Articles

[Review] Omega Labyrinth Life

30 Oct 19, 12:06 Game Review
[Review] Omega Labyrinth Life
  • แพลตฟอร์ม : Switch
  • คะแนน : 6/10 (Not Bad)

Omega Labyrinth เป็นซีรีส์เกมที่อยู่บน PS Vita มาตั้งแต่ปี 2015 โดยในตอนนั้นตัวเกมไม่ได้โดดเด่นอะไร ใช้กราฟฟิกได้ในระดับที่ต่ำกว่า PS1 เสียอีก เรื่องราวในเกมเล่าถึงนักเรียนแลกเปลี่ยนนาม Hinata Akatsuki ที่อยู่ดีๆ ก็ถูกส่งไปอยู่ในชั้นเรียนที่ค่อนข้างแปลก มันคือถ้ำที่มีความสูงหลายช้ั้น (กลับหัว) และมีมอนสเตอร์อยู่เต็มไปหมด เราจะได้รับบทเป็น Hinata ที่จะต้องค้นหาความจริงของเรื่องราว ค้นหาเพื่อนๆ และต่อสู้ผ่านดันเจียนมากมาย เพื่อฟื้นฟู Holy Blossom ชั้นเรียน หรือโรงเรียนของตน โดยการลงดันเจี้ยนไปให้ลึกมากที่สุด เราจะได้ปะทะกับเหล่ามอนสเตอร์ พร้อมคู่หูของตนเอง หรือจะเล่นแบบลุยเดี่ยวก็ได้ ตัวดันเดี้ยนจะสร้างขึ้นแบบสุ่มทุกครั้งที่เข้ามาเล่น เก็บเกี่ยวเมล็ด ทำสวน หรือทำพื้นที่โดยรอบๆ ของตัวโรงเรียนให้เกิดสีสัน และกลับมางดงามดังเดิมอีกครั้ง โดยเมื่อเราดำเนินเรื่องราวในเกมไปเรื่อยๆ เราจะได้ทั้งอุปกรณ์ เหล่าเพื่อนๆ หน้าใหม่ และทำการอัปเกรดทั้งสองด้วยวิธีการที่หลากหลาย และเซ็กซี่

เช่นการตรวจสอบ Ambiguity คริสตัลที่อยู่ระหว่างหน้าอก ซึ่งจะให้เราได้เล่น TFT กับแฟนของเรา หรือสาวๆ คนอื่นๆ และ augmenting สาวๆ โดยทำการกระตุ้นพวกเธอในเรือนกระจก Skill Blooms เป็นตำแหน่งหนึ่งบยร่างกายของสาวๆ ที่เราต้องไปสัมผัส เพื่อให้สาวๆ ได้เรียนรู้สกิลใหม่ๆ หรือเพิ่มระดับเลเวล เราสามารถใช้ระบบทัช หรือลูกศรบนจอในการสร้างความสุขให้กับสาวๆ ให้ไปสู่ความบ้าคลั่ง จนมีของเหลวสาดกระเด็นเต็มหน้าจอ อย่างไรก็ตาม เราจะต้องทำอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมา และเป็นภาพเดิมๆ เสมอ โชคดีที่ตัวเกมมีระบบ Skip ซึ่งทำให้เราข้ามฉากเหล่านั้นไปได้ในทันที

Omega Labyrinth มีเสียงญี่ปุ่นติดมาด้วย เราสามารถปรีบความเร็วของตัวข้อความได้ 5 ระดับ ผ่านการกดไปที่ Y เพื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Auto หรือข้ามเรื่องราวต่างๆ ด้วย ZR อย่างไรก็ตาม งานเขียนของตัวเกมค่อนข้างทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เราจะได้โต้ตอบกับตัวละครต่างๆ ที่สำคัญๆ ด้วยการถ่ายรูป โดยจะมีข้อความปรากฎออกมาทุกครั้ง เราสามารถใช้ปุ่ม "+" เพื่อสร้างไอคอนรูปมือ หรือจะทัชสกีนเพื่อโต้ตอบกับสาวๆ โดยตรงเลยก็ได้เช่นกัน สาวๆ จะทำการตอบสนองด้วยลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ในขณะที่เรายุ่งกับทรวงอกของพวกเธอ ด้วยลักษณะที่แตกต่างกัน เสียดายที่ระบบฟิสิกส์ของตัวเกมมันกระตุกเหมือนฟาดแส้ มันเลยกลายเป็นดูตลก และน่ารำคาญไปหน่อย

ในโหมดดันเจี้ยน ตัวละครจะถูกล็อคการควบคุมให้เดินไปมาได้ 8 ทิศทางเท่านั้น ด้วยการเดินบนตารางที่เรามองไม่เห็น (ต้องกด Y) โดยการเดินของเรา 1 ช่อง จะนับเป็น 1 เทิร์นของเรา และศัตรูจะเคลื่อนไหวต่อทันที มันคล้ายๆ กับโหมด Fixed Beat ของเกม Cadence of Hyrule ทั้งนี้มีฟังก์ชั่นเร่งความเร็ว ทำให้เราสำรวจตัวดันเจี้ยนให้เร็วมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม แต่จะมีตัววัดความหิวของตัวละครจำกัดเอาไว้ ซึ่งเปรียบเป็นเวลาที่จำกัดในการสำรวจตัวดันเจี้ยนนั่นเอง (แต่ถ้าขนอาหารมาด้วย ก็จะทำให้สำรวจดันเจี้ยนได้นานขึ้น)

