[Review] รีวิวเกม Jump Force

3 เม.ย. 62, 21:50 รีวิวเกม
[Review] รีวิวเกม Jump Force
  • แพลตฟอร์ม : PC, XONE, PS4
  • คะแนน : 7/10 (GOOD)

Jump Force เป็นเกมฉลองครบรอบ 50 ปีของนิตยสาร Weekly Shonen Jump ซึ่งได้รวมตัวละครเด่นๆ กว่า 48 ตัวละคร จากมังงะชื่อดัง 16 เรื่องของนิตยสาร ซึ่งนั่นทำให้ Jump Force มีความโดดเด่นทางด้านองค์ประกอบ ที่หยิบยกมาจากการ์ตูนหลายๆ เรื่อง มีโหมดเนื้อเรื่องค่อนข้างยาว และไม่ได้แต่งเรื่องราวอะไรออกมาให้ตัวละครแต่ละตัวมีปฏิสัมพันธ์มากนัก เพื่อให้ตัวละครแต่ละตัวสามารถทะลุออกมาจากโลกของตนเอง และซัดกันนัวๆ ได้อย่างอิสระ ทั้งนี้ความโดดเด่นของตัวเกมก็ยังคงอยู่ที่ระบบการต่อสู้ของแต่ละตัวละคร ผสมไปกับกราฟฟิกของตัวเกมที่ค่อนข้างฉูดฉาด และอลังการแบบสุดๆ

สำหรับเรื่องราวใน Jump Force เราจะได้รับบทเป็นคนธรรมดาทั่วๆ ไป ที่ดันไปติดอยู่ในพื้นที่สงครามของการ์ตูนชื่อดังเรื่องต่างๆ เมื่อโลกของ Dragon Ball, One Piece, และ Naruto มาชนเข้ากับโลกของเรา ทำให้เหล่าตัวร้าย ตัวดีมาปะทะปะปนกันจนวุ่นวายไปหมด จนสุดท้ายเราก็ได้ตายจากการโจมตีของ Frieza และฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งพร้อมพลังในฐานะฮีโร่ ที่สามารถเรียนรู้พลังของตัวละครต่างๆ จากแต่ละโลกได้อย่างอิสระ โดยสุดท้ายเราจะเข้าร่วมกับเหล่าตัวละครแห่ง Jump Force ตัวละครฝ่ายดี เพื่อกู้โลกที่วุ่นวายนี้ให้กลับมาดังเดิมอีกครั้ง ตัวเกมมีบทเรื่องราวสไตล์การ์ตูนโชเน็นเรื่องหนึ่ง ที่ตัวละครของเราจะเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ พันธมิตร หรือเพื่อนที่เรารู้จัก จะสลับฝ่ายกลายเป็นฝั่งร้าย และศัตรูตัวฉกาจที่แท้จริง จะเป็นผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด

Jump Force มีเนื้อเรื่องที่ดี แต่มันดันมีกระบวนการที่ซ้ำไปซ้ำมามากเกินไปหน่อย โดยหลังจากเรารู้จัก และคุ้นชินกับเหล่าเพื่อนๆ ฮีโร่ของเราแล้ว เรื่องราวของตัวเกมจะดำเนินต่อไปยังเหตุการณ์ที่เกิดเหตุการจู่โจมจากทั่วมุมโลก และเริ่มมีอีกหลายๆ จักรวาล และตัวละครจากการ์ตูนเรื่องต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ประเด็นคือ คัทซีนของตัวเกมค่อนข้างที่จะน่าเบื่อ และเราไม่สามารถกดผ่านมันได้ เราจะได้เห็นตัวละครยืนพูดคุยไปมา ซ้ำไปเรื่อยๆ ทำให้ตัวเกมดำเนินไปได้ช้า ที่สำคัญคือเรื่องราวที่เรารับรู้ ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นมากนัก

ทั้งนี้แม้เรื่องราวหลักของตัวเกมที่เราได้รับรู้ จะไม่ค่อยขับส่งพลังให้เราอยากสู้กับศัตรูมากนัก แต่ในเรื่องราวส่วนตัวของแต่ละตัวละคร กลับมีพลัง และเรื่องราวที่ขับส่งตัวเรามากกว่า อาจจะเพราะเราได้รู้จักพวกเขามาจากในการ์ตูนที่เราได้อ่านไปก่อนแล้วก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความสนุกของ Jump Force ไม่ได้อยู่ที่เรื่องราวของตัวเกมเป็นหลัก แต่มันอยู่ที่รูปแบบการเล่น การควบคุม หรือการต่อสู้ภายในเกมมากกว่า จุดเด่นกลักที่สำคัญของเกมเกมนี้เลยก็คือความหลากหลายของเหล่าตัวละครภายในเกม ที่มีท่วงท่าในการต่อสู้หลายแบบ ไม่ว่าจะโจมตี บล็อค จับ สวนกลับ และหลบหลีก ซึ่งทำงานอยู่ภายใต้กรรไกรการชนะทาง แพ้ทางรูปแบบของเกมเป่ายิ้งฉุบ ตัวเกมมีรูปแบบการเล่นที่เข้าใจได้ง่าย และเรียนรู้การเล่นโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน

แต่ทั้งนี้ด้วยความที่ตัวเกมมีตัวละครให้เลือกใช้มากกว่า 40 ตัว มันจึงจำเป็นที่เราต้องใช้เวลาซักหน่อย ในการหาจุดแข็ง หรือจุดอ่อนของตัวละครแต่ละตัว โดยตัวละครทุกตัวจะมีท่าพิเศษที่แตกต่างกัน 4 ท่า โดยท่าพิเศษต่างๆ สามารถแบ่งได้ออกเป็น 7 ประเภทด้วยกันคือ ท่าระยะใกล้ ท่าพุ่ง ท่าสวนกลับ ท่าแบบ AOE ท่าระยะไกล ท่าป้องกัน และท่าที่ใช้สำหรับบัฟพลัง ซึ่งตัวละครครทุกตัวมีท่าที่มีลักษณะซึ่งแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้หากเราอ่านการ์ตูน หรือเรื่องราวของตัวละครต่างๆ มาก่อน เราก็จะพอความสามารถพิเศษ หรือจุดเด่นของตัวละครเหล่านั้นได้อยู่แล้ว

การโจมตีด้วยท่าต่างๆ ไม่ว่าจะท่าทั่วไป หรือท่าพิเศษ สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะด้วยการหลบ ป้องกัน หรือสวนกลับ และนั่นทำให้ชั้นเชิงในการเล่นของตัวเกมค่อนค่างตรึงเครียดไปกับการหาจังหวะในการฉกฉวยช่วงเวลาที่สำคัญ ในการโจมตีศัตรู หรือล่อหลอกให้คู่ต่อสู้เปิดช่องของตนเองออกมา โดยผมเคยมีประสบการณ์ ต่อสู้กับผู้เล่นคนหนึ่ง ซึ่งช่วงต้นเราใช้การโจมตีสลับไปมา ซึ่งมันจบลงด้วยการหลบหลีก สวนกลับ และป้องกันแบบสมบูรณ์ และเราสามารถซัดคอมโบแบบต่อเนื่องเพื่อคว้าชัยชนะมาได้ นั่นทำให้การชนะแต่ละครั้ง เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีใจจริงๆ ที่ได้รับมัน และมันเป็นแรงผลักดันให้เราได้ฝึกเรียนรู้การเคลื่อนต่างๆ ของแต่ละตัวละคร ว่ามีการโจมตี และช่องว่างอย่างไร เพื่อทุกครั้งที่เราจะต้องปะทะด้วย เราจะได้จับทางถูก และคว้าชัยชนะมาได้ง่ายกว่าเดิม

ความสนุกของตัวเกมจะพิเศษมากขึ้นในส่วนของโหมด campaign ที่เราจะได้สร้างตัวละครของเราขึ้นมาได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา สีผม สีผิว ชุดเสื้อผ้า เครื่องประดับ และยังใส่ท่าต่างๆ จากแต่ละตัวละครให้กับตัวละครเฉพาะของเราได้อย่างอิสระ (4 ท่า) ทั้งนี้พวกชุดเสื้อผ้าหน้าผม หรือท่าต่างๆ เราสามารถปลดล็อคได้ จากการนำเงินที่ได้จากภายในเกมไปซื้อ และปลดล็อคออกมา นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งระบบที่ดี สำหรับใช้เป็นเป้าหมายให้เราได้เล่นเกมเกมนี้ต่อไปได้ยาวๆ ทั้งนี้เมื่อเราจบเรื่องราวทั้งหมดในโหมด campaign แล้ว ตัวเกมยังมีอีกหลายๆ สิ่งให้เราได้ทำ แม้ว่ามันจะไม่คุ้มที่จะต้องทำก็ตาม เช่น Free Missions และ Extra Missions เพื่อปลดล็อคสิ่งต่างๆ หรือขยายเพดานเลเวลของเราเป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ความสนุกของตัวเกมจริงๆ นั้นอยู่ที่โหมด competitive ที่เราสามารถเล่นกับผู้เล่นคนอื่นๆ ได้ทั้งแบบออนไลน์ หรือออฟไลน์ ทั้งเล่นแบบชิลๆ สู้กันทั่วๆ ไป ไปจนถึงการต่อสู้เพื่อเก็บอันดับเป็นต้น แน่นอนว่าโหมดออนไลน์ คือโหมดที่จะวัดสกิล และความสามารถของเรา มันคือพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการต่อสู้ภายในเกมเกมนี้

Jump Force เป็นเกมต่อสู้ที่ดีสำหรับแฟนการ์ตูนทั้งหลาย น่าเสียดายที่โชเน็นจัมป์เป็นการ์ตูนสำหรับผู้ชาย ทำให้ตัวเกมมีตัวละครที่เป็นตัวละครผู้ชายมากกว่าครึ่ง และมีตัวละครที่เป็นผู้หญิงที่น้อยเอามากๆ ทั้งนี้แม้ว่าตัวเกมจะมีเรื่องราวที่ไม่ค่อยมีแรงจูงใจ หรือที่มาที่ไปมากนัก แต่ด้วยความหลากหลายของตัวละครกว่า 40 แบบ และการต่อสู้ที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ลึก ทำให้การต่อสู้ในโหมดออนไลน์ของเกมเกมนี้เป้นอะไรที่ยอดเยี่ยม และน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก

__แหล่งที่มา gamespot.com__



สินค้าที่เกี่ยวข้อง – ดูทั้งหมด
ไอดี FGO (JP) - กามา
ไอดี FGO (JP) - กามา
ID สำหรับผู้เล่นใหม่
เลือกซื้อ
NCSoft NCoin
NCSoft NCoin
400 NCoins - 8,000 NCoins
เลือกซื้อ
Line
Line
100 ฿ - 500 ฿
เลือกซื้อ
ไอดี FGO (JP) - โจนขาว / บีบี
ไอดี FGO (JP) - โจนขาว / บีบี
ID สำหรับผู้เล่นใหม่
เลือกซื้อ
Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service