[Review] รีวิวเกม Red Dead Redemption 2

26 พ.ย. 61, 01:56 รีวิวเกม
[Review] รีวิวเกม Red Dead Redemption 2
  • แพลตฟอร์ม : PS4, XONE
  • คะแนน : 9/10 (SUPERB)

Red Dead Redemption 2 คือเกมแนว Open-world ตัวใหม่บนแพลตฟอร์ม PS4 และ Xbox One ของค่าย Rockstar ซึ่งมีข่าวว่าตัวเกมจะลงให้กับแพลตฟอร์ม PC ด้วย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่าง 100% โดยสำหรับตัวเกม Red Dead Redemption 2 เป็นเกมที่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมาย ที่จะทำให้ตัวเรา รวมไปถึงโลกรอบตัวเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตัวเลือกต่างๆ ทั้งที่ส่งผลมากๆ และน้อยๆ จะมีมาให้เราต้องเลือกตั้งแต่ต้นเกมไปจนถึงจบเกม แน่นอนด้วยรูปแบบของเนื้อเรื่องของตัวเกม เราน่าจะพอเดาตอนจบได้บ้าง โดยตัวเกมเป็นเกมที่จะทำให้เราต้องรู้จักใช้ทุกสิ่งที่พบเจอให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในตอนท้ายๆ เราจะต้องพบเจอตัวเลือกด้านศีลธรรมบ่อยๆ และหลายครั้งที่เราต้องฝืนทำ แม้มันจะไม่ถูกต้องก็ตาม ซึ่งในท้ายที่สุดของที่สุด เมื่อทุกสิ่งอย่างของเรื่องราวมาบรรจบกัน เราจะพบว่าความพยายามของเรานั้นไม่ได้เหนื่อยเปล่าเลย

ในตอนต้นของ Red Dead Redemption 2 แก๊ง Van der Linde เป็นแก็งที่มีอยู่แล้ว และเราน่าจะเคยรู้จักมาจากตัวเกมก่อนหน้า หลังจากที่การปล้นใน Blackwater เกิดการผิดพลาดขึ้น แก๊งนี้ก็ต้องเกือบแตก พวกเขาต้องหลบหนี สมาชิกเหลือน้อย บางคนถูกจับ อดอยาก และต้องยอมจำนนต่อพายุหิมะ ในตัวเกมเราจะได้เจอตัวละครที่คุ้นเคยหลายตัว และเราจะได้รับบทเป็น Arthur Morgan ผู้เป็นมือขวาของ Dutch Van der Linde เราต้องดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับการอัพเกรดตัวค่าย รวมไปถึงจำนวนวัสดุต่างๆ โดยถ้า Dutch คือศูนย์กลางของแก๊ง เราหรือ Arthur ก็คือชิ้นส่วนตัวสำคัญ และนั่นทำให้เรามีอิทธิพลในแก๊งอยู่มากพอสมควร

ด้วยอำนาจที่เรามี เราควรทำสิ่งที่เห็นสมควร และตามจังหวะของตัวเรา โดยภารกิจมากมายในช่วงต้นๆ จะสอนเราในระบบต่างๆ รวมไปถึงฟีเจอร์การเล่นต่างๆ ทั้งการล่าสัตว์ ประมง เลี้ยงม้า รวมไปถึงการโจรกรรม ตัวเกมมีระบบเยอะมากๆ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเราถึงจะเรียนรู้พื้นฐานในการเล่นได้จนครบ ทั้งนี้ในการสอนหรือ tutorials ของตัวเกมค่อนข้างออกแบบมาอย่างดี มันไม่ใช่การสอนแบบตรงๆ เหมือนที่เราเคยทำในเกมอื่นๆ มันจะผสานไปกับเรื่องราว และภารกิจ ซึ่งทำให้เราคุ้นเคยไปกับตัวละคร และบริเวณโดยรอบ

โดยนอกจากเมคคานิคของตัวเกม และฟีเจอร์ต่างๆ แล้ว ตัวเกมยังได้นำเสนอองค์ประกอบแบบกึ่งสมจริงในการกิน เราต้องกินเพื่อเติมเลือด พลังงาน และความสามารถ Dead Eye ที่จะค่อยๆ ลดลงไปตามเวลา และถ้าเรากินมากไปหรือน้อยไป มันก็จะส่งผลถึงน้ำหนักของเรา รวมไปถึงดีบัฟต่างๆ ทั้งนี้การกินไม่ใช่ปัญหาหลักของตัวเกม เราแค่ควบคุมน้ำหนักเฉลี่ยเท่านั้น ภายในเกมเราไม่จำเป็นต้องนอน ส่วนอุณหภูมิของร่างกายที่หนาว หรือร้อน สามารถปรับได้ผ่านการสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม ดังนั้นการจัดช่องไอเทม และจำนวนน้ำหนักที่เราต้องแบกรับ จึงดูเป็นปัญหามากที่สุดของตัวเกม ออปชั่นของ fast travel ที่มีการจำกัด เป็นส่วนที่ดี ที่ทำให้ตัวเกมสมจริงมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าเราต้องหาวิธีการเดินทางต่างๆ เช่น การขี่ม้า ทั้งนี้การเดินทางแบบนี้อาจจะดูช้า แต่มันก็ทดแทนด้วยเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เช่นคนแปลกหน้าต้องการม้า คนโดนงูกัด แน่นอนว่าเราจะปล่อยผ่าน หรือจะเข้าไปช่่วย ก็ขึ้นอยู่ที่เรา นอกจากนี้เรายังสามารถที่จะฆ่า หรือปล้นใครก็ได้ตามใจเรา ทั้งนี้ในการเดินทางที่ยาวนานมากที่สุด มันก็ไม่เคยทำเวลาเราสูญเปล่า แน่นอนว่าถ้าเราเลือก fast travel อารมณ์เหล่านี้จะขาดหายจากเรา

Red Dead Redemption 2 ได้ทำการสร้างแมปของอเมริกาออกมาค่อนข้างกว้างใหญ่ ตั้งแต่หุบเขาที่เต็มไปด้วยหิมะอย่าง Great Plains ลงไปยังง New Austin ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้านทิศตะวันออกคือ Louisiana ซึ่งจะให้บรรยากาศของผลกระทบจากสงครามกลางเมือง แม้มันจะผ่านมาแล้วกว่า 40 ปีก็ตาม ในการเดินทาง จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพพื้นที่ ภูมิภาค และสภาพแวดล้อมที่ชัดเจน จากภูมิภาคหนึ่งไปยังภูมิภาคหนึ่ง Union veterans จะแสดงออกถึงความโกรธแค้นเหล่า Confederate ซึ่งแนวคิดการแบ่งเชื้อชาติจึงกลายเป็นความสิ้นหวัง และความคลั่งไคล้ในทันที ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้โลกใน Red Dead Redemption 2 นั้นดุสมบูรณ์ และมันยังตอบสนองต่อตัวเรา ที่จะทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอาคารใหม่ หรือเรื่องของเรา เมื่อเราได้มีการพูดคุยกับเหล่า NPC หรือตัวละครตัวอื่นๆ ทั้งในแง่ที่ดี และแย่

ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญในขณะที่เราทำการออกสำรวจ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับด้านจริยธรรม ซึ่งเราสามารถได้รับ หรือเสียมันไปได้ เราสามารถเพิ่มค่าด้านศีลธรรมได้หลากหลายส่วน ไม่ว่าจะการเป็นมิตรกับเพื่อนฝูง ช่วยผู้ตกอับ และอื่นๆ ซึ่งบางกรณีอย่างช่วยผู้ตกอับ ตัวเกมจะไม่สนว่าตัวละครที่เราช่วยเป็นใคร ขอแค่เราช่วยเขา ค่าศีลธรรมของเราก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้เราสามารถหาเงินได้จากการทำเลว แต่ค่าศีละรรมของเราก็จะลดลงเช่นกัน ทั้งนี้ในหลายๆ ด้านเราจะพยายามทำให้ตัวละครของเราเป็นคนดี คนสนิทเราจะดูกลายเป็นคนชอบธรรมมากขึ้น ภักดี ชอบช่วยเหลือผู้คน และจะโต้แย้งกับพวกที่มีความคิดที่ไม่ดี ทั้งนี้การปลดล็อค การอัปเดตตัวค่าย และสิ่งต่างๆ เราจะได้รับค่าเกียรติยส แม้ว่าเราจะไม่ใช่ผู้ลงทุนทั้งหมดก็ตาม

หนึ่งในรายละเอียดที่ตัวเกมทำออกมาดีมากๆ ก็คือ Arthur's journal ที่จะทำการบันทึก และสรุปเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ไว้ให้กับตัวเรา ไม่ว่าการพบกับผู้คน การดำเนินชีวิต มันทำการเก็บภาพสถานที่ที่เราไป ทั้งพืช และสัตว์ที่เราพบ พร้อมเขียนความคิดของตัวละครที่ไม่ได้พูดออกมาอย่างครบถ้วน ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของ Arthur's journal จะขึ้นอยู่กับระดับเลเวลของค่าเกียรติยส แต่สำหรับตัวละครเรา Arthur ใน Arthur's journal จะเต็มไปด้วยความสับสน ความกังวล และวิกฤตการณ์ที่มีอยู่

