Admin 2022-04-16
[Review] รีวิวเกม Battlefield 2042
  • แพลตฟอร์ม : PS5, XBSX, PC, XONE, PS4
  • คะแนน : 7/10 (GOOD)


Battlefield 2042 เป็นเกมที่จะสนุกที่สุดถ้ามีการนำอะไรใหม่ๆเข้ามา ผสมไปกับความรู้สึกคลาสสิคของซีรีย์เกมนี้ หลายๆ อย่างเข้ากันได้ดี แต่มันก็ไม่ได้เข้ากันได้หมดหรอกนะ เกม Battlefield 2042 สร้างความต่างกับภาคอื่นที่ผ่านมา ด้วยการให้คุณได้ลองสวมบทบาทเป็น "Specialists" ในด้านต่างๆ ซึ่งพวกเขาก็จะมีความสามารถและอุปกรณ์ที่ต่างกันออกไป และทุกคนไม่ได้เหมาะกับทุกแมพ ยกตัวอย่างเช่น แมคเคย์ ตัวละคนที่เหมาะกับด่าน Manifest ที่มีตู้คอนเทนเนอร์ให้ปีนป่าย แต่สกิลของเขาจะถูกด้อยทันทีถ้าเล่นในด่าน Hourglass เพราะแมพนี้เป็นแมพทะเลทรายอันราบเรียบและว่างเปล่าผสมกับตึกระฟ้าที่ไม่ได้จำเป็นต้องขึ้นไปด้วยซ้ำ

ในช่วงเวลาที่เราได้เล่น Battlefield 2042 มีหลายครั้งที่เรารู้สึกว่าการที่มีตัวละครที่เหมาะสมในแต่ละด่านก็เป็นอะไรที่ดีมาก แต่มันก็ช่างไร้ค่าเมื่อไปเล่นแมพที่ไม่เหมาะกับตัวละครนั้น แต่มันก็เป็นเทคนิคของเราแหละว่าเราจะเล่นแบบไหน ในขณะเดียวกัน ทีมพัฒนาอย่าง DICE ก็ได้ค่อยๆปรับปรุงมันให้ดีขึ้นอีกเพื่อก้าวไปถึงมิติใหม่ในการเล่นในรูปแบบของ FPS


Specialists เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดที่ภาคนี้มี แสดงให้เห็นว่าการเลือกของคุณจะส่งผลต่อทีมและเกมเพลย์เสมอ ต่างกับภาคเก่าๆที่จะมีการแบ่งเป็นหน้าที่ เช่น แพทย์ หน่วจู่โจม ช่างเครื่อฃและหน่วยลาดตระเวน ต่างกับในภาค 2024 ที่ตัวละครแต่ละตัวสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าที่จำกัดไว้ จะเป็นสายบุกหรือสายลอบเร้นก็ได้เช่นกัน ทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครเหล่านี้มีความเป็นฮีโร่มากขึ้น คล้ายๆกับเกม Overwatch หรือ Rainbow Six Siege

การมี Specialist จะมีประโยชน์อย่างมากเลย โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ในทีมของคุณ เลือกผู้เชี่ยวชาญให้ถูกแล้วรู้จักที่จะเรียนรู้อะไรจากพวกเขาในการสร้างสถานการณ์ที่เอื้อต่อชัยชนะของคุณ โดยปกติแล้ว เกม Battlefield จะเป็นเกมยิงมุมมองที่หนึ่งที่สนุกมากๆเมื่อเล่นกับเพื่อน โดยที่เราต้องอาศัยการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม ผสมผสานกับวิธีการเล่นของ Specialist ที่เราเลือกมา ใช้ทั้งหมดเพื่อสร้างกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับทีมได้!

