Articles

[Review] Yakuza Kiwami

4 Oct 17, 18:21 Game Review
[Review] Yakuza Kiwami

แพลตฟอร์ม : PlayStation 4
คะแนน : 8/10 (GREAT)

ซีรีย์เกม Yakuza ทำสองสิ่งออกมาได้เป็นอย่างดี นั่นคือเรื่องราวของตัวเกมอันน่าทึ่ง และความไร้สาระปนฮาของภารกิจที่แปลกประหลาด โดยเกมภาคล่าสุดอย่าง "Yakuza Kiwami" ก็ไม่มีข้อยกเว้นในสูตรความสำเร็จนี้ มันโลดแล่นและสนุกสนาน มันสะท้อนให้เห็นช่วงหนึ่งของเด็กหรือเยาวชนบางกลุ่ม มันเป็นเกมที่ยากที่จะจัดหมวดหมู่ แต่จิตวิญญาณที่รุนแรงสามารถระบุได้ทันทีว่ามันคือเกมอะไร และอย่าได้ดูถูกเกมเกมนี้อย่างเด็ดขาด

บางคนน่าจะเคยได้เล่นเกม Yakuza ครั้งแรกในปี 2005 ดังนั้นสำหรับพวกเขา Kiwami คือการ Remake ตัวเกมกลับมาใหม่ทั้งหมด มันยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ในความเรียบง่ายของเกม Yakuza ในภาคแรก และผสมความแปลกใหม่ของเกมในยุคปัจจุบันเข้าไปด้วย ผ่านทางการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยอย่างการเล่าเรื่องที่ขยายกว้างขึ้น และระบบต่อสู้ที่เข้ากับตลาดเกมสมัยนี้มากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว

สำหรับเกม Yakuza Kiwami คือภาคต่อของ Yakuza Zero ที่ออกมาเมื่อต้นปี และยังมีภาคแยกที่ชื่อว่า Yakuza Ishin อีกด้วย แต่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากจะเล่นเกมเกมนี้ตั้งแต่ต้น และดำรงอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบัน Yakuza Zero คือเกมตัวแรกที่คุณควรซื้อมาเล่นก่อน แล้วมันจะสมบูรณ์แบบมากๆ เมื่อคุณมาจับ Yakuza Kiwami ต่อ

Kiwami ถูกออกแบบมาจากสังคมยากูซ่ายุคปัจจุบัน แม้มันจะมี DNA ของเวอร์ชั่น 2005 อยู่ก็ตาม คุณจะได้เดินไปตามถนน Kamurocho ย่านโคมแดงของมหานคร Tokyo โดย Kazuma Kiryu ยังคงเป็นตัวเด่นในภาคนี้ และแม้ว่าโลกรอบ ๆ ตัวเขาได้ผ่านการเติบโตทางด้านเทคโนโลยี และวัฒนธรรมแล้ว แต่เขาก็ยังคงเป็นนักเลงวัยเก๋า หัวใจทอง ที่พร้อมจะปล่อยกำปั้นแห่งความโกรธเกรี้ยวออกมาได้อยู่เสมอ

บนเส้นทาง Kamurocho เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า หรือคลับบาร์ต่างๆ โดยเราสามารถซื้อและขายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่โรงรับจำนำ และสะสมเครื่องดื่มให้พลังงานหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จากร้านสะดวกซื้อหลายๆ แห่งจากบนถนน ทั้งนี้ Kamurocho ถือเป็นภาพสะท้อน และความเกินจริงของเมืองในญี่ปุ่น ที่แม้ว่ามันจะมีแต่อะไรที่ดูสนุก แต่มันก็มาพร้อมกับสิ่งที่ผิดกฎหมายมากมาย

ตัวเกมมีทั้งหมด 13 บทเหมือนกับตัวเกมภาคอื่นๆ มันจะนำเสนอความขัดแย้งขนาดเล็กๆ จนขยายกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผ่านการเล่นรูปแบบสำรวจตัวเมืองสลับไปกับคัทซีนภายในตัวเกม โดยภายใน Kiwami ถือเป็นภาคที่เปิดกว้างมากๆ ที่จะให้เราเซ็ตตำแหน่งที่เราต้องการไปได้อย่างอิสระตามมิสชั่นที่เราต้องทำ ทำให้คุณสามารถจดจำมิสชั่นมากมาย และหนีไปทำมิสชั่นหลักก่อนได้ แล้วค่อยย้อนกลับมาเก็บมิสชั่นอื่นๆ อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางมิสชั่นใน Kamurocho ค่อนข้างจะบางเบา และดูล้าสมัยเมื่อเทียบกับยุคสมัยใหม่ หมายความว่าคุณอาจต้องวิ่งไปทำอะไรซ้ำๆ จากที่เดิมๆ ทำให้มันดูไม่หลากหลายตามขนาดของแผนที่ และสถานที่มากมายที่อยู่ภายในเกม ซึ่งบางครั้งคุณอาจจะเบื่อได้ทันที เมื่อรู้ว่าต้องวิ่งไปที่อื่นอีกแล้วหลังจากฟังบทสนทนาสั้นๆ ภายในตัวเกม

