รีวิวเกม A Plague Tale: Requiem ในเกมภาคต่อนี้ยังมีการเพิ่มองค์ประกอบเพื่อให้เกิดความรู้สึกต่อเนื่องกับภาคแรก เช่นการกลับมาของตัวละครคู่พี่น้องอย่าง Amicia กับ Hugo และคุณแม่ที่เป็นสุดยอดนักเล่นแร่แปรธาตุ รวมไปถึงคู่หูคนสนิทอย่าง Lucas ซึ่งผู้เล่นจะได้ติดตามตัวละครเหล่านี้ในการไขความลับและความเป็นมาของเชื้อต้องสาป Macula ประจำตระกูล De Rune โดย Hugo ได้ฝันเห็นว่ามียารักษาโรคระบาดร้ายนี้ถูกซุกซ่อนอยู่ ณ เกาะแห่งหนึ่งในบริเวณเขตร้อน แต่มีเพียงแค่พี่สาวของ Hugo เท่านั้นที่เชื่อในสิ่งที่เขาเล่า จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจออกผจญภัยเพื่อค้นหายารักษาที่ยังไม่แน่ชัดว่ามีอยู่จริงหรือไม่
รีวิวเกม A Plague Tale: Requiem เนื้อเรื่องของ A Plague Tale: Requiem มีลักษณะเป็นภาพยนตร์ม้วนยาวที่กินเวลาถึง 20 ชั่วโมง โดยมีการตัดสลับไปมาระหว่างการเล่นเกมกับฉากประกอบและบทสนทนาที่วางจังหวะได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าเป็นเกมที่ให้น้ำหนักกับรายละเอียดของเรื่องราวซึ่งมีความสำคัญในการดำเนินเรื่องมากกว่าการเล่นของผู้เล่น A Plague Tale: Requiem มีงานออกแบบที่ประณีต เปี่ยมไปด้วยความเอาใจใส่ในทุกการกระทำของตัวละคร และแสดงให้เห็นถึงความบรรจงในการรังสรรค์ทุกฉากของเกม
A Plague Tale: Requiem ตอกย้ำให้เห็นถึงความถนัดของผู้ผลิตเกมสัญชาติฝรั่งเศส Asobo Studio ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ถูกจริตกับผู้เล่นซึ่งชื่นชอบเกมแนวนี้ และเป็นการแสดงถึงพัฒนาการที่ก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ประกอบกับตัวละครใหม่ ๆ ที่ทั้งเข้ามาสร้างสีสันและเก็บงำความลับที่รอการเฉลย A Plague Tale: Requiem คือเกมผจญภัยอันยิ่งใหญ่ที่สาวกของเกมภาคแรกจะต้องหลงรัก
รีวิวเกม A Plague Tale: Requiem แม้จะมีหลายอย่างที่ A Plague Tale: Requiem ทำออกมาได้ดีเยี่ยม แต่ก็มาตกม้าตายในเรื่องประสิทธิภาพของการเล่นเกม ปัญหาใหญ่คือเรื่องเฟรมเรทที่กระตุกและร่วงหนักเมื่อเจอฉากแอ็คชั่นใหญ่ ๆ และไม่สามารถรักษาอัตราเฟรมเรทได้ตามที่เกมโฆษณาไว้ ประกอบกับการที่ A Plague Tale: Requiem ไม่มีตัวเลือกให้ตั้งค่าเกี่ยวกับกราฟฟิกของเกม จึงทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องเฟรมเรทกระตุกได้เลย แม้ว่าจะมีการออกแพตช์มาเพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว และทำให้เฟรมเรทโดยรวมของเกมทรงตัวอยู่ที่ระดับ 30 เฟรมต่อวินาที แต่ก็ยังหาความนิ่งไม่เจอเพราะดูจะมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ A Plague Tale: Requiem ก็ยังเป็นเกมที่สามารถเล่นได้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ค้างกลางอากาศ และในฉากที่เป็นการเล่าเนื้อเรื่องด้วยความเร็วภาพที่ช้าลงก็มีความน่าตื่นตาไม่ต่างจากภาพยนตร์ แต่คอเกมที่คุ้นชินกับฉากแอ็คชั่นในระดับ 60 เฟรมต่อวินาทีจากเกมอื่น ๆ คงจะรู้สึกขัดตาและขัดใจอยู่ไม่น้อย
บทสรุป A Plague Tale: Requiem ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมแนวเน้นเนื้อเรื่องที่ดีที่สุดบนคอนโซลของเครื่อง PS5 ในขณะนี้ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดทางเทคนิคเข้ามารบกวนความสนุกอยู่บ้าง แต่ก็ชดเชยด้วยระบบการพรางตัวและการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นเกมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นอย่างดีและมีความสุดยอดในแทบทุกมิติ ถ้าหากเกมภาคแรกอย่าง A Plague Tale: Innocence เป็นผลงานที่แสดงฝีไม้ลายมือของ Asobo Studio ให้วงการเกมได้ประจักษ์แล้ว ภาคต่ออย่าง A Plague Tale: Requiem ก็คือการตอกย้ำถึงศักยภาพที่แท้จริงของสตูดิโอผู้สร้างเกมจากแดนน้ำหอมแห่งนี้