Articles

[Review] The Evil Within 2

13 Dec 17, 20:23 Game Review
[Review] The Evil Within 2
  • แพลตฟอร์ม : PlayStation 4, Xbox ONE, PC
  • คะแนน : 8/10 (GREAT)

การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในกฎเกณฑ์เดิมของๆ หนังหรือเกมสยองขวัญถือเป็นเรื่องที่ยาก แต่ยังไงก็ตาม "The Evil Within 2" ก็ยังสามารถทำสิ่งนั้นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าชื่นชม นักพัฒนา Tango Gameworks ได้ทำการนำเสนอความสยองขวัญในรูปแบบเก่าให้กลายเป็นแบบ Semi-Open World และนั่นก็ทำให้อะไรเดิมๆ ดูสดใหม่ขึ้นมาในทันตาเห็น โดยตัวเกมภาค 2 นี้ถือว่าห่างจากตัวเกมภาคแรกอยู่หลายปีพอสมควร เราจะได้พบว่าอดีตนักสืบ Sebastian Castellanos กำลังตกต่ำถึงขีดสุด เขายังคงโกรธ และรู้สึกผิดเกี่ยวกับเหตุการณืในภาคแรก จนทำให้เขาต้องสูญเสียครอบครัวไปทั้งหมด และตัวเขาก็ยังคงถูกตามหลอกหลอนจากฝันร้ายในโลกแห่งความเป้นจริง เมื่อมีองค์กรณ์ในโลกมืดองค์กรหนึ่งให้โอกาสแก่เขาเพื่อกลับไปแก้ไขอดีตที่ผิดพลาด ด้วยการช่วยเหลือลูกสาวของตน ซึ่งติดอยู่ใน Union แน่นอนว่าเขาไม่ได้ลังเลใจใดๆ เลย แม้ร่างกายและจิตใจของเขาจะไม่ไหวแล้วก็ตาม

โดยในตอนแรกใครๆ ก็คงคิดว่าตัวเกมคงมาในลักษณะเหมือนภาคแรก แต่ทุกคนอย่าลืมนะว่า Sebastian เขาคือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากภาคแรก แน่นอนตอนนี้เขาไม่ปกติ แต่นั่นแหละคือสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ภาค 2 ไม่เหมือนภาคแรกอย่างแป๊ะๆ ทั้งนี้ในภาค 2 เราจะรู้สึกได้ออกผจญภัยมากยิ่งขึ้น มีการใส่ตัวละครเข้ามาเพิ่มเติม มีบทสนทนาที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก และเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักกระจายอยู่หลายทีภายในฉาก ซึ่งมันเปิดกว้างให้เราได้สำรวจ และแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้พึ่งมามีในภาคที่ 2 อย่างไรก็ตาม ภายในเกมมีบางส่วนที่ทำให้เราต้องย้อนกลับไปยังที่เก่าๆ ทำให้การสำรวจของเราลดน้อยลง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นระบบการสำรวจภายในเกมก็ยังคงมอบความสนุกให้แก่เราได้อย่างต่อเนื่อง คุณจะได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาของ Union และได้พบกับเหล่าผู้คนมากมายที่ต้องเอาชีวิตรอดจากฝันร้ายแห่งนี้ ด้วยรายละเอียดต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามามากมาย แต่มันก็ยังคงเคราพต้นแบบโลกของ The Evil Within อยู่ไม่เสื่อมคราย ทั้งนี้เมื่อเทียบฉากต่อฉากในแต่ละบทที่ไม่เหมือนกัน เราจะพบว่าตัวเกมในภาคนี้จะมีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อ หรือเชื่อมโยงกันอยู่ โดยตัวเกมเน้นไปที่ฉากขนาดใหญ่ และสร้างจุดที่น่าสนใจขึ้นมาหลายๆ จุด เพื่อให้เราได้เข้าไปสำรวจ ถ้าหากให้เปรียบแล้ว โลกในเกมภาค 2 นี้เหมือนกับสวนสนุกแห่งความบ้าคลั่ง ที่ถูกรังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสยดสยอง ที่จะทำให้ทุกผู้คนจะต้องพบเจอความหวาดกลัว และความน่าสะพรึงกลัวในอดีต โดยการเดินทางไปยังที่ต่างๆ บนแผนที่ซึ่งไม่ได้ถูกระบุหรือทำเครื่องหมายเอาไว้ คุณจะพบว่าทรัพยากรณ์ที่คุณมีนั้นมีคุณค่าเป็นอย่างมาก และคุณก็จะได้พบกับเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจ

เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยสิ่งแวดล้อมที่สับสนและวุ่นวาย ทำให้ Union เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่ไร้ความเสถียร มันทำให้เมืองเล็กๆ กลายเป็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ และแตกต่างจากต้นแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นถนนในแนวตั้ง ไฟ หรือเลือดที่อยู่ผิดที่ผิดทาง เรียกได้ว่า The Evil Within 2 ประสบผลสำเร็จในการสร้างโลกที่น่ากลัว ซึ่งมีความแตกต่างกันมากมาย ให้ออกมาอย่างมีมิติและศฺลปะ มันทำให้เราไม่สามารถจินตนาการได้ว่าโลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะไหนได้อีก

ในขณะที่ตัวละครเอกของเรา Sebastian ทำให้เรารู้สึกว่าเขาเหนื่อยล้า และอ่อนแอลงมาก ในการออกนอกบ้านของเขาอีกรอบ แต่เขาดูดีขึ้น และมีเหตุผลมากกว่าเดิม และมีอะไรหลายอย่างที่ดูดึงดูดในด้านการต่อสู้ ถ้าใครจำได้ ในภาคแรก Sebastian ดูสติแตก และสับสนอยู่ตลอดเวลา แต่ในภาคนี้เขามีความมั่นใจ ซึ่งเห็นได้ไปจนท่วงท่าในการขว้างปาสิ่งต่างๆ ที่ดูเข้ากับอันตรายที่จะเกิดขึ้นภายในเกม นอกจากนี้ตัวร้ายของเกมก็มีรายละเอียดต่างๆ มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งมันดูเหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสภาพแวดล้อมรูปแบบนั้นๆ

ภายในเกมยังมีช่วงเวลาผ่อนคลายและขำขันอยู่พอสมควร เช่นเดี่ยวกับที่มีสภาพแวดล้อมแปลกๆ มากมาย ซึ่งมีของจากเกมของค่าย Bethesda มากมายอยู่ในฉาก ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะไม่รู้สึกว่าตัวฉากมันสวยเลย แต่นั่นคือความสำเร็จของสภาพแวดล้อมที่ดูน่าสยองขวัญ ซึ่งอยู่ทั่วไปในฉากของเกมเกมนี้ อย่างไรก็ตามในภาค 2 ตัวเกมเน้นย้ำไปที่การเอาชีวิตรอดมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรณ์ที่มีอยู่อย่างจำกัด และโลกที่เปิดกว้าง ซึ่งคุณต้องใจเด็ดพอถึงจะกล้าก้าวออกไปนอกเส้นทาง ในขณะที่ศัตรูทั่วๆ ไปมีจำนวนที่น้อยลงเมื่อนำไปเทียบกับตัวเกมในภาคแรก แต่แค่นี้ก็สามารถจัดการกับเราได้อย่างง่ายดายแล้ว ซึ่งนั่นมันทำให้เราต้องรู้จักรอบคอบในการต่อสู้ คุณจำเป็นต้องคิดแผนซ้ำสองครั้ง และตัดสินใจว่าจะสู้ หรือไม่สู้ดี ทั้งนี้ตัวคุณยังสามารถเก็บอาวุธจำนวนมากไว้กับตัวได้ และมันก็มี Crossbow และกระสุนอีก 6 แบบ ซึ่งมีความเหมาะสมแตกต่างกันในศัตรูแต่ละประเภท

ตลอดเส้นทางของ Sebastian เขาจะมีอุปกรณ์สื่อสาร สำหรับเช็คสิ่งที่ต้องทำ และจุดที่น่าสนใจของในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตามวิธีที่คุณจะสำรวจ และจัดการกับจุดเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับตัวเรา คุณสามารถเลือกไม่ปะทะกับศัตรูใดๆ เลยก็ได้ ที่สำคัญ The Evil Within 2 ซัพพอร์ทผู้เล่นที่ชอบการ stealth ให้เป็นพิเศษ เพราะรูปแบบการเล่นแบบนี้จะทำให้การต่อสู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คงต้องขอบคุณระบบอัพเกรดตัวละคร และการจัดการเกี่ยวกับอาวุธและอุปกรณ์ ทีทำให้เราเลือกได้ว่าจะเล่นเป็นสายไหน ระหว่าง stealth, combat, และ athleticism

