[Review] รีวิว PES 2018

5 พ.ย. 60, 16:16 รีวิวเกม
[Review] รีวิว PES 2018
  • แพลตฟอร์ม : PlayStation 4, PlayStation 3, Xbox One, Xbox 360, PC
  • คะแนน : 8/10 (GREAT)

ถือเป็นซีรีย์ประจำปีที่เราจะได้เห็นมันออกมาอยู่ตลอด ซึ่งดูแล้วมันช่างเป็นธุรกิจที่ดูยุ่งยากเป็นอย่างมาก เพราะในเวลาไม่กี่เดือน คุณจำเป็นต้องพัฒนามันให้มีความเปลี่ยนแปลงมากกว่าภาคก่อนๆ หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องทำให้มันดูดีมากยิ่งขึ้น สำหรับ "PES 2018" เกมประจำปีของค่าย Konami มันก็ดูไม่ต่างอะไรไปกับภาคก่อนๆ คือด้านการนำเสนอยังคงเป็นปกติ และยังมีปัญหาด้านสัญญาของตัวนักแตะ อยู่เหมือนเดิม แต่การปรับแต่งสนามในเกมถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่เคยมีมา

ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของตัวเกมที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือด้านความเร็ว ที่ถูกปรับให้ดูช้าลงเล็กน้อย ซึ่งเราจะสังเกตได้จากการเคลื่อนไหวของตัวลูกบอล และตัวนักแตะเอง โดยถือว่าทำออกมาได้เข้าคู่กันเป็นอย่างมาก เพราะผู้เล่นจะวิ่งและเลี้ยวได้ช้ากว่า ดังนั้นมันจึงดูสมจริง อย่างไรก็ตามมันยังให้ความรู้สึกด้านการตอบสนองอยู่อย่างเหมือนเดิม โดยเมื่อทำการดูจาการเคลื่อนไหวท่าใหม่ๆ การก้าวช้าลง ทำให้ทุกครั้งที่สัมผัสตัวลูกบอล มันจึงดูมีน้ำหนักของที่มากขึ้น ซึ่งนั่นยังหมายถึงเวลาที่เราเสียลูก มันจำเป็นต้องใช้เวลาที่นานขึ้น ถึงจะแย่งกลับมาได้ และการป้องกันก็ไม่ได้ถูกพัฒนาอะไรมากมายมาแล้วกว่า 2 ปี การโหม่งยังทำให้รู้สึกอุ้ยอ้าย และกองหน้ามีพื้นที่มากเกินไป

แม้ PES จะปรับตัวเกมให้ช้าลง แต่รูปแบบการเล่นของตัวเกม ก็ยังคงงดงามอยู่เหมือนเดิม การส่งทำให้เรารู้สึกพอใจมากกว่าที่ภาคก่อนๆ เคยทำ ซึ่งมันทำให้ทั้ง Rising, Curling, และ Dipping แสดงผลออกมาได้อย่างงดงาม การวางตำแหน่งภายในสนามทำออกมาดีขึ้น ทำให้โอกาสส่งลูกข้ามไปอีกฝั่งมีโอกาสสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแต่ก่อนที่เราต้องเสียลูกจากการส่งแบบนี้บ่อยๆ ปัจจุบันมันกลายเป็นเทคนิคและกลยุทธ์ที่ดีอีกหนึ่งอย่าง ส่วนการส่งบนพื้นถูกเพิ่มความหลากหลายให้มากยิ่งขึ้น และตัวนักแตะเองยังมีการเปลี่ยนท่วงท่าเพื่อให้เหมาะกับการรับลูกมากขึ้นอีกด้วย โดยการส่งบอลที่ดีขึ้น ทำให้เราสามารถสร้างการเล่นฟุตบอลที่สวยงามขึ้นมาได้ ซึ่งนั่นทำให้มันยกระดับการบุกของคุณให้มีประสิทธิภาพที่หลากหลาย ผ่านการส่ง และรูปลักษณ์ของนักแตะที่ผสานกันได้เป็นอย่างดี

ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยังส่งผลมายังลูกตั้งแตะ ที่ถูกปรับให้เราสามารถเลือกใช้ตามสถานการณ์ได้หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม หรือพูดง่ายๆ ก็คือเราสามารถปรับกลยุทธ์ในการใช้ลูกตั้งแตะได้มากขึ้น อีกทั้งลูกฟรีคิกยังได้รับการอัพเกรด มันแตะได้ง่าย และลื่นไหลมากกว่าเก่า แน่นอนตอนนี้เราสามารถใช้มันในการเก็บแต้มได้แล้ว ตัวนักแตะยังสามารถป้องกันลูกบอล และสะดุดตัวคู่แข่งได้อย่างสมจริง ซึ่งนั่นส่งผลให้เรารู้สึกว่าเป็นนักแตะที่อยู่ในสนามนั้นจริงๆ และทำให้ความรู้สึกสนุก และความอินกับตัวเกมมีมากขึ้น ทั้งนี้ผู้รักษาประตูยังเหมือนกับหุ่นยนต์ การเคลื่อนไหวของพวกเขายังคงดูน้อย และไม่สอดคล้องกัน อาจจะดูดีกว่าปีก่อนๆ แต่ยังไงๆ มันก็ยังไม่ดีเท่าที่พวกเราต้องการ

อย่างไรก็ตาม มันมีปัญหาเล็กน้อยกับสัญญาของตัวนักแตะ ที่ตัวเกมขาดมัน ในลีกที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะลีกฝรั่งเศสและอิตาลี PES ได้รับสัญญาของนักแตะมาทั้งหมด ส่วนใน Premier League, EFL, และ Spanish leagues ยังคงได้สัญญามาไม่ครบ ทำให้คุณยังคงเห็นชุดยูนิฟอร์มของทีมที่สมมุติขึ้น ชื่อทีมที่แปลกไปเช่น Man Blue (Manchester City), London FC (Chelsea), และ MD White (Real Madrid) ส่วน German league ไม่ได้อยู่ในรูปแบบใดๆ และที่เลวร้ายที่สุดคือ ยูนิฟอร์มในเกมนั้นแตกต่างจากของจริงเป็นอย่างมาก The Champions League พวกเข้าได้รับใบอนุญาต แต่หลายๆ อย่างที่คุณรู้มันจะไม่ตรงกัน เช่น ถ้าคุณจะเล่น Manchester United คุณจะต้องเล่น Man Red เป็นต้น แต่ในโชคร้าย ก็ยังมีโชคดีอยู่ เพราะตัวเกมสามารถใส่ Mod บน PS4 และ PC ได้ ทำให้มันแก้ปัญหาเหล่านี้ออกไปได้บ้าง ส่วนใครเล่นผ่าน Xbox One ก็คงต้องอดทนซะหน่อย

การขาดความใส่ใจในด้านรูปลักษณ์ ยูนิฟอร์ม และอุปกรณ์ต่างๆ ส่งผลต่อภาครวมทั้งหมดของตัวเกม ในขณะที่ฝั่ง FIFA นั้นทำทุกอย่างเหล่านี้ไม่ต่างจากที่คุณสามารถรับชมได้จากในทีวี PES 2018 กับดูราบเรียบกว่า โมเดลของผู้เล่นดูดีมาก ใบหน้าค่อนข้างแม่นยำ แต่ฝูงชนกลับดูเหมือนกระดาษแข็ง และเสียงที่เหมือนกับของปลอม ที่ถูกตั้งค่ามาเพื่อเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งดูไม่สมจริงเท่าไหร่ โดยปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่มันเป็นปัญหาที่ทาง PES โดนตำหนิมาโดยตลอด

สำหรับด้านโหมดการเล่นแบบ Online โหมด MyClub ของ Konami ไม่ต่างอะไรไปจาก FIFA Ultimate Team ที่ในภาคนี้ได้ทำการเพิ่ม 3v3 co-op online play เข้ามา หรือพูดง่ายๆ ก็คือโหมดเล่นกับเพื่อนๆ ที่จะทำให้คุณหัวร้อนได้ในบัดดล เพราะมันคือการควบคุมทีมที่แบ่งกันเป็น 3 ผู้เล่น ปัญหาคือโหมดนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมซักเท่าไหร่ ทำให้มันหาห้องยากอยู่พอสมควร ผลคือเราจะต้องเล่นกับ AI แทน เอาจริงๆ มันไม่ได้สนุกมากนัก และถ้าเจอปัญหาการส่งข้อมูลที่ล่าช้าของระบบออนไลน์ มันจะยิ่งดูแย่มากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนทาง Offline โหมดผู้เล่นคนเดียวจะโฟกัสไปที่ Master League เมนูถูกจัดวางขึ้นใหม่ ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ Master League ยังมีหลายส่วนที่ดูแปลกๆ ซึ่งถูกระบุเอาไว้สำหรับปีหน้า ทีมเยาวชนยังคงดูเล็กอยู่ และไม่ได้รับการเน้นมากนัก งบประมาณค่าจ้างและเงินเดือนจะยังคงแสดงผลเป็นรายปีมากกว่ารายสัปดาห์ และงบประมาณก็ยังคงให้มาต่ำ ในขณะที่ PSG ใช้จ่ายเงิน 150 ล้านปอนด์ / 200 ล้านเหรียญ บน Mbappe และ 200 ล้านปอนด์ / 270 ล้านเหรียญบน Neymar ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แต่ในเกมเราถูกจำกัดไว้ที่ 50 ล้านปอนด์ / 67 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น โชคดีที่ Customizable training และการปล่อยขายสัญญาตัวนักแตะมีความลึกขึ้น และ Challenge Mode ถูกทำขึ้นใหม่ ซึ่งได้มีการช่วยสำหรับผู้เล่นที่เจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่นต้องออกจากเกมทันที

