แพลตฟอร์ม : PS4คะแนน : 8/10 (GREAT) กลับมาอีกครั้ง กับเหล่า Phantom Thieves ในภาคต่อของ Persona 5 ที่ชื่อว่า Strikers โดยเนื้อเรื่องจะดำเนินจากเหตุการณ์หลังภาคหลัก เหล่าโจรขโมยใจก็มีเวลาว่าง ประกอบกับโจ๊กเกอร์ตัวเอกของเราก็กลับมาที่เมืองแล้ว ทั้งหมดจึงได้พักผ่อนก่อนที่ลุยใน Metaverse กันอีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ มันจะบานปลายไปทั่วญี่ปุ่น ตัวเกมยังคงรูปแบบการนำเสนอที่คุ้นเคยกันดีจากภาคหลัก ทั้งระบบต่อสู้ ดันเจี้ยนต่างๆ และการใช้ชีวิตประจำวันที่เป็นจุดเด่นที่สุดของเกมซีรีส์นี้
ทางด้านเนื้อเรื่องก็จะยังคนวนเวียนอยู่กับโลก Metaverse ที่เหล่าผู้คนถูกล่อลวงด้วยความกระหายความต้องการของตัวเองจนถูกความมืดกัดกิน ในระหว่างการดำเนินเรื่อง ตัวละครหลักก็ต่างต้องเจอกับสถานการณ์ที่บีบคั้นอารมณ์ เหล่าผองเพื่อน Phantom Thieves ที่ต่างเติบโตขึ้นจากภาคที่แล้ว แม้จะมีแผลในใจ แต่ในภาคนี้พวกเขาได้มีโอกาสที่จะแก้ไขมัน
แม้ว่าทางด้านเนื้อเรื่องหลักจะน่าติดตาม แต่การดำเนินเรื่อง โดยเฉพาะบทสนทนากลับดูเรียบเฉยและค่อนข้างดูตื้นเขิน บางทีเนื้อหาบทสนทนาก็เหมือนวนอยู่ที่เดิม บทของเหล่าตัวร้ายก็มีเพียงมิติเดียว ทำให้ตัวเกมในบางจังหวะเราไม่สามารถอินไปได้กับมันเท่าที่ควร
ตัวของ Persona ในภาคนี้เอง ก็ยังคงพยายามนำเสนอถึงสายสัมพันธ์ของคนเราผ่านตัวละครต่างๆ ที่ได้กลายเป็นพลังผลักดันในเราก้าวเดินออกไปผจญภัย และเนื้อเรื่องรองของตัวละครใหม่อย่าง Sophia และ Zenkichi ก็ทำออกมาได้น่าติดตามมาก โดย Sophia นั้นจะเป็น AI ที่คล้ายๆ SIRI ของ iPhone แต่พอเข้ามาในโลก Metaverse จะอยู่ในร่างคนพร้อมสู้ โดยตัวของเธอพยายามที่จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ ทำให้เรื่องราวของเธอทำให้ผู้เล่นรู้สึกอบอุ่นไปกับเนื้อเรื่องตรงนี้ได้
ทางด้านเนื้อเรื่องของ Zenkichi ด้วยคาแรคเตอร์เป็นคนซื่อบื้อ ทำงานเป็นผู้ตรวจการณ์รักษาความปลอดภัย ทำให้คาแรคเตอร์มันขัดกับกลุ่มโจรของตัวเอก แต่สิ่งสำคัญก็คือตัวละครนี้เป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่วัยรุ่น มันจึงกลายเป็นคีย์สำคัญให้กับเนื้อเรื่องอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยการที่เขาพยายามจะแก้ไขสิ่งผิดพลาดในอดีต และสานความสัมพันธ์ให้กลับมาดีดังเดิมกับลูกสาวของเขา ทำให้ในภาค Strikers เนื้อเรื่องจะโฟกัสไปที่สองตัวละครใหม่นี้