ภายในเกม Sebastian สามารถกลับไปจุดพัก เพื่ออัพเกรดอาวุธ, สกิล, และดูข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครต่างๆ ได้ ผ่านทาง Green Gel ที่เก็บจากการฆ่าศัตรู ส่วน Red Gel จะใช้สำหรับปลดล็อคการอัพเกรดต่างๆ ซึ่งระบบอัพเกรดส่วนหลัก ถือเป็นระบบที่ได้รับการแก้ไขและอัพเกรดให้ดีขึ้นมาก โดยเราสามารถอัพเกจดาเมจในด้านการโจมตีระยะประชิดให้สูงขึ้น และหลอด stamina ที่ยาวกว่าเดิม โดย special perks ใหม่ยังสามารถปลดล็อคสกิลอย่าง Bottle Break สกิลที่จะคว้าขวดขึ้นมาป้องกันตัวได้อีกด้วย อีกทั้งภาคนี้ยังเพิ่มให้เราสามารถอัพเกรดอาวุธเฉพาะส่วนได้อีกด้วย เรียกได้ว่าในแง่ของระบบถือว่าก้าวหน้าไปไกล และเปิดกว้างกว่าเดิมมากทีเดียว

ทั้งนี้ Sebastian จะต้องตามหาเสบียง วัตถุดิบตามทาง เพื่อใช้แทนลูกกระสุนที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมไปถึงไอเทมสำหรับช่วยชีวิตต่างๆ ทั้งนี้มันอาจดูง่ายขึ้น เพราะตัวเกมสามารถคราฟสิ่งต่างๆ ได้ โดยสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ workbenches ในขณะที่การคราฟในช่องเก็บของ ควรใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะมันมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าวัตถุดิบถึง 2 เท่า ทั้งนี้ด้วยรูปแบบการคราฟของ The Evil Within 2 ทำให้ตัวเกมเพิ่มความรู้สึกการเอาตัวรอดที่มากขึ้น คุณจะพยายามมองหาวัตถุดิบรอบตัวอยู่เสมอๆ พร้อมไปกับการหลบเลี่ยงศัตรูที่จะทำให้สถานการณ์ของคุณแย่ลงไปกว่าเดิม

ตัวเกมจะให้ความรู้สึกที่ท้าทายแม่ว่าเราจะเล่นอยู๋ในระดับความยากธรรมดา โดยเราจะรู้สึกได้เปรียบ รวมไปถึงวิธีการเล่นหลากหลายรูปแบบ โหมด Survival ความยากธรรมดาสามารถจัดการได้ และคุณจะไม่พบว่าตัวเองขาดทรัพยาการณ์แต่อย่างใด โหมด Nightmare กลับแตกต่าง มันต้องกดดันมากขึ้น มีสิ่งที่ต้องเดิมพันมากขึ้น ศัตรูเก่งกว่าเดิม และทรัพยากรที่มีน้อยและจำกัดเอามากๆ แต่ถ้าคุณอยากลองเล่นโหมดอื่นๆ ดูบ้าง คุณสามารถปลดล็อคโหมด Classic ซึ่งเป็นโหมดสุดโหดที่จะไม่การเซฟแบบอัตโนมัติเกิดขึ้น ไม่มีระบบการอัพเกรด และจำกัดการเซฟ โดยนอกเหนือจากโหมดการเล่นเหล่านี้แล้ว ตัวเกมยังมอบประสบการณ์การเอาตัวรอดรูปแบบที่แท้จริงของเกมแนวสยองขวัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งของที่หายากขึ้น และศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน

ทั้งนี้ตัวเกม The Evil Within 2 ยังให้ความเคราพอย่างชัดเจนกับภาพยนต์สยองขวัญ และเกมคลาสสิคก่อนๆ ที่ได้ถูกหยิบมาใช้เป็นส่งอ้างอิง ตัวเกมจะมีรูปแบบการเล่น และโทนไปทางการต่อสู้ที่ดูโลดโผนและดิบ การ stealth จะทำให้คุณต้องมีสมาธิ และรวมไปถึงกับการที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูสุดอันตรายมากมาย The Evil Within 2 จึงเป็นเกมสยองขวัญเอาตัวรอดที่ดี มันโฟกัสไปที่ disempowerment และ obstacles ซึ่งคุณจะรู้สึกพอใจมากๆ เมื่อคุณรอดชีวิตมาได้ อย่างไรก็ตามตัวเกมก็ยังคงมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้หงุดหงิด และปัญหาการเว้นระยะที่แปลก ซึ่งนั่นอาจเกิดมาจากการที่ต้องการให้ตัวเกมมีความกดดันด้วยการเอาชีวิตรอดที่ตึงเครียด ผสมไปกับความสดใหม่ที่ดูน่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ดูสดใหม่จนว้าวไปซะทั้งหมด เนื้อเรื่องของตัวเกมมีความยาวประมาณ 15 ชั่วโมง ตัวเกมมีการนำเสนอความกลัวและครวามกดดันที่ดี และยังเพิ่มอิสระในการเล่น ในการสำรวจ มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ตัวเกมออกมาสมดุลได้ 100% อย่างไรก็ตาม The Evil Within 2 ก็ยังทำให้น่าประทับใจ และน่าทึ่งอยู่ดี

แหล่งที่มา gamespot

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service