มันยากมากที่เราจะรู้สึกว่าเป็นคนดี เมื่อต้องทำภารกิจหลัก แม้ว่า Arthur และพรรคพวก ล้วนเป็นคนที่จงรักภักดีต่อแก๊งค์เป็นอันดับต้นๆ นั่นหมายความว่าการติดตาม Dutch นั่นคือปัญหา เขาแหกคุกออกมา และออกปล้นเพื่อหาเงินให้กับแก๊ง นั่นหมายความว่า แม้เราจะพยายามปั้นตัวเองให้ดียังไง แต่เมื่อเราต้องทำภารกิจหลัก เราก็จำเป็นต้องฆ่าคนทั้งเมืองอยู่ดี และต่อให้เราฝืนยังไง การเลือกฆ่าเป็นอะไรที่ง่ายกว่ามาก การขยายของเราเรื่องราวภายในเกม เราจะเริ่มคาดเดาได้เมื่อผ่านไปครึ่งเกม ไม่ใช่มันน่าเบื่อ แต่เราเริ่มเห็นการกระทำมากมายจากช่วงที่ชนะ โดยหลังจากที่เริ่มภารกิจ เราจะค่อยๆ ตาดเดาเหตุการณ์ต่างๆ ได้ เช่นการจู่โจม หรือการดักปล้น สิ่งที่น่าผิดหวังคือ ตัวเราไม่มีพลังพอจะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ทั้งหมด แม้ว่าเราจะมีอำนาจตัดสินใจนั้นอยู่ก็ตาม ทั้งนี้ในการเล่น เราจะรู้สึกเหนื่อยที่สุดกับการเป็น Arthur โดยช่วงกลางเกมตัวเกมจะถูกชักนำโดยเนื้อเรื่อฃ ซึ่งจะปรากฎออกมาในช่วงท้ายๆ แล้วตัวเกมยังมีความหลากหลายในระหว่างการทำภารกิจมากมาย และสามารถสำรวจได้อย่างอิสระ เพื่อไม่ต้องการให้เราต้องรู้สึกเบื่อเสียก่อน

Red Dead Redemption 2 เป็นเกมภาคต่อที่ดี เพราะในหลายๆ เรื่องของตัวเกม เราจะรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น แต่จะไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร หากมีการเล่น Red Dead Redemption ภาคแรกมาก่อน นั่นทำให้เรากลายเป็นผู้เฝ้ารอเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งนี้เราสามารถสนุกกับตัวเกมโดยไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวเบื้องหลังของตัวเกมแต่อย่างใด เพราะมีหลายๆ ส่วนของเกมที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับภาคก่อน จะมีภารกิจที่เราต้องไปยุ่งกับการประท้วงของกลุ่มสตรี และภารกิจที่เราต้องเจอกับหญิงสาวที่เราเป็นผู้ฆ่าสามีของเธอ รวมไปถึงภารกิจเกี่ยวกับเรื่องราวแย่ๆ ของตนเอง อีกทั้งยังมีตัวละครใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมายในภาคนี้ให้เราได้ทำความรู้จัก

Red Dead Redemption 2 มีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยุคสมัยอย่างระมัดระวัง ทั้งเรื่องการแบ่งแยกเชื้อชาติ รวมไปถึงการกีดกันทางเพศ ทั้งนี้ตัวเกมมีปัญหาในด้านตัวเลือก ที่มีอย่างจำกัด และอาจทำให้เรารู้สึกอึดอัดในการเลือกคำตอบให้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ตัวเกมภาคแรกเน้นไปที่เรื่องราวของ John Marston ภาค 2 จะโฟกัสไปที่เรื่องราวของแก๊ง Van der Linde ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องราวของ Arthur ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยตำแหน่งของเขา เขาจะเป็นเหมือนเลนส์ที่ให้เรามองผ่านเข้าไป Red Dead Redemption 2 คือเกมภาคต่อที่ดี มันโดดเด่นเรื่องราวด้านอารมณ์ กระตุ้นความคิดดีๆ ในแง่ต่างๆ

แหล่งที่มา gamespot.com

Copyright © 2018 GGKeyStore All rights reserved.