bloodstained: Ritual Of The Night
  • แพลตฟอร์ม : PC, PS4
  • คะแนน : 8/10 (GREAT)

นับตั้งแต่ Castlevania: Symphony of the Night มา เกมแนว Metroidvania ได้เลือนหายไปนานพอสมควร และถึงแม้โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ Castlevania อย่าง Koji Igarashi จะไม่ได้ว้าวกับโปรเจกต์เกมใหม่อย่าง Bloodstained: Ritual of the Night ของตนมากนัก แต่ตัวเกมก็ค่อนข้างคุ้มค่า มันมีพร้อมทั้งงานออกแบบเลเวล การต่อสู้ ระบบช่วยเล่น และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไร้ที่ติ หากใครที่เล่นเกมแนวนี้มาโดยตลอด Bloodstained: Ritual of the Night จะให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย และรู้สึกสบาย มันมีหลายส่วนที่เหมือนกับซีรี่ส์ Castlevania ในอดีต ไม่ว่าจะเรื่องที่ Miriam ตัวละครหลักของเรา จะล้มศัตรูได้ จำเป็นต้องโจมตีใส่กว่า 4 - 5 ครั้ง รวมถึงความว่องไวที่ช่วงแรกตัวละครของเราจะไม่ค่อยมี ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเล่นขึ้น นี่เป็นส่วนที่ต่างกับเกม Symphony of the Night จนกว่า Miriam จะมีพลังมากขึ้น แล้วทุกๆ สิ่งเราจะกลับมาคุ้นเคยในทันที

Bloodstained โดดเด่นด้วยระบบอาวุธ และชุด ซึ่งมีให้เราได้เลือกใช้หลากหลายประเภท โดยตัวเกมก็เน้นระบบนี้ด้วย Shortcut ที่จะทำให้เราสามารถสลับอาวุธ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ไปมาในระหว่างการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว นี่ถือเป็นระบบช่วยเล่นเล็กๆ แต่มันถูกนำมาใช้ได้อย่างชาญฉลาด โดยนอกจากระบบสับเปลี่ยนอุปกรณ์นี้แล้ว ระบบใหญ่ที่อัปเดทเข้ามาในเกมเกมนี้ก็คือ Shards หรือพลังที่เราได้รับจากปีศาจหรือมอนสเตอร์ที่เราจัดการได้ เพื่อมาเสริมให้ Miriam มีพลังพิเศษ โดยระบบ Shards คือระบบที่เป็นการรวมเอาระบบ Spells, Relics และ Familiars ของ Symphony of the Night มารวมกันจนเป็นระบบเดียวที่ดี และหลากหลายขึ้นมากกว่าเดิม โดย Shards ประกอบไปด้วย 5 ฟอร์มคือ Conjure, Manipulative, Directional, Passive, และ Familiar

Conjure เป็นพลังในการอัญเชิญอาวุธ หรือสร้างสิ่งมีชีวิต, Passive เป็นพลังพวกบัฟ หรือพลังที่มีประโยชน์ต่างๆ, Familiars จะติดมาพร้อมกับเรา , Manipulative พลังในการเปลี่ยนสถานะ และ Directional จะเป็นฟอร์มที่มีหลากหลายมากที่สุด และเราต้องใช้มันเป็นส่วนใหญ่ เพื่อแก้ปริศนาต่างๆ หรือใช้มันเพื่อผ่านอุปสรรคบางอย่างโดยเฉพาะ ซึ่งด้วยระบบของ Shards ทำให้เราค่อนข้างเป็นตัวละครที่ทรงพลัง และส่งผลต่อความยากของตัวเกมที่ลดลงไปพอสมควร แต่การเพิ่มเลเวล การเปิดแมป หรือการปะทะกับบอสเป็นอะไรที่สนุก และด้วยอาวุธที่หลากหลาย ทำให้มันง่ายที่เราจะสร้างสไตล์การเล่นที่เราต้องการขึ้นมาได้