ในแต่ละ Chapter ที่เราเล่นจบไป ฉากหลังของเนื้อเรื่องก็จะเปลี่ยนไปด้วยอย่างที่บอกข้างต้นว่าเรื่องราวในภาคนี้จะเกิดทั่วญี่ปุ่น ตัวละครหลักและเพื่อนก็จะเดินทางด้วยรถ RV ของ Makoto ที่จะเดินทางเปลี่ยนฉากไปในแต่ละ Chapter ตัวเกมก็ยังคงระบบใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมซีรีส์นี้ไว้อยู่ โดยจะมีวันที่กำหนดไว้ ว่าการทำกิจกรรมต่างๆ เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่จะออกนอกลู่นอกทางมากไม่ได้เพราะมันมีกำหนดในการเดินเนื้อเรื่องหลักต่อ
การดำเนินเรื่องรองจะเป็นรูปแบบคำขอร้องจากเพื่อนๆ ที่จะให้รางวัลเป็นชุด อาวุธใหม่ๆ หรือเพิ่มค่าความสัมพันธ์ของตัวละครหลักกับ NPC ตัวนั้นๆ ยิ่งค่าความสัมพันธ์เยอะ ก็จะยิ่งปลดล็อคความสามารถใหม่ๆ ที่จะช่วยเราต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น แถมในภาคนี้เรายังสามารถลงไปสำรวจดันเจี้ยน Metaverse ได้ตลอดถ้าหากว่าถึงจุดเช็คพ้อยน์แล้ว ทำให้มันมีจังหวะพักหายใจของตัวเกมและลดความตึงเครียดลงไปได้พอสมควรเลย
การเดินทางในภาคนี้มีหลากหลายที่ให้ได้ไป ทั้งชายหาดอาบแสงอาทิตย์ที่โอกินาว่า หรือเดินท่ามกลางแสงสีใจกลางโอซาก้า เหมือนเป็นการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นแล้วให้เราเดินทางไปกับตัวละครที่เราชื่นชอบ มีทั้งร้านขายของต่างๆ ให้ได้สำรวจ ร่วมสร้างโมเม้นต์ดีๆ ของเหล่าตัวละคร ทำให้ตัวเกมมันชิลและผ่อนคลายมาก มีทั้งการชมดอกไม้ไฟที่โยโกฮาม่า หรือร่วมเทศกาลขอพรทานาบาตะที่เซ็นได นั่งชิงช้าสวรรรค์ที่ซัปโปโร แวะข้างทางกินอาหารกัน หรือทำอาหารเองแล้วแบ่งกันกินในกลุ่มที่จะช่วยฟื้นพลัง HP SP ให้เรา ทั้งหมดนี้เหมือนมันเป็นการให้เราได้พักผ่อนก่อนที่จะไปสู้กับเหล่าปีศาจและความกดดันจากเนื้อเรื่องใน Metaverse แต่ทางด้านเนื้อเรื่องส่วนอื่นก็ยังมีความเฉพาะตัวของเกมญี่ปุ่นอยู่บ้าง เช่นฉากอาบน้ำ หรือการสู้กับปีศาจตัวหนึ่ง ที่เหมือนเป็นภาพสะท้อนของคนตะกละ ที่ไม่รู้จะส่เข้ามาทำไม เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องหลักเท่าไหร่ แต่เหมือนจะเป็นมุกตลกของคนญี่ปุ่น และมีความเฉพาะตัวสูงมากจนเราอาจจะไม่เก็ตมุกไปกับมัน