[Review] รีวิวเกม Battlefield 2042
รีวิวเกม Battlefield 2042

ยิ่งไปกว่านั้น การเล่นกับตัวละครต่างๆ จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ต่างกันออกไป ตามความสามารถของพวกเขา บินไปรอบๆ สนามรบด้วย wingsuit ของ Sundance กระโดดไปที่สูงๆแบบแบทแมนด้วย Mackay สายบุกปะทะโล่อย่าง Dozer เป็นสายฮีลของทีมอย่าง Falck หรือจะเป็นสายตั้งป้อมแบบ Boris ก็ได้เช่นกัน ทุกๆตัวละครจะทำให้เกมมีความสนุกที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาทันทีในทุกๆครั้งที่เล่น

ดังที่กล่าวไว้ว่า การมีผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ได้ทำให้เกมมันสมบูรณ์แบบเสมอไป บางตัวละครก็ไม่เหมาะกับพื้นที่ไหนๆเลย นอกจากนี้ ผู้เล่นบางคนก็มีปัญหาสกิลของบางตัวละครที่ทำให้ศัตรูสามารถยิงแบบรัวๆเช่น สกิลการมองทะลุกำแพงในช่วงเวลาสั้นๆจาก Paik และใช่ มันดูมีประโยชน์มากกว่าตัวละครอื่นๆอีก แต่ทางผู้พัฒนาก็ให้สัญญาไว้ว่าจะมีการเพิ่มผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาเรื่อยๆในอนาคตเพื่อให้เหมาะกับเกมอีกด้วย

แนวทางการเล่นล้วนมีความแตกต่างตามความชอบของผู้เล่นและการเลือก Specialist พวกเขาจะได้รับการสนับสนุนชุดอุปกรณ์เวอร์ชั่นปรับแต่งได้ ส่วนใหญ่ชุดอุปกรณ์จะมาพร้อมกับอาวุธหลักและรอง ปืนปกติจะสามารถใส่ให้ทุกตัวละครได้ นอกจากนี้ คุณยังบรรจุสิ่งของอื่นๆได้อีกสองถึงสามอย่างด้วย เช่นระเบิดมือไปจนถึงเครื่องยิงจรวด Loadout แต่ละคลาสก็จะต่างกันออกไป เช่น medpack สำหรับสายฮีล engineer kit สำหรับสายช่างซ่อม แต่ว่าทุกสิ่งล้วนปรับได้ จะเล่นสายแทงค์ถือสไนเปอร์ ไปจนถึงสายฮีลที่พร้อมลงสนามตลอดเวลาก็ได้

[Review] รีวิวเกม Battlefield 2042
รีวิวเกม Battlefield 2042

การที่เราสามารถปรับอุปกรณ์ที่ถืออยู่ได้นั้น เป็นเรื่องที่ดี และเราสามารถทำได้แม้กระทั่งตอนแข่ง ซึ่งเป็นอะไรที่หลายๆคนต้องการมาก นอกจากการปรับชุด loadout แล้ว เรายังมีระบบเมนูใหม่อย่าง "Plus" ขึ้นมาอีกด้วย คุณจะสามารถปรับอาวุธให้เข้ากับสภาพแวดล้อมตรงหน้าได้ เช่น เปลี่ยนจากสไนเปอร์ให้กลายเป็นปืนกลที่เหมาะกับการบู๊แหลก การเปลี่ยนระเบิดให้กลายเป็นระเบิดเจาะเกราะรถถัง เป็นต้น

ถามว่าอะไรที่เปลี่ยนไปแล้วมีคุณภาพบ้าง คงไม่พ้นฟีเจอร์เรียกรถ ด้วยความที่แมพของ Battlefield ขึ้นชื่อเรื่องแผนที่ที่กว้างขวาง และเต็มไปด้วยทุ่งกว้าง การเดินคงเสียเวลาไม่ใช่น้อยเลย ดังนั้น ฟีเจอร์นี้จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถเรียกรถออกมาได้ ตั้งแต่รถจิ๊ปคันเล็กไปจนถึงรถถังคันยักษ์ ด่านต่างๆในเกมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณเข้าสู่การต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลกับสิ่งรอบข้าง ทำให้นี่เป็นอีกสิ่งที่ถูกปรับปรุงในภาคล่าสุด

