Final Fantasy X-2 สานต่อระบบหลายๆ อย่างของ Final Fantasy X เพื่อให้ตัวเกมมีระบบการเล่นที่เร็วขึ้น และสนุกมากขึ้น ซึ่งนั่นทำให้มันมาพร้อมกับ Active Time Battle ระบบต่อสู้ใหม่ที่มาแทนระบบ CTB โดยเป็นระบบที่แต่ละตัวละครจะเริ่มเทิร์นทันทีเมื่อเกจของตนเองเต็ม เพียงแต่ว่าเมื่อถึงเทิร์นแล้วเกจของตัวละครอื่นๆ จะไม่หยุด นั่นทำให้เกิดการต่อสู้ที่ต่อเนื่อง วุ่นวาย และรวดเร็วมากๆ และเปลี่ยนการต่อของตัวเกมเป็นแบบ live-action มากกว่าเป็นในรูปแบบ turn-based เหมือนในภาคแรก นั่นทำให้การควบคุมเวลาในการเล่นเป็นเรื่องที่เน้นเป็นหลัก และระบบคอมโบตัวใหม่ก็เกี่ยวพันกับเรื่องนี้ โดยการโจมตีที่เวลาไล่เลี่ยกันจะถือเป็นคอมโบทั้งหมด และการสร้างคอมโบก็จะสร้างค่าความเสียหายที่มากขึ้น ดังนั้นเราต้องทราบก่อนว่าการโจมตีบางอย่าง ถ้าทำให้มันประสานกันได้ มันจะเกิดประโยชน์มากกว่า
และดูเหมือนว่าระบบเดิมจะไม่ดีพอ Final Fantasy X-2 ยังพาระบบเก่าๆ อย่างระบ Jobs กลับมา แต่ใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่า โดย Jobs ในตัวเกมจะถูกเรียกว่า Dresspheres ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนไปมาได้ในทันทีในระหว่างการต่อสู้ ทำให้มันเกิดการสร้างปาร์ตี้ที่สมบูรณ์ขึ้นมา อย่างไรก็ตามตัวละครแต่ละตัวจะมีจุดแข็ง และจุดอ่อนของตนเอง และจะเป็นทางที่ดี ถ้าเราโฟกัสไปที่สายอาชีพซึ่งเหมาะสมกับตัวละครนั้นๆ ทั้งนี้ตัวละครของเราเป็นเหมือนของเหลวที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงไม่จำกัด จนแทบไม่เหลือจุดอ่อนในทีมเลย เพราะเราสามารถสลับอาชีพแก้ไขจุดผิดพลาดได้อย่างสมบูรณ์ และระดับของอาชีพแต่ละอย่างใน Dressphere จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนการใช้งานของเรา และยิ่งเลเวลมากขึ้น เราก็จะเข้าถึงสกิล และความสามารถใหม่ๆ ได้มากขึ้น ทั้งนี้เราสามารถตั้งค่าความก้าวหน้าของตัวละครในสายอาชีพได้ง่ายๆ เพียงหยุดเกมและเปิดเมนูขึ้นมาจัดการ ซึ่งระบบก็จะแสดงข้อมูลที่จะเผยต่อไปในอนาคตทั้งหมดออกมา
เรื่องเพลง สำหรับ X และ X-2 ถือเป็นความแตกต่าง แต่สุดยอดในแต่ละสายอย่างชัดเจน X มาพร้อมกับเพลงในเครื่องดนตรีรูปแบบเปียโนที่น่าทึ่ง ซึ่งเน้นควบคู่ไปกับธีมเกม ส่วน X-2 มาในแนวดนตรีแจ๊ส ซึ่งนำ Bayonetta-esque มาผสมเข้ากับ J-pop ดังนั้นหากเราสลับเล่นทั้ง 2 ภาค คุณจะรู้สึกว่ามันต่างกันทันที ดังนั้นเน้นเล่นเป็นภาคๆ ตามลำดับจะดีกว่า อย่างไรก็ตามเพลงจากแต่ละภาค ล้วนนำเสนอออกมาได้ตรงธีมทั้งหมด และมันยอดเยี่ยม อย่างน้อยที่สุดเพลงใน Final Fantasy X จัดว่ายอดเยี่ยมที่สุดในซีรีส์ทั้งหมดแล้วก็ว่าได้
Final Fantasy X เป็นดั่งภาคที่ไหลนุ่มเหมือนกระแสน้ำ ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง และพาตัวซีรีส์เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ในขณะที่ Final Fantasy X-2 ไม่ได้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ได้เทียบเท่า แต่ทั้งสองภาคก็ยังคงเป็นเกมแฟนตาซีผจญภัยที่ยอดเยี่ยมเหนือกว่าเกมใหม่ๆ ในปัจจุบันในตอนนี้อีกหลายสิบเกม หรือจะนับแค่บน Switch อย่างเดียว มันก็ยังคงโดดเด่นอยู่ดี และมันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเมื่อเกมทั้งสองภาคมารวมกันอยู่ในเพ็คเกจเดียว รวมถึงเป็นเกมที่ได้รับการแก้ไข และปรับปรุงใหม่ทั้งหมด มันจึงยังคงดูสดใหม่ และน่าหยิบมาเล่นอยู่เสมอ Final Fantasy X / X-2 HD Remaster มันสร้างชื่อ และประสบความสำเร็จด้วยตัวของตนเอง พร้อมนำเสนอการเล่นเกม RPG สุดคลาสสิกในช่วงเวลาที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