ระบบการต่อสู้ในภาคนี้ได้ผสมผสานระหว่างความเป็น RPG และเกมแนวแอคชั่นมุโซวเข้าด้วยกัน จากภาคที่แล้ว เมื่อเราลงไปสำรวจดันเจี้ยน ก็จะเจอศัตรูเข้ามาบุกแบบสุ่มถึงจะเข้าการต่อสู้ แต่ในภาคนี้จะนำเสนอในรูปแบบแอคชั่นเรียลไทม์ ที่แต่ละตัวละครจะมีจุดเด่น จุดด้อย และสกิลแตกต่างกันไปทำให้ผสมผสานคอมโบได้หลากหลาย โดยเราสามารถสลับตัวละครไปมาระหว่าง 4 ตัวละครในสนามต่อสู้ได้ โดยตัวละครที่เราไม่ได้ควบคุมก็จะช่วยต่อสู้ไปด้วยเรื่อยๆ ทำให้การต่อสู้ค่อนข้างฉับไว เน้ความเป็นแอคชั่น ต้องหลบหลีกการโจมตีศัตรู หาจุดอ่อนแล้วเข้าโจมตี ถ้าหากว่าใครที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้มาก่อนก็อาจจะต้องปรับตัวให้ชินในช่วงต้นเกมอยู่หลายชั่วโมง แต่พอเริ่มเข้าใจ เราก็สามารถผสมผสานเทคนิคและการวางแผนจัดทีมของตัวละครให้มีประสิทธิภาพในการต่อสู้ได้ดีขึ้น
แม้ว่าจะเน้นความแอคชั่น แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดที่ว่าแค่สแปมปุ่มโจมตีก็ผ่าน เพราะเราจะต้องบริหารจัดการ SP เลือกจังหวะในการปล่อยสกิลต่างๆ ให้ดี เพื่อกำจัดฝูงเงา หรือเข้าโจมตีจุดอ่อนศัตรูระดับบอส ผสมผสานการปล่อยสกิลเพื่อสร้างคอมโบแพ้ทาง และเมื่อโจมตีไปเรื่อยๆ จะเป็นการสะสมหลอดพลัง Excute Showtime หรือท่าไม้ตายที่จะสร้างความเสียหายอย่างมากให้กับศัตรู ทำให้ระบบการต่อสู้ของภาคนี้มันส์มาก
การจัดทีมเพื่อใช้สกิลให้สนับสนุนกันก็สำคัญ แต่ละตัวก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันให้เลือกใช้ตามสถานการณ์ และตัวเกมมันเชิญชวนให้เราได้ลองใช้ตัวละครต่างๆ ทั้งหมดด้วย เช่น ฮารุ จะใช้อาวุธเป็นขวาน เธอจะเด่นในเรื่องการโจมตีศัตรูเป็นหมู่ ยูสุเกะก็จะเน้นในการสร้างความเสียหายจากการชาร์จโจมตี ฯลฯ ถ้าเราชอบตัวละครไหน เราก็สามารถเมนตัวละครนั้นแล้วบังคับมันตลอดการตะลุยดันเจี้ยนก็ยังได้
แต่ข้อเสียของมันก็มี เมื่อเราเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะพบบแพทเทิร์นของเกม โดยการปล่อยศัตรูจำนวนมากๆ มาก่อนให้จัดการ แล้วค่อยถึงตัวบอส ทำให้บางทีในหน้าจอของเราเต็มไปด้วยฝูงศัตรู ดูอะไรไม่ออก ไม่เห็นการโ๗มตีศัตรู จนสุดท้ายมันทำให้ตัวละครของเราอาจจะตายแบบไม่น่าให้อภัยในบางครั้ง ในและบางครั้งเกมพยายามจะนำเสนอการเล่าเรื่องในฉากต่อสู้ แต่ก็เกิดปัญหาที่ว่าบทพูดมันขึ้นมายุ่บยั่บ เสียงที่ทับซ้อนกัน ทั้งเอฟเฟต์ เสียงพูดตัวละคร ดนตรี จนฟังไม่รู้เรื่อง
