ปลายปีทีไรคำถามคลาสสิกของชาวเกมก็คือ “ปีนี้มีเกมอะไรที่ต้องเล่นให้ได้?” และหนึ่งในลิสต์ที่แฟนเกมทั่วโลกจับตาคือ GameSpot’s 10 Best Games of 2025 —รายชื่อที่ทีมงาน GameSpot โหวตและถกกันแบบจริงจัง เพื่อคัด “เกมเด่นแห่งปี” จากเกมที่ออกตลอด 12 เดือน รวมถึงเกมไลฟ์เซอร์วิสที่มีอัปเดตโดดเด่นด้วย
ด้านล่างคือ 10 เกมยอดเยี่ยมปี 2025 จาก GameSpot (นำเสนอแบบ “ลิสต์แนะนำ” เพื่อช่วยคุณเลือกเล่น ไม่จำเป็นต้องยึดเป็นอันดับตายตัว) พร้อมสรุปจุดเด่นแบบอ่านง่าย เน้นคีย์เวิร์ดและสิ่งที่ทำให้แต่ละเกม “ควรค่าแก่เวลา” ของคุณ1) Hollow Knight: Silksong
การกลับมาที่แฟน ๆ รอกันเนิ่นนานของสาย
Metroidvania ที่ยกระดับทั้งความลึกของบิลด์ การต่อสู้ และการสำรวจโลกใหม่แบบถึงใจ—ใครชอบเกมแอ็กชัน 2D ที่ท้าทายและ “ติดหนึบ” นี่คือชื่อที่ควรอยู่บนลิสต์เกมน่าเล่น 2025 ของคุณ
Hollow Knight: Silksong 2) Elden Ring Nightreign
ถ้าคุณชอบความเข้มของ FromSoftware แต่มีเวลาเล่นเป็นรอบ ๆ เกมนี้คือคำตอบ: โครงสร้างแบบ
Roguelike/Co-op ทำให้การวิ่งรันแต่ละครั้งลุ้นและต่างกันได้จริง มีคลาสให้เลือกหลากหลายและจังหวะการเล่นที่ชวน “ไปต่ออีกรอบ” แบบหยุดยาก
Elden Ring Nightreign 3) Keeper
งานเล่าเรื่องเชิง “อารมณ์และภาพ” ที่กล้าทำให้เรียบ แต่ทรงพลัง—ประสบการณ์แนวผจญภัยที่เน้นบรรยากาศ ความหมาย และความรู้สึกหลังเล่นมากกว่าการยัดบทพูดเยอะ ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้เกมที่เหมือนงานศิลปะเคลื่อนไหว
Keeper 4) Absolum
แฟนเกม
Beat ’em up ต้องลอง: เกมนี้ผสมความมันแบบตะลุมบอนเข้ากับระบบพัฒนาตัวละครสไตล์ roguelike ได้ลงตัว เล่นซ้ำสนุกเพราะบิลด์และเส้นทางหลากหลาย แถมเหมาะมากกับการเล่น
Co-op กับเพื่อน
Abso 5) Blue Prince
หนึ่งในเกมพัซเซิลที่คนเล่นแล้วมักพูดเหมือนกันว่า “ยิ่งรู้น้อย ยิ่งสนุกมาก” เพราะหัวใจคือความรู้สึกค้นพบแบบต่อเนื่อง ตัวเกมผสมพัซเซิลมุมมองบุคคลที่หนึ่งกับโครงสร้างสุ่มห้องในบ้านทุกครั้งที่เริ่มใหม่ เป้าหมายคือค่อย ๆ คลี่ไปสู่ “ห้องลับ” ที่ปลายทาง—เหมาะกับสายคิด สายแกะ และสายชอบความลึกลับ
Blue Prince 6) Dispatch
ใครเบื่อซูเปอร์ฮีโร่โทนหม่น ๆ เกมนี้มาแบบ “สดใหม่”: เป็นเรื่องราวเชิงอีพิโซดที่พาเราไปอยู่ในบทบาทงานออฟฟิศ/ศูนย์สั่งการของฮีโร่ เล่นแล้วได้ทั้งอารมณ์คอมเมดี้ ความสัมพันธ์ตัวละคร และการตัดสินใจที่มีผล—เป็นเกมที่ทำให้ “ชีวิตผู้ใหญ่” กลายเป็นเรื่องเล่าสนุกได้อย่างน่าประหลาด
Dispatch 7) The Séance of Blake Manor
สายสืบสวนห้ามพลาด: เกมนักสืบในไอร์แลนด์ศตวรรษที่ 19 ที่ผสมความลี้ลับและคติชนเข้าด้วยกันอย่างมีชั้นเชิง จุดเด่นคือระบบเวลา—ทุกการกระทำมีต้นทุน ทำให้การเลือกว่าจะไปไหน ทำอะไร และคุยกับใคร “กดดันแบบสนุก” เหมือนกำลังแข่งกับเดดไลน์ของคดี
The Séance of Blake Manor 8) Silent Hill f
ชื่อที่ทำให้แฟนสยองขวัญต้องหันมามอง เพราะเป็นการ “ตีความใหม่” ของซีรีส์ที่กล้าเล่าเรื่องหนัก ๆ และจริงจังขึ้น ทั้งประเด็นบาดแผลรุ่นสู่รุ่นและบริบทสังคมญี่ปุ่นยุคหนึ่ง พร้อมบรรยากาศหลอนแบบกดทับที่เป็นเอกลักษณ์—เหมาะกับคนที่อยากได้เกมสยองขวัญที่ไม่ใช่แค่ตกใจ แต่ “หลอนติดหัว”
Silent Hill f 9) Clair Obscur: Expedition 33
RPG เทิร์นเบสที่ทำให้หลายคนกลับมาหลงรักเกมวางแผนอีกครั้ง ด้วยงานภาพ-งานเสียงสุดจัด และระบบต่อสู้ที่มีจังหวะ “รีแอ็กต์” ให้ลุ้น (เช่นการปัดป้อง) เนื้อเรื่องพาไปสู่โลกยุโรปแฟนตาซีหม่น ๆ ที่ทั้งสวยและเศร้า—และที่สำคัญ GameSpot ยังประกาศให้เกมนี้เป็น
Game of the Year 2025 ด้วย
Clair Obscur: Expedition 33 10) Hades II
ภาคต่อที่ไม่ได้เป็นแค่ “ของเดิมเพิ่มของใหม่” แต่ขยายความลึกให้ครบ ทั้งอาวุธ ความสามารถ ระบบการ์ด/บิลด์ และเนื้อเรื่องที่ใหญ่ขึ้น ตัวเกมยังคงความเท่ของแอ็กชัน roguelike และเสน่ห์การเล่าเทพปกรณัมกรีกไว้แน่น แถมทำให้การลองบิลด์ใหม่ ๆ สนุกยิ่งกว่าเดิม
Hades II สรุป: ถ้าจะเริ่มจากเกมไหนก่อนดี? อยากได้ RPG แห่งปี 2025 เริ่มที่ Clair Obscur: Expedition 33 (การันตี GameSpot GOTY) ชอบ แอ็กชัน/roguelike เลือก Hades II หรือ Elden Ring Nightreign อยากได้ สยองขวัญเนื้อหาหนัก ไปที่ Silent Hill f สาย พัซเซิล-ลึกลับ ต้องลอง Blue Prince