แต่ก็ยังโชคดีที่เราจะได้พบการเล่น PES ในรูปแบบใหม่ๆ Random Selection Mode ถูกดึงกลับมาให้เล่นอีกครั้งจาก Pro Evo 6 ซึ่งเป็นภาคเก่าตั้งแต่ปี 2006 โหมดนี้จะทำให้เราและเพื่อนๆ ได้สุ่มทีมมาแข่งกัน ซึ่งมันจะส่มทีมให้จากในลีก หรือประเทศที่เราเลือกเอาไว้ และนั่นอาจทำให้เราได้ลองทีมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ต่อมาคือคุณต้องทำการแย่งตัวนักแตะในทีมของเพื่อน และของทีมตนเอง ซึ่งสามารถทำได้มากถึง 3 รอบ ทำให้เราสามารถเลือกนักแตะจากทีมอื่นๆ ได้ จากนั้นเลือกนักแตะที่เราต้องการ และไม่ต้องการออก นี่ถือเป็นการเล่นที่สนุกที่เราจะได้ปล้นนักแตะที่เราต้องการแข่งขันไปมากับเพื่อนได้

อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นโหมดเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามา ซึ่งมันก็พอๆ กับ Lounge Mode ของ FIFA 12 ตัวเกมภาคนี้มาพร้อมกับความแข็งแกร่งของนักแตะที่ดีขึ้นมาเล็กน้อย การเคลื่อนไหวของผู้รักษาประตูที่ดีขึ้นอีกเล็กน้อย มันถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่มันก็ถือว่าสำคัญสำหรับ Konami เป็นอย่างมาก อีกอย่างหนึ่งคือเครื่องหมายสีเทาที่จะทำให้เรารู้ว่าเรากำลังจะเปลี่ยนไปควบคุมนักแตะตัวไหนเมื่อกดปุ่ม L1 / LB มันจะทำให้เรารู้สึกรำคาญ เพราะเราสามารถเปลี่ยนนักแตะที่เราต้องการควบคุมได้เร็วกว่า

PES 2018 สามารถแบ่งคำวิจารย์ออกได้เป็น 2 ส่วน คือในส่วนของนอกสนาม มันดูขาดแคลน โหมดออนไลน์ และปัญหาเซิร์ฟเวอร์ยังมีมากอยู่ การนำเสนอของตัวเกมยังดูล้าหลัง แม้ต่อให้มี Mod มาแก้ปัญหาเรื่องสัญญาแล้วบ้างก็ตาม แต่สำหรับในสนาม PES 2018 คือเกมที่ดีที่สุด การเคลื่อนไหวที่ช้าลง คือการอัพเกรดที่ชัดเจน มันทำให้ความสมจริง และความสนุกอยู่ใกล้เคียงกัน การส่งบอลข้ามหัวทำให้รู้สึกดี และสามารถสร้างผลงานได้จากมันอย่างยอดเยี่ยม หรือจะเป็นการเปิดบอลยาว มันสามารถทำออกมาให้ใกล้เคียงความสมจริง และทำให้เรารู้สึกว่าสามารถใช้งานมันได้ เพื่อทำลายประตูฝั่งตรงข้ามได้อย่างที่เราต้องการ

แหล่งที่มา gamespot



สินค้าที่เกี่ยวข้อง – ดูทั้งหมด
ไอดี FGO (JP) - อิสกันดาร์
ไอดี FGO (JP) - อิสกันดาร์
ID สำหรับผู้เล่นใหม่
เลือกซื้อ
ไอดี FGO (JP) - จินาโกะ
ไอดี FGO (JP) - จินาโกะ
ID สำหรับผู้เล่นใหม่
เลือกซื้อ
Dead by Daylight (Steam)
Dead by Daylight (Steam)
ตัวเกม / เซลล์ออร่า
เลือกซื้อ
ID ใหม่พร้อมเกม / ID มือสอง
ID ใหม่พร้อมเกม / ID มือสอง
ไอดีเกมพร้อมรหัส
เลือกซื้อ
Copyright © 2020 GGKeyStore All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Service