แพลตฟอร์ม PS5, XBSX, PC, PS4, XONEคะแนน 7/10 (GOOD) นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Gearbox Software ได้ปล่อยเกมแนว First-person shooter ออกมา หลังจากความสำเร็จของ Boderland ทั้ง 3 ภาค พวกเขาก็ได้ปล่อย Tiny Tina's Wonderland ที่เป็นภาคแยกของเกมออกมา ซึ่งในภาคนี้ตัวเกมจะเน้นไปที่ตัวละคร Tiny Tina เป็นหลัก
แนวเกมยังคงเป็นแบบ loot-and-shoot เหมือนเกมหลัก พร้อมกับเพิ่มอาวุธใหม่ ระบบอัปเกรดตัวละคร และศัตรูตัวใหม่ เนื้อเรื่องจะดำเนินผ่าน 3 ตัวละคร Tina, Valentine และ Frette โดยพวกเขาถูกเรียกว่า Fatemaker ผู้ถูกกำหนดให้กอบกู้ดินแดนจากภัยคุกคามของจอมมารผู้ชั่วร้าย
เกมนี้ยังคงเหมือนเกม Borderlands ที่เป็นภาคหลัก ซึ่งจะมี Easter Egg นิดหน่อยที่ทางผู้พัฒนาใส่เข้ามาในการเดินสำรวจดาวเคราะห์ Nekrotafeyo เราจะได้เจอไฟล์เสียงของ Typhon DeLeon ขณะที่ต่อสู้กับทหารมาลิวันใน Borderlands 3
แต่ตัวเกมนั้นจะทำให้เราลืมเกราะที่ต้องคอยเก็บอีกต่อไป เพราะเราจะได้รับการปกป้องจาก Wards ต่าง ๆ พร้อมด้วยความสามารถใหม่ที่ถึงแม้กระสุนปืนจะหมดก็ไม่เป็นปัญหาเพราะเราสามารถร่ายเวทมนตร์ใส่ศัตรูได้ ไม่ว่าจะเป็นการพ่นลูกไฟหรือศาสตร์มืดอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมี Artifacts และเครื่องประดับที่จะช่วยเสริมสเตตัสให้กับตัวละครของเราอีกด้วย
การเข้าโจมตีระยะประชิดใน Borderland เป็นเรื่องที่อันตรายมากและไม่มีใครทำกันแต่ไม่ใช่กับเกม Tiny Tina's Wonderlands เราแค่ต้องแน่ใจก่อนว่าเวทมนตร์ที่เรามีพอ กับดาบที่ถืออยู่ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นผลมาจากการอัปสกิลตัวละคร Fatemaker ของเรา
การเล่าเรื่องของ Wonderland ยังคงเป็นแบบเกมภาคหลักซึ่งเป็นวิธีการเล่าเรื่องไม่ดีสักเท่าไรนัก เพราะเราจะเจอกับเหตุหารณ์ที่เรียงลำดับกันแบบนี้จนกว่าจะจบเกม คือ เรากำลังสนุกกับการสำรวจ สักพักสมาชิกในปาร์ตี้ก็จะเริ่มทะเลาะกัน แล้วก็จบด้วยการทำร้ายกันเองวนไป แต่ก็ไม่ได้แย่สักเท่าไรสำหรับการเล่าเรื่องประมาณนี้ ตัวเกมจะเน้นไปที่จิตนาการไร้สาระ ของตัว Tina ซึ่งนี่ทำให้เกมมีชีวิตชีวามากขึ้น
คลาสทั้ง 6 ในเกมได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี เช่น คลาส Spellshot มือดีในการยิงเวทมนตร์และคอยบัฟเพิ่มพลัง คลาส Stabbomancer ที่เน้นการจู่โจมแบบระยะประชิดอย่างเยือกเย็น การปั้นตัวละครของเราให้ไปจุดสูงสุดนั้นใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่เมื่อถึงระดับสูงสุดแล้วการอัปเกรดคลาส การเล่นเกมจะง่ายขึ้น และไม่วุ่นวายเหมือนช่วงแรก
รีวิวเกม Tiny Tina's Wonderlands คลาสของ Fatemaker แต่ละคลาสนั้นไม่ค่อนดีเท่าไรเมื่อเทียบกับความยืดหยุ่นของคลาสใน Borderlands 3's Vault Hunters แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะอุปกรณ์ที่เราเก็บได้แบบสุ่มจะเติมเต็มช่องว่างนี้ให้เอง และด้วยเลเวลที่สูงสุดที่ 40 เราจะต้องคิดให้รอบคอบว่าจะใช้แต้มสลกิที่จำกัดในการอัปเกรดคลาสของตัวละครไปที่ช่องไหนบ้าง
รีวิวเกม Tiny Tina's Wonderlands เช่นเดียวกับ Borderlands 3 ภาคแยกอย่าง Wonderlands ยังคงมีสภาพแวดล้อมที่สวยงามให้สำรวจ สถานที่แต่ละแห่งยังคงเป็นไปตามเทมเพลตการออกแบบสภาพแวดล้อมจากเกม Borderlands โดยวาดจากคอนเซปต์แฟนตาซีเพื่อสร้างถ้ำที่เป็นที่อยู่ของโทรลล์ ชายหาดน่ากลัวที่มีผีโจรสลัด และป่าที่เต็มไปด้วยเห็ดสังหาร สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดย Overworld ที่มีองค์ประกอบในการสำรวจมากขึ้น มีภารกิจให้ทำมากขึ้น และความลับที่รอให้เปิดเผยอยู่ Wonderlands ไม่มียานพาหนะให้เราขับ เพราะฉะนั้น Overworld จึงเป็นวิธีในการเดินทางและการสำรวจที่รวดเร็วที่สุด
มีบางช่วงเวลาที่ทำให้หวนนึกถึง Borderlands 2 ในตอนที่ตัวละคร Mr. Torgue's Bardbarian ที่ร่ายมนต์สะกดขีปนาวุธข้ามทวีปโดยใช้พลังมิตรภาพ ซึ่งเหตุการณ์นี้มันเหมือนกับตอน Assault on Dragon ที่ตัวละครทั้ง 3 ต่างแสดงความหวาดกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับมังกร แม้ว่า Tina จะได้รับความช่วยเหลือจากวายร้ายผู้ยิ่งใหญ่ Batman Will Arnett ที่ฟื้นคืนชีพมา แต่ช่วงเวลาเหล่านี้ของ Tina ก็สร้างโลกที่เธอสามารถระบายความไม่มั่นคงและความกลัวออกไปได้
แม้จะเป็นภาคแยกของ Borderlands แต่ Tiny Tina's Wonderlands ก็ไม่ได้ถูกสร้างออกมาเพื่อล้อเลียนเกมหลักแต่กลับเป็นการสร้างจินตนาการใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นมา แต่ละดินแดนที่เราได้เดินสำรวจมันเป็นสถานที่ที่คุ้ยเคยและเสี่ยงอันตราย เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นที่สมบูรณ์แบบและมุมมองบุคคลที่หนึ่งก็ช่วยเสริมให้ฉากแอ็คชั่นนั้นดียิ่งขึ้น พร้อมกับระบบมัลติคลาสที่จะช่วยทำให้เราสามารถสร้าง Fatemaker ที่แข็งแกร่งได้ นับว่าเป็นเกมภาคแยกที่น่าจดจำที่สุดของ Borderlands 3 เลยทีเดียว