007 First Light คือเกมแอ็กชันผจญภัยสายลับจาก IO Interactive ทีมผู้สร้าง Hitman ที่หยิบตำนาน James Bond มาตีความใหม่ในรูปแบบ “เรื่องราวต้นกำเนิด” ของ Bond วัยหนุ่ม ก่อนที่เขาจะกลายเป็นสายลับระดับ 00 อย่างเต็มตัว เกมวางจำหน่ายวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 โดยมีให้เล่นบน PC, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S ส่วน Nintendo Switch 2 เป็นแพลตฟอร์มที่มีแผนตามมาในภายหลัง
[อ่านต่อ]
PRAGMATA คือเกมแอ็กชันผจญภัย/ชูตเตอร์มุมมองบุคคลที่สามจาก Capcom ที่เอา “การยิง” มาผสมกับ “การแฮ็กแบบเรียลไทม์” จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง—เข้มข้น ตึงมือ และมีเรื่องเล่าความสัมพันธ์ของตัวละครหลักที่ทำได้อบอุ่นกว่าที่คิด
[อ่านต่อ]
Resident Evil Requiem คือภาคหลักลำดับที่ 9 ของซีรีส์ ที่ “ไม่พยายามผสม” สยองขวัญกับแอ็กชันให้เป็นเนื้อเดียวแบบฝืนๆ แต่เลือก “แยกให้ชัด” ไปเลย—ครึ่งหนึ่งเป็นโหมดสยองเอาตัวรอดแบบกดดันช้าๆ และอีกครึ่งเป็นแอ็กชันเดือดแบบเอาชีวิตรอดท่ามกลางความชุลมุน แล้วค่อยสลับเล่าแบบคู่ขนานให้สองเส้นเรื่องมาบรรจบกัน จุดแข็งคือ Capcom ทำ “สองรส” ได้ดีมากทั้งคู่ แต่จุดอ่อนคือเกมพึ่งพาความทรงจำ/ความสำเร็จเก่าๆ สูงจนบางช่วงให้ความรู้สึกเหมือน “เล่นฮิตติดชาร์ตของวงเดิม” มากกว่าการพาไปเจอไอเดียใหม่
[อ่านต่อ]
Nioh 3 คือการกลับมาของ Team Ninja ที่ “อัปเกรดสูตรเดิมให้โหด มัน และลื่นกว่าเดิม” โดยยังคงแก่นแบบโซลส์ไลก์ (ตายแล้วเสียทรัพยากร, ด่านมีทางลัด, ความยากจัด) แต่ชูจุดขายที่ซีรีส์ถนัดอย่าง คอมแบตความเร็วสูง + การสลับท่าต่อคอมโบ พร้อมเพิ่ม 2 สไตล์การต่อสู้ “Samurai” และ “Ninja” ที่สลับได้ทันที และปรับโครงสร้างเป็น “open field” ให้สำรวจและหากิจกรรมได้มากขึ้น ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นโดยไม่ลดความท้าทาย
[อ่านต่อ]
Dragon Quest VII: Reimagined คือเวอร์ชัน “รีอิมเมจิ้น” ของภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องความยาวและจังหวะที่ช้าในอดีต แต่รอบนี้ถูก “ปรับให้ทันสมัย” มากขึ้น ทั้งงานภาพแบบ 3D ที่ถอดลายเส้นของ Akira Toriyama ออกมาในสไตล์เหมือนโมเดล/มาคเก็ตสวยๆ และชุดฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่ทำให้การเล่นลื่นขึ้นอย่างชัดเจน
[อ่านต่อ]