[Review] รีวิวเกม Battlefield 2042
รีวิวเกม Battlefield 2042

Battlefield 2042 ได้ทิ้งการเล่นแบบผู้เล่นเดี่ยวและไปเน้นการเล่นแบบผู้เล่นหลายคน โดยที่มีหลายโหมดการแข่งขันให้เลือกถึง 3 ประเภท โดยแต่ละโหมดเองก็มอบความสนุกสนานที่ต่างกันให้กับผู้เล่น ทั้งโหมด All-Out Warfare โหมด Breakthrough และโหมด Conquest โหมด All-Out Warfare และโหมด Breakthrough จะมีศูนย์กลางที่กองทัพ ในแมพสามารถจุผู้เล่นได้มากถึง 128 คนที่พยายามยึดจุดต่างๆในแมพเพื่อคว้าชัยชนะ ต่างกับโหมด Conquest แบบคลาสสิคทีเราต้องตัดโอกาสในการเกิดใหม่ของศัตรู ยิ่งคุณได้แต้มมากเท่าไหร่ ศัตรูจะเสียโอกาสมากเท่านั้น ในเกม Battlefield 2042 มีการปรับอะไรเล็กน้อยเพื่อให้การยึดจุดมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น สร้างจุดได้เปรียบเพื่อเตะพวกเขาออกไป

Conquest ก็เหมือนกับเกม Battlefield ในอดีต อาจจะรู้สึกวุ่นวายมากๆ โดยผู้เล่นจะเข้ามาจากทุกทิศทางตลอดเวลา ซึ่งถ้าทีมไม่เต็ม มันจะถูกเติมด้วยทหาร AI อย่าง Occupying Forces แต่ก็พูดตรงๆว่ามันก็ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น แต่มันก็ช่วยให้เรามีผู้เล่นเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน

ในทางกลับกัน โหมด Breakthrough ก็มีการปรับปรุงให้คล่องตัวมากกว่าไม่ต่างจากโหมด Rush ของ Battlefield: Bad Company 2 เท่าไหร่ แค่มีขนาดการเล่นที่ใหญ่ขึ้น ทีมหนึ่งจะต้องโจมตี ในขณะที่อีกทีมจะต้องป้องกัน ทีมบุกจะต้องยึดจุดด้วยจำนวนนการเกิดใหม่ที่ยังเหลืออยู่ ในขณะที่ฝ่ายป้องกันสามารถเกิดใหม่ได้ไม่อั้น การบุกไปแบบนี้อาจทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นการเล่นที่รวดเร็วมากกว่า Conquest เพราะในโหมด Conquest คุณจะยังสามารถรู้ว่าศัตรูจะมาจากทางไหน ทำให้ต่อให้แมพกว้างก็ไม่น่ากลัว สรุปง่ายๆก็คือ โหมด Conquest จะมีขนาดใหญ่และมีอิสระมาก ต่างกับโหมด Breakthrough จะมีความเล็กและกะทัดรัดกว่า

ในโหมด All-Out Warfare ทั้งสองโหมด การต่อสู้จะมากับทีมที่มีกลยุทธ์ที่ดีและใช้ยานพาหนะได้ดีกว่า ดังนั้น เราจึงไม่ค่อยแปลกใจที่ในเกม Battlefield จะมีรถเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอในซีรีย์ที่ผ่านมา ตอนเล่นเราจะต้องเลือกรถที่ดีกว่า และต้องปรับแต่งให้ดี เพราะในรถก็จะมีคนที่เชี่ยวชาญมาคุมรถโดยเฉพาะเลยล่ะ

อีกสองโหมดใน Battlefield 2042 ได้แก่ Hazard Zone และ Portal จะมีแนวทางในการเล่นที่ออกจากโหมดเดิมๆของ Battlefield อย่างแรก โหมด Hazard Zone จะเป็นโหมดฟรีที่เหมาะกับคนกลุ่มกลางๆแบบ 32 คน คล้ายๆเกมแนว Battle Royal ที่เน้นไปที่การทำ object มากกว่า ในทีมนึงจะมี 4 คนไปยังเป้าหมายในการค้นหาและขโมยฮาร์ดไดรฟ์จากดาวเทียมที่หล่นลงมา การที่คุณได้ไดรฟ์นั้นมาจะทำให้คุณมีเครดิตในการเข้าตลาดมืดมากขึ้น ทำให้สามารถใช้ชุดอุปกรณ์ระหว่างการต่อสู้ได้ ในการรับเครดิต คุณต้องไปที่จุดพิเศษและขึ้นเครื่องบิน ถ้าเราตาย เพื่อนเราจะยังสามารถเล่นต่อได้เพื่อทำการ uplink เพื่อเรียกคุณกลับเข้าสนามรบอีกครั้ง

