GGKeyStore 2020-10-28
[Review] รีวิวเกม Dragon Ball Z: Kakarot
  • แพลตฟอร์ม : PS4, XONE
  • คะแนน : 7/10 (GOOD)

Dragon Ball Z: Kakaro มีการดำเนินเนื้อเรื่องตามฉบับอนิเมชั่นแบบแป๊ะๆ โดยจะเป็นเรื่องราวของ Goku และ Gohan ก่อนที่ พวกชาว Saiyans จะบุกเข้ามาในโลก และทำให้ได้รู้ว่า Goku คือหนึ่งในชาว Saiyans ที่แท้จริง และเชื่อมโยงกับเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหมดในจักรวาล เรื่องราวทั้งหมดจะเหมือนที่เราเคยเห็นในเกม Dragon Ball Z หลายๆ เกม Kakarot จะบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวเกมในรูปแบบ RPG ที่มากกว่าเกมที่เน้นการต่อสู้เพียงอย่างเดียว เราจะได้เห็นว่าชีวิตของ Goku และสหายมากมายของเขานอกจากการต่อสู้เพื่อตัดสินชะตากรรมของจักรวาลแล้ว เป็นอย่างไร


โครงสร้างของเกมแบ่งออกเป็นหลายๆ ส่วน โดยจะมีตั้งแต่การสำรวจอย่างอิสระ การสำรวจโลกกึ่งเปิด ฉากต่อสู้กับศัตรู แบบ Semi-open world และฉากคัตซีนที่เราจะได้รับชมเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Dragon Ball Z บางครั้งการสำรวจอาจดูนานเกินไป แต่ส่วนใหญ่เราจะหมดเวลาไปกับการทพวกำ Side quests และล่าสัตว์หาไอเทมเสียมากกว่า และในขณะที่เราบินไปรอบๆ ฉากของตัวเกมจะเต็มไปด้วยสิ่งที่ดูที่มีชีวิตชีวา และง่ายต่อดารสำรวจโลก ซึ่งเต็มไปด้วยยักษ์ ปลา ไดโนเสาร์อาละวาด และเมืองแห่งอนาคตให้เราได้ตะลึงอยู่อย่างครบถ้วนเลย


สิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Kakarot คือวิธีที่แสดงให้เห็นถึงตัวละครในอนิเมะ เราจะได้เริ่มเกมโดยรับบทเป็น Goku แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ เราจะต้องควบคุมตัวละครตัวอื่นๆ อีกหลายตัวเช่น Gohan, Piccolo, Vegeta และ Trunks ตัวละครที่คุ้นเคย เช่น Krillin, Tien Shinhan, Yamcha และ Android 18 จะช่วยเราในฐานะผู้ช่วยในการต่อสู้ การสร้างมิตรภาพกับตัวละครผ่านการทำเควส จะทำให้เราได้รับรางวัลจากพวกเขา โดยการหยิบพวกเขามาใส่ไว้ใน Community board ซึ่งแสดงถึงการเป็นเพื่อนของ Goku จะช่วยให้เราได้รับความช่วยเหลือมากมายจากการต่อสู้ การรวบรวมไอเทม การทำอาหาร และอื่นๆ อีกหลายอย่าง


แต่รางวัลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้การผจญภัยใน Kakarot รู้สึกถึงความพึงพอใจ Dragon Ball Z เป็นซีรีส์ที่ความสัมพันธ์ของตัวละคร และการโต้ตอบมีความสำคัญมากกว่าเรื่องราวการต่อสู้ เราจะได้เห็น Piccolo ที่ดูอบอุ่นกับ Gohan บทบาทแม่ที่แข็งแกร่งของ Chi Chi นักสู้ที่อยู่นอกการต่อสู้ และอีกมากมาย แม้แต่ตัวละครที่ค่อนข้างมีบทน้อย เช่น Yajirobe, Launch และ Puar ก็มีเควสที่แสดงการโต้ตอบที่ตลกในสถานการณ์ และช่วงเวลาที่น่าเศร้าและน่าประทับใจอยู่อย่างครบถ้วน


แต่แน่นอน หากไม่มีการต่อสู้ มันก็ไม่ใช่ Dragon Ball Z ในขณะที่การต่อสู้แบบ 3 มิติจะใช้ความเคยชินในตอนแรก เมื่อเรามีทักษะการควบคุมที่ดี เราจะสามารถบินไปรอบๆ และระเบิด ki และ Kamehameha อย่างมืออาชีพได้ เราจะสามารถควบคุมตัวละครตัวเดียวที่มีการโจมตีพื้นฐานทั้งสองอย่าง คือ การโจมตีระยะประชิด และการปล่อยพลังระยะไกล หากเรามีเพื่อนในการต่อสู้ ระบบจะควบคุมพวกเขาให้เอง โดยเราสามารถสั่งให้พวกเขาใช้การโจมตีพิเศษ นอกเหนือจากการโจมตีปกติของตัวเราได้ นอกจากนี้เรายังมีสกิลพิเศษที่ทรงพลังหลายระดับ การเข้าประชิดตัวคู่ต่อสู้ เทคนิคการป้องกัน และการโจมตีมากมาย ความสามารถในการแปลงร่างให้แข็งแกร่งขึ้น โดยความสามารถเหล่านี้ เวลาใช้เราจะต้องเสียค่า ki ซึ่งสามารถคิดได้จาก mid-battle การจัดการการใช้ ki จึงสำคัญมาก เมื่อเกจท่าไม้ตายเต็มจะทำให้ตัวละครของเราเข้าสู่ superpowered เราสามารถใช้การโจมตีแบบพิเศษเพื่อทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงออกมาได้


ในเกมการเคลื่อนไหวทางอากาศแบบ 3 มิติถือเป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ น่าเสียดายที่ความหลากหลายของศัตรูมักจะขาดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งศัตรูที่น่ารำคาญซึ่งจะมารบกวนเราในเวลาที่ทำการสำรวจนั้นถือว่ามีให้เห็นแต่น่าซ้ำๆ เลยก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ดี การต่อสู้ยังคงมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมอยู่ โดยในระหว่างการต่อสู้กับบอส เมื่อศัตรูออกมาโจมตี จะสร้างความเสียหายอย่างไม่น่าเชื่อ และจะบังคับให้เราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว Kakarot เป็นเกมที่มีการบอกเล่าเรื่องราวของ DBZ ที่ดูทันสมัย แม้จะมีปัญหาอยู่เล็กน้อย สภาพแวดล้อม และการมองโลกอย่างใกล้ชิดนั้นเป็นการระเบิด และมันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่สามารถโต้ตอบกับตัวละครของ DBZ และดูเรื่องราวของตัวละครผ่านฉากคัตซีนต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด