[Review] รีวิว FIFA 18

5 พ.ย. 60, 16:15 รีวิวเกม
[Review] รีวิว FIFA 18
  • แพลตฟอร์ม : PlayStation 4,Xbox One , PC
  • คะแนน : 7/10 (GOOD)

ในยุคอินเทอร์เน็ตครองโลก มันคือยุคที่ทำให้ชีวิตของเราเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นส่งผลให้เราพบสิ่งที่น่าสนใจน้อยลง และก็ทำให้ซีรีย์เกมฟุตบอลชื่อดังอย่าง PES และ FIFA ชะลอตัวลง และทำให้เกมแนวฟุตบอลดูสมจริงมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนั่นทำให้ FIFA 15 ถึง 17 มีคนนิยมน้อยลง และกับภาคล่าสุด FIFA 18 ภาคที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อชิงความนิยมของซีรีย์กลับมา แต่อย่างไรก็ตามตัวเกมก็ยังคงให้ความรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็มีหลายๆ ส่วนทีเดียวที่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของซีรีย์นี้

FIFA 17 นั้นมีปัญหา มันชะลอความเร็วของผู้เล่น แต่คุณสามารถปรับให้เร็วขึ้นได้ด้วยการเปลี่ยนมาเป็นระดับ Titanic แต่นั่นก็จะทำให้ทั้งเกมมีความเร็วขึ้นทั้งหมด นั่นหมายความว่าเราจะวิ่งได้เร็วขึ้น แต่จะใช้เวลาในการเร่ง หรือเปลี่ยนทิศทางช้าลง และปัญหานี้ก็ยังพบใน FIFA 18 ที่คุณจะเห็นทุกการเคลื่อนไหวในเกมที่ช้า และดูยาวนานแม้จะเป็นการส่งข้อมูลเพียงเล็กน้อย แต่ความเร็วแบบนี้ ก็ถือเป็นความเร็วของเกมโดยรวมที่สอดคล้องกันเป็นอย่างมาก

ซึ่งเจ้าความเร็วที่เชื่องช้านี้ ทำให้ AI ของตัวเกมดูมีความรอบคอบมากขึ้น แต่จะทำให้คุณเกิดความกังวลน้อยลง เพราะฝั่งนู้นจะใช้ทริคหรือ กลอุบายต่างๆ น้อยลง ส่วน AI ในทีมฝั่งเรานั้นมีความฉลาด รู้หน้าที่ และทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตัวเรามีทางเลือกในการเล่นมากขึ้น อย่างไรก็ตามตัวละครภายในเกมก็ยังคงดูปวกเปียกเหมือนภาคอื่นๆ บอลที่ส่งข้ามหัวระยะไกลยังคงลอยช้ากว่าจะไปถึงลูกทีมของฝั่งเรา ส่วนบนพื้นก็แฉกเช่นเดียวกัน มันทำให้เราโดนตัดบอลได้ง่าย และการใช้ลูกชิปก็น้อยลงสำหรับการฝ่าแนวป้องกัน

การบุกจำนวนมากจะสิ้นสุดลงตรงปีกทั้ง 2 ด้าน หรือส่งลูกข้ามไปในพื้นที่กองกลางเพื่อสร้างโอกาสในการทำประตู โดยพื้นที่กรอบจุดโทษถือเป็นพื้นที่ที่ดี มันถูกอัพเดทใหม่ ลูกที่ยิงมีน้ำหนักเบาลง และการวอลเลย์ไปที่กรอบหัวมุมประตูให้ความรู้สึกที่ดี และเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นใน FIFA 18 ส่วนการส่งลูกตัดเข้ามาได้รับการแก้ไขใหม่เกือบทั้งหมด มันให้เราสามารถปรับความสูงต่ำของการส่งลูกได้ ด้วยการกด R1/RB ค้างเอาไว้ ทำให้เราเลือกได้ว่าจะส่งข้ามหัว หรือติดพื้น ส่วน L1 / LB จะมีการควบคุมเหมือนกับใน FIFA 17 ซึ่งจะทำงานควบคู่ไปกับปุ่ม X หรือสี่เหลี่ยมเพื่อส่งบอลไปยังกองหลังได้ ด้านการเคลื่อนไหวแตกต่างจากตัวเกมในภาคก่อน ตอนนี้มันสร้างความเป็นไปได้ที่เราจะทำประตูด้วยการส่งบอลตัดเข้ามายังเป้าหมาย หรือเลี้ยงหลบเข้าไปยิง และการทำแบบนี้ก็ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า FIFA ภาคไหนๆ

ลูกตั้งแตะยังคงไร้ประโยชน์ แม้จะพยายามปรับแก้ความซับซ้อนลงจาก FIFA 17 แต่อย่างไรเราก็ยังคงต้องระวังตำแหน่งกองหลังฝ่ายตรงข้าม พลัง ทิศทาง ความสูง และจังหวะต่างๆ อยู่เหมือนเดิม ส่วนในด้านอื่นๆ EA ได้ให้บาลานซ์แก่นักแตะแต่ละตัวมากขึ้น ผู้เล่นจะรู้สึกช้าหรือเร็วแตกต่างกันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามแม้ตัวเกมจะมีการอัพเดทเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่ที่อัพเดทก็ล้วนเป็นจุดสำคัญแทบทั้งสิ้น แต่มันก็ยังคงมีข้อบกพร่องต่างๆ อยู่ดี ผู้เล่นที่มีความแตกต่างกันยังให้ความรู้สึกที่แตกต่างไม่มากพอ ยกเว้นนักแตะที่มีชื่อเสียงต่างๆ ที่โดดเด่นกว่านักแตะทั่วๆ ไปอย่างชัดเจน ส่วนคนอื่นๆ ให้ความรู้สึกแค่ความสูง และความเร็วของพวกเขาเท่านั้น ส่วนจุดเด่นของเกมในรอบนี้ ก็คือการเรียกนักแตะมาช่วยซัพพอร์ทอย่างรวดเร็วด้วยการกดปุ่ม R2 / RT นอกจากนี้เรายังเซ็ตแผนหรือคำแนะนำได้เองอย่างอิสระถึง 3 รูปแบบ แน่นอนว่าแผนเหล่านี้ก็ไม่เหมาะกับบางสถานการณ์ และการใช้งานส่งผลให้มันทำงานอยู่ตลอดเวลา