ระบบเพิ่มเติมอื่นๆ เช่นระบบคราฟอาวุธ ระบบทำอาหาร เพิ่มความแตกต่างเล็กน้อยให้กับ Bloodstained และเป็นหนึ่งในวิธีที่มีหลากหลายขึ้น ในการเพิ่มค่าพลังสเตตัสของเรา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ความแกร่งของตัวละคร จะถูกเพิ่มขึ้นไปในแนวทางเดียวกัน โดยที่เราไม่ต้องเจอกับทางเลือกในการตัดสินใจที่ยากนัก ยกเว้นในส่วนการเลือกพวกอาวุธ หรืออุปกรณ์ต่างๆ สิ่งนี้ก่อให้เกิดความแตกต่างจากปกติ ที่ได้หยิบความแตกต่างของชนิด มาใช้เสริมด้านพลัง ซึ่งยิ่งเราจัดการมอนสเตอร์มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นนั้น ถือเป็นอะไรที่ทำออกมาได้น่าพอใจเอามากๆ

Bloodstained มีปัญหาด้านเทคนิคต่างๆ เกิดขึ้นอยู่บ้าง มีพวกเฟรมเรทที่จะตกตอนที่เราได้รับพลัง รวมไปถึงบางพื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะๆ แต่โดยภาพรวมแล้ว การออกแบบ หรือการตกแต่งภายใน ทำออกมาได้สวย และการมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงความปราณีตในงานออกแบบได้เป็นอย่างดี ส่วนที่หรูหราจะโดดเด่น เพราะมันมีจำนวนที่น้อย แต่ส่วนที่เหลือก็ดูดี เมื่อจับหลายๆ อย่างเข้ามารวมกัน ทั้งนี้ไม่ใช่แค่รูปสวยเพียงอย่างเดียว งานออกแบบฉากก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ตัวเกมเต็มไปด้วยความลับให้เราได้ออกค้นหาและสำรวจ ในปราสาทเต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้เราอยากรู้อยากเห็นมากมาย จุดหรือฉากบางส่วนที่เราสามารถเข้าถึงได้ภายหลัง ไม่ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด โดยเราสามารถทำเครื่องหมายบอกตำแหน่ง เพื่อภายหลังเราจะได้กลับมาได้อีกครั้ง และการเข้าสู่ตอนจบที่แท้จริงของตัวเกม เป็นปริศนาที่ชาญฉลาดมากๆ สำหรับเกมเพลตฟอร์มเกมนี้ ซึ่งเป็นการจมลึกสู่การสำรวจที่มากกว่าเดิม

การใช้ชื่อ Castlevania จะก่อให้เกิดข้อจำกัดมากมาย แต่ Bloodstained ใช้ไอเดียที่สร้างสรรค์ยกระดับ Castlevania ให้ดีขึ้น โดยไม่ทิ้งระบบต่างๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของตัวซีรีส์ ตั้งแต่คำอธิบายของอาวุธ ตัวฉาก หรือบอสต่างๆ Bloodstained แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อต้นตำรับเป็นอย่างมาก และมันก็มี Easter eggs ให้เราได้เห็น หรือเก็บอยู่มากทีเดียว ทั้งนี้เนื้อเรื่องของตัวเกมจะค่อนข้างอ่อน แต่ไม่ธรรมดา คือหลายๆ อย่างมันดูราบเรียบ แต่ก็มีมุขตลกๆ ที่ค่อนข้างไร้สาระใส่้เข้ามาให้เราต้อง เฮ้ย!! อยู่บ้าง Bloodstained ไม่ได้กระโจนออกจากเกมต้นกำเนิด แต่มันคือเกมที่ปรับแต่งให้ตัวเกมต้นฉบับมีความหลากหลาย และยืดหยุ่นมากกว่าเดิม และแสดงให้เห็นว่า Metroidvania ที่ทันสมัยขึ้น สามารถยืนเคียงข้างรุ่นก่อนได้เสมอกัน

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service