อย่างไรก็ตามตัวเกมมีระบบการโจมตีที่แตกต่างจาก Cadence of Hyrule เราต้องกดปุ่ม A เพื่อโจมตี โดยเราสามารถเคลื่อนที่ และโจมตีในแนวทแยงได้ การปราบศัตรูจะทำให้เราสามารถเก็บสะสมพลังเพื่อใช้ Omega Power ได้ โดยพลังนี้จะทำให้ตัวละครสาวๆ ของเรามีขนาดหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น (แค่ในดันเจี้ยน) โดยยิ่งตัวละครเรามีหน้าอกที่ใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ ตัวละครสาวๆ ของเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เราจะพบชุดชั้นใน และเก็บสิ่งต่างๆ ที่ปล่อยเกลื่อนกลาดอยู่ในดันเจียน และใส่ให้กับตัวละครของเรา หรือสาวๆ ต่างๆ ได้อย่างอิสระ แต่จำไว้ตัวเกมเป็นแนว roguelike ที่เมื่อเราตาย ของทุกชิ้นในตัวเราจะตกลงพื้นทั้งหมด แต่เราสามารถซื้อ track เพื่อล็อครายการไอเทมกว่า 10 รายการ ให้ตกบนพื้นได้ และใช้ Fairy Wings สำหรับรักษาอุปกรณ์เของเราหลังจากตาย หรือใช้ Escape Tome เพื่อหนีกลับไปยังห้องเรียน นอกจากนี้เรายังสามารถเพิ่มความสามารถของอุปกรณ์ของเราได้ โดยการใส่บัฟลงไปในสล็อตที่มีให้เลือกใส่มากถึง 4 ช่อง ดังนั้นเราต้องมั่นใจด้วย ว่าเราจะไม่เสียอุปกรณ์ที่อัปเกรดดีๆ นี้ไป

ตัวเกมมีปุ่มลัดไปยังหน้าเมนูได้ในทันที มีระบบ fast travel ที่ทำให้เราเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แทนที่จะต้องเดิน หรือเคลื่อนที่ไปเอง ตัวเกมมีเฟรมเรทตกอยู่บ่อยๆ เมื่อเราเคลื่อนที่ไปรอบๆ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวแบบ 8 ทิศทาง เป็นการควบคุมแบบอะนาล็อกเต็มรูปแบบ ซึ่งมอบความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก เมื่อเรานำมันไปใช้กับการสำรวจสิ่งต่างๆ พูดคุยกับเหล่า NPC นักเรียน รับเควส และทำสิ่งต่างๆ โดยตัวเกมยังมีระบบการใช้ชีวิต เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของตัวเกม เช่นระบบทำสวนดอกไม้เป็นต้น ตัวเกมมีระบบดันเจี้ยนที่หลากหลาย ทั้งศัตรู อาวุธ รวมไปถึงไอเทมกดใช้งานต่างๆ รวมไปถึงเสน่ห์ของความเป็นเกมแนว roguelike ทำให้ตัวเกมมีความซีเรียส และต้องวางกลยุทธ์ในการเล่นที่มากพอสมควรทีเดียว

ช่วง 2 - 3 ชั่วโมงแรกของการเล่นเกม เราจะได้ปลดล็อคฟีเจอร์ต่างๆ และเรียนรู้วิธีการเล่นเกมด้านต่างๆ อย่างหลากหลาย และด้วยสไตล์เกม ทำให้ช่วงแรกๆ ตัวเกมจะมีความยากอยู่พอสมควร และนั่นทำให้เราต้องฟาร์มอุปกรณ์ของเราให้สมบูรณ์เสียก่อน ถึงจะเล่นต่อไปได้อย่างราบลื่น หลังจากนั้นเราจะสนุกไปกับระบบการอัปเกรด และเก็บสะสมตัวละครได้อย่างเพลิดเพลินเลยละ อย่างไรก็ตามตัวเกมมีรายละเอียดหลายอย่างที่เก็บไม่เนี้ยบ และทำให้มันดูกลายเป็นเกมล้าสมัยอย่างชัดเจน เมนูใช้งานยาก และการเดินทางในดันเจี้ยนสนุก แต่เมื่อย้อยกลับมายังโรงเรียนที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เราจะรู้สึกว่าความพยายามของเราไม่คุ้มค่าเลย

ตัวเกมมีราคาค่อนข้างสูง ไม่คุ้มกับตัวเกมที่เราได้มา แถมดูเหมือนเราจะต้องซื้อ DLC เพิ่มเติมในอนาคตต่ออีกด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับเกมแนว roguelike เกมอื่นๆ แล้ว เราจะพบว่านอกจากราคาต่างกันแล้ว คุณภาพยังแตกต่างกันเป็นอย่างมากอีกด้วย

__แหล่งที่มา nintendolife.com__

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service