คุณจะไม่รู้สึกว่าถูกขัดบ่อยๆ เมื่อต้องพบกับเหล่าศัตรูและต้องสู้รบกับพวกเขาโดยบังเอิญอยู่บ่อยๆ มันเป็นรูปแบบการต่อสู้บนท้องถนนในกรุงโตเกียวที่ดูล้าสมัยในรูปแบบ beat-em-up ซึ่งมีการควบคุมที่ค่อนข้างแข็งๆ และจำนวนศัตรูมากมายที่เราจะได้ปะทะค่อนข้างบ่อยๆ แน่นอนว่าตัวละครในภาคนี้ค่อนข้างมีหลายอย่างที่น่าประทับใจ ซึ่งรวมไปถึงท่วงท่าในการต่อสู้อันรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่เราสามารถเลือกนำมาใช้ได้ อย่างไรก็ตามในภาค Kiwami ถือเป็นภาคที่มีการต่อสู้มากมายและชวนให้สับสนอยู่ตลอดเวลา

แม้ว่าเราจะไม่สามารถควบคุมตัวละครจากภาค Zero ได้ Goro Majima ก็ยังถือเป็นตัวละครคนสำคัญที่เกี่ยวกับตัวเนื้อเรื่องโดยตรงอยู่ดี โดย Goro มีความพอใจที่เลือกตัวเราเป็นคู่ต่อสู้ เพื่อตอบสนองตามลักษณะนิสัยของตัวเขาเอง และช่วยให้คุณฟื้นทักษะด้านต่างๆ หลังจากที่คุณถูกคุมขังอยู่ในคุก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงต้นของภาค Kiwami รวมไปถึงเควสแปลกๆ ที่เราจะได้พบเจอผ่านการสำรวจถนน Kamurocho ซึ่งเหตุการณ์ประหลาดนี้จะส่งผลให้เราต้องกลับไปสำรวจวัตถุประสงค์ต่างๆ อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องหลักในภาค Kiwami ค่อนข้างจะหนักหน่วง ผ่านการเล่าเรื่องรูปแบบการฆาตกรรม และการทรยศ ซึ่งทั้งหมดนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ที่จะทำให้เราได้เข้าไปโลดแล่นในโลกที่ดำรงอยู่นอกกฎหมาย

นอกจากตัวเกมจะมีเนื้อเรื่องรองๆ มากมายให้เราได้สัมผัส ภายในเกมยังคงเต็มไปด้วยมินิเกมที่เราสามารถอยู่กับตัวเกมได้นานหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นปาเป้า หรือไพ่นกกระจอก ซึ่งเป็นอะไรที่ดูเรียบง่ายและดูดั้งเดิมตามภาค Zero ที่เคยทำมา เช่นเดียวกับ การแข่งขันรถRC โบว์ลิ่ง และกรงแม่น และอื่นๆ อีกมากมายที่สายหื่นจะต้องชอบ แต่แน่นอนว่ามันลงลึกไปถึงแค่เซ็กซี่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม Kiwami เป็นภาคที่นำเสนอกิจกรรมมากมายสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งไม่เขินอายที่เผยแพร่ว่ามันเป็นกิจกรรมที่นิยมจริงๆ ในปัจจุบัน

การขาดความยับยั้งชั่นใจ ยังคงเป็นเครดิตด้านคุณภาพที่โดดเด่นของซีรีย์ Yakuza โดยตัวคัทซีนมักจะซัพพอร์ทการแสดงอารมณ์ของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในทำนองเดียวกัน การต่อสู้ที่สมบูรณ์แบบของ Kiryu แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสร้างสรรค์ ผ่านการที่เขารู้จักและสามารถใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม และนำมาใช้เป็นอาวุธเฉพาะของตนได้ แต่เหล่านี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนการต่อสู้ที่น่าเบื่อให้กลายเป็นความตื่นเต้นแต่อย่างใด แต่ความรุนแรง ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ขันในตัวเกม รวมไปถึงความเซ็กซี่ที่ปรากฎออกมา มันรวมจนกลายเป็นซีรีย์ Yakuza ที่ดูน่าตื่นเต้นและเร้าใจ แม้มันจะมีข้อบกพร่องที่เห็นอยู่ได้ชัดก็ตาม

Kiwami ทำผลงานได้ดีทั้งในรูปแบบของเกมยากูซ่าเดิม และการดำเนินเรื่องราวที่ต่อจาก Zero และถึงแม้จะมีการต่อสู้ที่เกิดขึ้นบนถนนอยู่บ่อยๆ แต่มันไม่มีเกมที่เล่นง่ายในซีรีย์ Yakuza โดยเราไม่ควรมองข้ามผู้ที่มาใหม่ แม้ว่า Zero จะมองข้ามพวกเขาไปก็ตาม ไม่มีอะไรที่ไม่เหมือน Yakuza และ Kiwami ไม่กลัวที่จะแสดงมันออกมา

แหล่งที่มา gamespot

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service