เกม Star Wars ที่ออกมาก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ มักจะเป็นเกมที่มีเสน่ห์ห่างไกลจากตัวแฟรนไชส์ต้นแบบอย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับ Star Wars Jedi: Fallen Order นั้นสามารถเข้าถึง และแสดงออกมาได้อย่างชัดเจน มันเป็นเกม Star Wars ที่หาได้ยาก และเป็นเกมที่พยายามเล่าความหมายว่า Star Wars นั้นหมายถึงอะไร ความโดดเด่นของ Fallen Order ไม่ได้อยู่ที่ตัวเกมที่จะพยายามทำตัวเป็น Star Wars แต่มันพยายามจะมองหาบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่ Star Wars ใส่เข้ามา นั่นทำให้ตัวเกมไม่ใช่แค่แฟนตาซี Jedi อีกหนึ่งเกม แต่เป็นการนำเสนอ Force เพื่อแก้ไขปริศนา และทำให้เรารู้สึกว่ามีพลังจริงๆ นี่คือเกม Star Wars ที่ดีที่สุด มันต่อยอดไอเดียจากภาพยนตร์ สำรวจมุมมองใหม่ๆ ของตัวแฟรนไชส์ ที่จะทำให้เรารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Star Wars มากขึ้น
มิตรภาพเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของ Star Wars โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนจบ และเป็นแกนหลักใน Fallen Order ทั้งส่วนของตัวเนื้อเรื่อง และส่วนของตัวเกมเพลย์ โดยตัวเรื่องราวภายในเกมจะผูกกับ Cal Kestis, Padawan หนุ่ม ผู้โดนกวาดล้างใน Revenge of the Sith และ BD-1 หุ่นยนต์ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารลับ โดยอาจารย์ Jedi ผู้เป็นเจ้าของก่อนหน้า ปัจจุบันตอนนี้ BD-1 เป็นดั่งคู่หูของ Cal ที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ และช่วยกันแก้ปริศนาอารยธรรมที่ถูกลืม สำรวจวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไปในแต่ละดาว และร่วมกันเพื่อเอาชนะ Empire อาจารย์ของ Cal คือ Master Cordova ซึ่งก่อนที่เขาจะหายตัวไป เขาก็ได้ล็อครายชื่อเหล่าเด็กๆ ที่มี Force-sensitive เอาไว้ทั่วกาแลคซี ซึ่งเป็นความหวังเพื่อช่วยฟื้นฟูเหล่า Jedi และท้าทายเหล่า Empire แน่นอนว่ารายชื่อเหล่านั้นอยู่ใน BD และเขาก็ได้ทิ้งเบาะแสเอาไว้ เพื่อให้ Cal และ BD เดินทางไปยังดวงดาวต่างๆ สำหรับปลดล็อครหัสให้กับ BD และเอารายชื่อออกมา
BD เป็นเพื่อนที่แน่วแน่ของ Cal ในขณะที่ BD ขี่อยู่บนหลังของ Cal และพวกเขาทั้งคู่พูดคุยกันโดยตลอด BD รับหน้าที่เป็นผู้ซัพพอร์ตฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในตัวเกม โดยเฉพาะการรักษาตัวเองของ Cal ก็จำเป็นต้องใช้ BD เช่นกัน นอกจากนี้ BD ยังช่วยปลดล็อคประตู แฮ็กหุ่นศัตรูเพื่อนำมาช่วยในการต่อสู้ เรียกได้ว่า BD คือส่วนหนึ่ง ส่วนสำคัญ ที่จะสร้างความสัมพันธ์แก่เราไปตลอดทั้งตัวเกม
สำหรับระบบการเล่นอื่นๆ นอกเหนือจากการต่อสู้ของเกมเกมนี้ ก็คือการปีนป่ายไปมาในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่จะไม่เหมือนกับเกมอย่าง Tomb Raider, God of War หรือ Prince of Persia: The Sands of Time เพราะระบบการนำทางในตัวเกม จะใช้การสังเกตของตัวเราเป็นหลัก รวมถึงทักษะในการแก้ปัญหา ยังต้องใช้พลังของ Force ที่เรามี โดยแมปตัวเกมน่าจะได้ไอเดียมาจากเกมซีรีส์ Souls ทำให้เราสามารถสำรวจตัวแมป โดยที่ตัวเราไม่หลงทางได้ ซึ่งดวงดาวแต่ละดวงที่เราจะได้เดินทางไป ล้วนมีเสน่ห์อยู่เต็มเปี่ยมในด้านความน่าสำรวจ ซึ่งยิ่งเส้นทางสลับซับซ้อนมากขนาดไหน มันยิ่งกระตุ้นให้เราอยากไปนู่นนี่นั้น ออกสำรวจสภาพแวดล้อมที่หลากหลายของดวงดาวแต่ละดวง โดยแน่นอนว่าสุดเส้นทางของการสำรวจ จะมีทั้งชุดคอสตูมไอเทม และมินิบอสเล็กๆ ที่รอเราอยู่