อย่างไรก็ตามตัวละครที่สำคัญที่สุดของเกมเกมนี้ก็คือ Markus แต่ในตอนที่เขาอยู่ในฉากสำคัญของตัวเกม เขาได้ขาดบางสิ่งบางอย่างไปเล็กน้อย ตอนแรก Markus เป็นหุ่นที่โชคดีแบบสุดๆ เจ้าของของเขาคือจิตรผู้สูงอายุ ที่สนับสนุนด้านความคิด ให้เขาสามารถคิดได้อย่างอิสระ และปัฎิบัติต่อเขาราวกับเขาเป็นลูกชาย ในขณะที่ลูกชายของจิตรกรคือคนโง่เขลาที่ทำลายการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขระหว่าง Markus และจิตรกรวัยชรา จนสุดท้ายฉากสำคัญของเรื่องก็มาถึง และถือเป็นการเปิดม่าน Detroit การต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของหุ่นยนต์
เรื่องราวที่นำเสนอใน Detroit ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากในการจะจินตนาการขึ้นมาได้ ถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ในเกม โดยหุ่นยนต์ และมนุษย์ใน Detroit ค่อนข้างถูกแบ่งแยกชนนั้นอย่างชัดเจน เช่นหุ่นยนต์ในเกมนี้ต้องขึ้นประตูหลังของรถประจำทางแทนที่จะขึ้นประตูหน้าร่วมกับมนุษย์ ต้องขึ้นบันไดเฉพาะของหุ่นยนต์เท่านั้น และเมื่อ Markus ก่อกบฏ เราจะได้คำปลุกใจ และคำประท้วงว่า "เรามีความฝัน" มาไว้ในมือ อย่างไรก็ตามเรื่องราวและรายละเอียดเหล่านี้ของ Detroit คือจุดด้อยของตัวเกม แต่มันก็ถือเป็นจุดที่แสดงจุดแข็งของตัวเกมออกมาให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน ว่า Detroit นั้นเก่งในด้านการจำลองสถานการณ์เลวร้ายออกมา อันตรายต่างๆ เหมือนจะแฝงอยู่ทุกมุม เพราะว่าเราต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วในแรงกดดัน และนั่นจึงทำให้เรารู้สึกกังวลมากๆ เมื่อ Kara หรือ Markus มีความเสี่ยงที่จะถูกพบตัว เมื่อพวกเขาทำตัวแปลกแยกออกมาแล้ว ทั้งนี้ในฉากที่กล่าวมา บางครั้งมันจะมาในรูปแบบของฉากเงียบ ซึ่งเป็นความเงียบสงบก่อนแรงกดดันที่กำลังจะเข้ามา หรือบางทีมันก็เงียบเพราะการเลือกที่ผิดพลาดของเราในอดีต แต่เราก็ยังมีโอกาสแก้ไขมัน ซึ่งคุณเชื่อเถอะว่า Detroit จะมีหนทางพิเศษในการฝากรอยแผลไม่รู้ลืมไปได้ตลอดกาล
แน่นอนว่าบทที่เราจะจดจำ นั้นคือบทที่น่ากลัวที่สุด Kara ต้องเผชิญสิ่งที่เธอหวาดกลัว ส่วนการเดินทางไปสู่อิสรภาพของ Markus กลับเป็นการเดินทางสู่มุมมที่มืดมน นั่นทำให้มันกลายเป็นหนัง หรือนิยายที่ดีเล่มหนึ่ง แทนที่จะเป็นเกมที่ซึ่งสามารถดึงเราเข้าไปอยู่ในโลกแห่งนั้นได้ NPC และตัวละครบางตัวดูโดดเด่นขึ้นมาได้ เนื่องจากอยู่ผิดที่ผิดทาง และนั่นทำให้ Detroit เป็นเกมที่อยู่กึ่งของความน่าหลงไหลเท่านั้น
เรารู้จักนักเขียน และไดเรคเตอร์อย่าง David Cage จากเกมอย่าง Heavy Rain, Beyond: Two Souls แต่ Detroit จะเป็นเกมแรกที่จะนำเสนอรายละเอียดที่ชัดเจนของตัวเลือกที่เราได้เลือกทำในช่วงท้ายของแต่ละบท เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราเลือกทำอะไรไปบ้าง และถ้าเราย้อนกลับไปเล่นอีกครั้ง เราจะได้เลือกเส้นทางที่แตกต่างจากที่เราเคยทำเอาไว้อยู่ได้ แต่เอาจริงๆ ผลของระบบนี้ทำให้ลดความอิน และความหมกมุ่นของเราลง ซึ่งจะทำให้เราไม่อยากย้อนกลับไปเล่นอีก แต่มันจะเหมาะกับคนที่อยากจะเล่นเพื่อเก็บเหตุการณ์ต่างๆ ให้ครบ น่าเสียดายที่ไม่มีออปชั่นสำหรับปิดระบบนี้ให้หายไป
ด้วยระบบที่กล่าวมา และการอ้างอิงเรื่องราวสไตล์ American ราคาถูก ทำให้ความยอดเยี่ยมของ Detroit ลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวเกมมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกหลายๆ ด้าน และมันจะอยู่ในความทรงจำของเรา มันงดงาม และประทับใจจนไม่อยากลืม ทั้งนีแม้ว่า Detroit จะสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราได้เล่นหลายๆ ครั้ง แต่มันก็ยากที่เราจะกลับมาแก้ไขสิ่งที่เราเลือกทั้งหมด เพื่อดูว่าเส้นทางไหนคือสิ่งที่สมบูรณ์ ผมเล่นมันในสไตล์ที่ผมชอบจนจบ และถึงกลับมาเช็คบางช่วงที่ผมคิดว่าถ้าตอบแบบนี้ละ แล้วมันจะเป็นอย่างไร Detroit มีความคุ้มค่าในการเล่น มันทำได้สมดุลทางด้านอิสระในการเลือกของเรา และเตือนเราทีหลังว่ามันคือเกม