Articles

[Review] Destiny 2: Curse Of Osiris

30 Jan 18, 01:01 Game Review
[Review] Destiny 2: Curse Of Osiris
  • แพลตฟอร์ม : PS4
  • คะแนน : 5/10 (MEDIOCRE)

หากใครที่สัมผัสเกม Destiny 2 อยู่ในขณะนี้ "Curse Of Osiris" ถือเป็น DLC ที่ขยายตัวเกมเป็นตัวแรก ซึ่งจะทำการเพิ่มสิ่งใหม่ๆ ให้เราได้สัมผัสกัน โดย DLC นี้จะเพิ่มดาวดวงใหม่อย่าง Mercury เข้ามา, เนื้อเรื่องสั้นๆ บทใหม่, อาวุธและเกียร์ใหม่, Strikes, Crucible maps, Adventures, ท่ามกลางสิ่งเล็กๆ ที่เพิ่มเข้ามา Raid Lair ถือเป็นสิ่งที่สนุกมาก ทั้งนี้สิ่งใหม่ๆ ใน Curse of Osiris แทบจะไม่มีอะไรสำคัญหรือที่น่าสนใจอยู่ใน Destiny 2 เลย

Curse Of Osiris จะเป็นเนื้อเรื่องต่อจากบทสุดท้ายของโหมด Campaign ในทันที เราสามารถเดินทางไปได้หลังจบเนื้อเรื่อง Red War ซึ่งต้องมีระดับ Power level 200 - 220 ขึ้นไป สำหรับผู้เล่นใหม่ หรือผู้เล่นบน PC ที่มีเวลาให้กับตัวเกมน้อยลง DLC นี้จะทำให้เราเก็บเลเวลให้เร็วขึ้น นอกจากจะลงแต่ใน Nightfall โดยแม้ว่า Curse Of Osiris จะเป็นเพียงภารกิจเพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่การต่อต้านของ Vex ผ่านการผสมสิ่งต่างๆ เข้ามารวมกันอย่างน่าสนใจ แต่ด้วยเนื้อหาเพียง 2 ชั่วโมง ทำให้มันกลายเป็นภารกิจที่ดูเร่งรีบ ซึ่งจะผลักเราเข้าสู่สงครามได้อย่างง่ายๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันน้อยจนเกินไป จนเราไม่รู้สึกว่า Osiris นั้นคือตัวละครหนึ่งตัว และดูน่าผิดหวังเมื่อเขาคือหนึ่งในตำนานที่ถูกเล่าขานใน Destiny มาก่อน

ความงดงาม การออกแบบที่หลากหลายของ Infinite Forest การสร้าง Vex ขึ้นมาจากการจำลองช่วงเวลา และะพีชคณิตที่ไร้ขีดจำกัด ถือเป็นสิ่งที่ดูน่าสนใจมากที่สุดใน DLC ตัวนี้ โดยภายใน Forest เราสามารถเดินทางไปยังในอดีตได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะส่งให้เราได้เห็นดาว Mercury ที่สดใส และเขียวชอุ่ม แต่ทั้งนี้มันดันไม่เกี่ยวกับตัวเนื้อเรื่องแต่อย่างใด เราจะได้แค่สำรวจมัน และทำภารกิจเล็กๆ น้อยเท่านั้น โดยนอกจาก Infinite Forest ปลายทางของ Mercury นั้นค่อนข้างจะดูไม่น่าสนใจ เพราะมันแผนที่แบบกลมๆ ขนาดเล็กที่มี Public Event ใหม่หนึ่งอย่าง, Vendor ใหม่, Handful of Chests, และ Lost Sectors โดยการสำรวจต่างๆ ของตัวเกมยังอยู่ที่นี่ มันมีความหลากหลายหลายอย่างให้เราได้สัมผัส ซึ่งไม่ค่อยซ้ำจากของเก่าๆ แต่มันก็อาจดูเล็กๆ สำหรับเลเวลสูงๆ มันขยายไปยัง Strikes ใหม่ ซึ่งแทบจะเหมือนกับภารกิจเนื้อเรื่อง ที่มีไว้ให้เราได้ฆ่าเวลาเล่นเท่านั้น