ดีไซน์ของดันเจี้ยนก็ยังคงออกแบบมาได้ดีตามมาตรฐานในภาคที่แล้ว แต่บางจุดก็ขัดกับจังหวะอารมณ์ที่เราอยากจะพร้อมสู้ แต่ถูกขัดด้วยบทสนทนาที่อฑิบายเกี่ยวกับดันเจี้ยนต่างๆ แม้ว่าทั้งหมดนี้จะมีข้อบกพร่องบ้าง แต่โดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดี และบอกได้เลยว่าเกมซีรีส์ Persona เหมาะกับการเป็นเกมแอคชั่นไม่น้อยไปกว่าความเป็น RPG เลย
ความดีงามของเกมซีรีส์นี้ เมื่อเราเข้าสู่ฉากต่อสู้ สิ่งที่จะกระแทกอารมณ์ร่วมของผู้เล่นอย่างแรกเลยก็คือ เสียงดนตรีประกอบที่มีเอกลักษณ์ ฟังดูก็รู้เลยว่านี่เป็นเพลงประกอบเกม Persona และภาค Strikers ก็ยังได้ทีมงานเดิมมาช่วยสร้างสีสันให้กับเสียงดนตรีของเกมเหมือนเดิม
เพลงฮิตอย่าง Last Surprise แม้คนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้อย่างน้อยต้องเคยได้ยินผ่านหูจากมีมหรือที่อื่นๆ มาบ้าง มาในภาคนี้จะถูก Rearrange ให้เป็นแนว Punk ผสมเมทัลเข้ากับการสไตร์ค ความแอคชั่นของตัวเกม และเพลงธีมต่อสู้เพลงใหม่ชื่อว่า What You Wish For ก็ยังคงเป็นเพลงแนวแจ๊ศผสมร็อคที่มีเสน่ห์ ในการเล่นผ่านแต่ละฉาก แต่ละดันเจี้ยนก็จะมีเพลงธีมเป็นของตัวเอง
เมืองต่างๆ ที่เราได้สำรวจก็มีเพลงแบคกราวน์คลอเป็นเอกลักษณ์ แต่ที่เด่นๆ เลยก็จะมีเพลงประกอบของเมืองโอกินาว่า ที่เอาเพลงจากภาค 5 เวอร์ชั่นอนิเมะ ทำเป็นเวอร์ชั่น Intrsumental ทำให้ได้ความรู้สึกอบอุ่น และมีหลากหลายเพลงอื่นๆ ที่เรียกได้ว่าทำออกมาได้อย่างดี ทำให้ผู้เล่นมีอารมร์ร่วมกับเกม เพลงในแต่ละฉากก็เข้ากันทุกฉาก
แม้ในระหว่างการเล่นจนถึงฉากสุดท้ายของเกม เราจะผ่านความไม่สมบูรณ์ของเกมนี้มาหลายอย่าง แต่ด้วยอารมณ์ของเนื้อเรื่องฉากสุดท้าย เสียงเพลงที่คลอตามให้ตื่นเต้น การนำตัวละครของเราที่ผจญฝ่าฟันสิ่งต่างๆ จนมาถึงฉากสุดท้าย รวมพลังกัน ทำให้ทุกๆ อย่างอยู่ในจุดพีคและเป็นอีกหนึ่งฉากจบของเกมที่น่าประทับใจในหลายๆ อย่าง และเกมทำให้เรามีอารมณ์ร่วมกับมันได้อย่างเต็มที่จริงๆ
Persona 5 Strikers คือเกมสำหรับคนที่หลงรักเหล่า Phantom Theives จากภาคที่แล้ว ได้มาพบปะตัวละครที่ชื่นชอบ และเดินทางไปกับพวกเขาด้วยการผจญภัยครั้งใหม่ ได้เห็นการเติบโตของตัวละคร รวมถึงรูปแบบของเกมที่เปลี่ยนไปเป็นแอคชั่น RPG ที่ท้าทายและตื่นเต้น ถ้าคุณชอบภาคที่แล้ว ยังไงก็ควรจะลองภาคนี้ให้ได้