การผสมผสานระหว่างเกมแนว Battle Royale และ Free for All ในเกมโหมด Hazard Zone ทำให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อคุณเพิ่ม specialist ลงไปได้หลายคน ไม่เหมือนกับโหมดอื่นๆที่สามารถใช้ได้แค่คนเดียว ดังนั้นการตัดสินใจในการวางกลยุทธ์และความสามารถจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในขณะที่โหมด All-Out Warfare จะมีขนาดที่ใหญ่ ในโหมด Hazard Zone จะเน้นการใช้กลยุทธ์และแมพแคบกว่า และด้วยองค์ประกอบทุกอย่าง มันทำได้อย่างสวยงาม

ข้อเสียของโหมด Hazard Zone คือ ชัยชนะที่คลอดชัยชนะมาอีกที ยิ่งได้เครดิตมากเท่าไหร่ วิธีการเล่น สิ่งของที่ใช้ก็จะยิ่งดีขึ้น เพราะคุณสามารถเอาเครดิตเหล่านี้มาอัพเกรดการเล่นให้มันมันส์ขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็น การ uplink เพื่อชุบเพื่อนร่วมทีม ฟิ้นฟูเลือดตัวเองแบบเร็วขึ้น หรือซื้อาวุธ แต่ปัญหาก็คือ มันอยู่กับเราแค่ตาเดียวเท่านั้น เช่น ปืนไรเฟิลจู่โจม ปืนพกและระเบิดมือ ซึ่งค่อนข้างต่างกับเกมสไตล์ Battle Royale บ้าง ยิ่งชนะยิ่งได้เปรียบ แต่ถ้าเงินไม่พอก็เสียเปรียบเหมือนกัน

ในตอนสุดท้าย Portal จะเข้ามาซัพพอร์ตการแข่งขันแบบ multiplayer ของเกม Battlefield 2042 ด้วยความหลากหลาย โหมดนี้อนุญาตให้ผู้เล่นสามารถสร้างแมตช์การแข่งของตนเองได้ และยังสามารถแบ่งให้คนบนชุมชนเล่นได้ด้วย ดังนั้น Portal จะช่วยทำให้อะไรง่ายขึ้น อาจจะมีการสร้างกฏของตัวเองขึ้นมา สตูดิโอ DICE เองก็ยังแสดงให้ผู้เล่นเห็นว่าพวกเขาก็สามารถสร้างอะไรใหม่ๆได้เช่นกัน โดยเฉพาะแมตช์เครื่องยิงจรวด ที่ต้องบรรจุอาวุธใหม่ตลอด ทำให้มันมีความวุ่นวายจากการปะทะตลอดเวลา

Portal ยังเปิดตัวเลือกต่างๆให้คุณได้ลองจับโน่นผสมนี่ด้วยองค์ประกอบของเกมหลายๆภาค ทั้ง Battlefield 1942, Bad Company 2, Battlefield 3 และ Battlefield 2042 เข้าด้วยกัน เกมทั้งหมดจะได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในลักษณะโทนเดียวกับ เกมภาค 2042 การที่อนุญาตให้ผู้เล่นได้ลองอะไรใหม่ๆเช่น อาวุธ ยานพาหนะ อุปกรณ์และคลาสต่างๆ สร้างกระแสที่ดีให้กับ community มากไม่ใช่น้อย ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้ตอนเปิดตัว ภาค 2042 แล้ว จึงไม่ได้รู้สึกว่ามันด้อยไปกว่าภาค All-Out Warfare และ Hazard Zone เท่าไหร่นัก


แหล่งที่มา
gamespot.com

บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Steam Wallet THB

99999+ ขายแล้ว
12 ฿ - 3,000 ฿
คีย์เกม / ไอเทมในเกม

คีย์เกม Steam ราคาถูก

99999+ ขายแล้ว
Steam Key (Code)
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

บัตรเติมเงิน PSN Thai (Z3) PlayStation Plus

30000+ ขายแล้ว
500 ฿ - 2,500 ฿
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

บัตรเติมเงิน PSN US (Z1) PlayStation Plus

5685 ขายแล้ว
$10 - $100
แชท