ปัญหาใหญ่สุดสำหรับ Curse of Osiris คือการล็อคกิจกรรมระดับสูงบางอย่าง รวมไปถึง Prestige Nightfall หลัง Power level ระดับใหม่ ทั้งนี้ Power level ที่แนะนำสำหรับ Prestige Nightfall คือ 330 และจะไม่สามารถเข้าเล่นได้ หากไม่มี DLC ตัวนี้ และที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมากคือต่อให้เรามีเลเวลที่สูงกว่านี้ กิจกรรมเหล่านี้ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดย Heroic Adventures จะทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบ Nightfall ไปยัง Adventures บน Mercury โดยแรงจูงใจที่ทำให้เราต้องเล่นภารกิจเหล่านี้ก็คือการปลดล็อคภารกิจ Lost Prophecy จาก NPC Brother Vance ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจที่น่าเบื่อที่สุดใน Destiny 2 แต่คุณต้องทำ เพราะคุณต้องรวบรวม 10 ไอเทมที่จำเป็น เพื่อปลดล็อค Forge เพื่อนำไปคราฟอาวุธ Legendary Vex แต่ทั้งนี้สำหรับผู้เล่นคนอื่่นๆ ที่ไม่ได้ต้องการอะไรขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลอันใดที่คุณควรเล่นหรือทำมันทั้งหมด เพียงแต่ว่าคุณต้องการทำภารกิจเดิมซึ้าในระดับที่ยากกว่า

ในขณะที่ Loot ใหม่ที่เพิ่มเข้ามานี้ค่อนข้างน่าเก็บสะสมอยู่พอสมควร แต่คุณอาจได้ Loot ซ้ำๆ กันหลายรายการ ก่อนที่จะได้รับ Loot ที่ต้องการใช้จริงๆ เพราะรางวัลหลักที่เราทำจากทุกสิ่งจะคือ Loot ใหม่ทั้งหมด แต่ด้วยอัตราการตกที่ซ้ำกันนี้มันดันทำให้เราเบื่อและน่าผิดหวังมากกว่าพอใจ สำหรับในส่วนของตัวเกมเพลย์ยังคงให้ความรู้สึกที่ดีเหมือนเดิม ทำให้เราได้สนุกกับการได้ทดลองใช้อาวุธใหม่ๆ แต่มันก็ยังถือว่าน้อยไปอยู่ดี

Raid Lair ยังถือว่าสั้น เมื่อเทียบกับ Destiny Raid ทั่วไป ถือเป้นอีกหนึ่งการเล่นหนึ่งที่น่าลองเมื่อเราจบเกมไปแล้ว โดย Eater of Worlds จะตั้งอยู่ที่ Leviathan ซึ่งเป็น Raid แรกของ Destiny 2 แต่มีบอส และพื้นที่สำรวจที่แตกต่างกัน มันมีการผสมผสานแนว Puzzles สไตล์ Destiny เข้ามาร่วม รวมไปถึง platforming sequence และความสนุกจาก orbs แต่ใช้เวลาในการเล่นน้อยลง เพื่ออัดให้เราสนุกกับ Leviathan Raid อย่างเต็มที่ มันจำเป็นต้องใช้ความสามัคคี และการทำงานที่เป็นทีมเวิร์คกันเป้นพิเศษ สำหรับการแก้ Puzzles ซึ่งนี่ถือเป้นส่วนที่ดีที่สุดของ Destiny ที่เก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ด้านหลัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Curse of Osiris ไม่ได้ช่วยยกระดับ Destiny 2 ให้มันไปไกลกว่าเดิมแต่อย่างใด โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นเก่าที่จับตัวเกมมาอย่างยาวนาน ของใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาจะทำให้พวกเขาแค่รู้สึกว่ามีของเก่าเพิ่มเข้ามา และทำให้มันยุ่งยากขึ้นเท่านั้น และใน Infinite Forest ก็ยังดูง่ายไปสำหรับพวกเขา ถึงแม้จะมีความสนุกในด้านได้ลองอาวุธใหม่ๆ เข้ามา และอาจแก้ปัญหาเรื่อง Raid Lair แต่มันก็ดูไม่คุ้มราคาอยู่ดี

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service