ใน FIFA 18 มีการแสดงสภาพสนามที่ไม่แน่นอน มันเหนือกว่าเกมอื่นๆ ที่มีเพียง 3 ฤดูกาล และกลายเป็นการวางมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับเกมแนวนี้ ทำให้ทุกครั้งของการแข่งขันเราจะได้เจอกับสนามที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะแสงเงา บรรยากาศ ความสมจริง ซึ่งถูกวางอย่างสมเหตุสมผลกับตำแหน่งสนามบอลที่เราได้เล่นอยู่ ในด้านเสียงพากย์เองก็ยังคงให้เอกลักษณ์ตามสถานที่นั้นๆ ซึ่งหากใครเป็นแฟนฟุตบอลก็จะได้ยินเสียงที่รู้จัก หรือมีเฉพาะแค่ประเทศนั้นๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการแสดงตราสินค้า และสัญลักษณ์ที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละลีก โฆษกมีการใช้คำที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และใช้คำวิจารย์ในแง่บวก พวกเขาพยายามให้อารมณ์ร่วมที่มากขึ้น คุณจะรู้สึกไปพร้อมๆ กับการเล่น และตัวเกมในภาคนี้ยังได้เพิ่มโหมดการเล่นมากขึ้นกว่าเดิม กับโหมดเนื้อเรื่องที่เล่าเรื่องถึงฤดูกาลที่ 2 กับ Alex Hunter ซึ่งได้กลายเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในระดับโลกไปแล้ว เราจะได้เห็นการอัพเกรดเล็กน้อยจากซีซันแรก นอกจากออปชั่นที่มีมาให้ปรับมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย หรือทรงผม มันยังงเป็นโหมดการเล่นพิเศษ ที่ทำให้เราได้รับชมเรื่องราวแบบละคร TV เรื่องหนึ่ง

Pro Clubs ยังคงไม่มีการปรับปรุงใดๆ มันยังคงใช้สูตรการเล่น หรือการอัพเดทสกิลแบบเดิมเพื่อชนะตัวเกม แต่ที่โดดเด่นจริงๆ สำหรับภาคนี้ก็คือการเล่นแบบออนไลน์กับ FUT Champions อีกทั้งในแง่เป้าหมายรายวัล มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นที่ได้รับรางวัลจากซีซั่นที่ผู้เล่นได้รับรางวัลตอบแทนที่น้อย

สุดท้ายโหมด Journey ก็ได้รับการแก้ไขมากกว่า Pro Clubs และ Career Mode ซึ่งการเจรจาโอนย้ายได้ทำการปรับปรุงและแก้ไขใหม่แล้ว แทนที่จะส่งข้อเสนอของคุณเป็นอีเมล มันจะเป็นการเจรจาผ่านคัทซีนแบบโต้ตอบกันไปมา แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ผิวเผินมากๆ เพราะที่ถูกปรับปรุงจริงๆ แล้วมีเพียงเปอร์เซ็นต์การขาย การต่อสัญญาหรือเซ็นต์สัญญา ส่วน Career Mode ก็ยังเหมือนกับภาคก่อนๆ และไม่มีการอัพเดทใดๆ

Career Mode, Pro Clubs, และ Ultimate Team มีฟีเจอร์ดีๆ เพิ่มเข้ามามากมาย แต่ที่มีอยู่มันก็ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว โดยแต่ละโหมดก็จะมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน Career Mode โหมดที่จะให้โอกาสเราในการคุมทีมโปรด Pro Clubs โหมดสุดสนุกที่เหมาะสำหรับใช้เล่นกับเพื่อนฝูง และ FUT โหมดที่จะทำให้เราเสพย์ติด และจะสนุกยิ่งขึ้นถ้าเราเป็นนักสะสมการ์ดนักแตะ อย่างไรก็ตาม FIFA ของ EA ก็ยังคงดูตามหลัง #PES 2018 # อยู่ ในปีนี้อาจเป็นการอัพเดทที่ดี แต่ปีหน้ามันต้องดีกว่านี้ หาก FIFA อยากเป็นเกมฟุตบอลในระดับโลกอยู่เหมือนเดิม

แหล่งที่มา gamespot



สินค้าที่เกี่ยวข้อง – ดูทั้งหมด
ไอดี FGO (JP) - หยางกุ้ยเฟย์
ไอดี FGO (JP) - หยางกุ้ยเฟย์
ID สำหรับผู้เล่นใหม่
เลือกซื้อ
PlayStation Plus Thai (Z3)
PlayStation Plus Thai (Z3)
3 เดือน - 12 เดือน
เลือกซื้อ
ไอดี FGO (JP) - ดาวินชีจัง
ไอดี FGO (JP) - ดาวินชีจัง
ID สำหรับผู้เล่นใหม่
เลือกซื้อ
ไอดี FGO (JP) - เซรามิส
ไอดี FGO (JP) - เซรามิส
ID สำหรับผู้เล่นใหม่
เลือกซื้อ
Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service