Admin 2020-12-28
รีวิว Project Cars 3
  • แพลตฟอร์ม : PS4, PC, XONE
  • คะแนน : 7/10 (Good)

Project Cars 3
เป็นภาคต่อที่ขยายนิยามข้อจำกัดของภาคก่อนได้อย่างดี เพราะมันไม่ได้มีความเหมือนกับภาคก่อนหน้า ที่เป็นเกมแนวแข่งรถแบบเฉพาะที่มีความยากและสมจริง กลายเป็นเล่นได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงผู้เล่นทุกระดับ ถ้าหากใครเคยเล่นเกมแข่งรถซีรีส์ Forza มาก่อนก็จะคุ้นเคยอย่างดี นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ระบบการขับรถแต่ละคันก็ยังสนุกไปกับการแข่งรถได้ และภาคนี้ก็พยายามรวบรวมข้อดีหลายๆ อย่างจากเกมอื่นมาไว้ด้วยกัน


สิ่งหลักๆ ที่ถูกเปลี่ยนไปใน Project Cars 3 คือระบบการควบคุม ถ้าค่าสถานะรถมีค่าแรงกดอากาศ หรือที่เรียก Downforce แล้วเราเรียนรู้ว่าควรที่จะบังคับหักเลี้ยวหนักเบาแบบไหน จะทำให้การควบคุมความเร็วในขณะเข้าโค้งไม่ตกลง และถ้ายิ่งเราทำได้ดีเท่าไหร่ หมายความว่าจะทำเวลาได้ดีขึ้นเท่านั้น ซึ่งรถแต่ละคันมีค่านี้ไม่เหมือนกัน ทำให้เกมเพลย์มันน่าตื่นเต้นและเร้าใจมากยิ่งขึ้น

รีวิว Project Cars 3

ในภาคนี้ก็ได้รองรับผู้เล่นทั้งหน้าใหม่และมือเก๋า โดยมีระบบช่วยเหลือ ทั้งการปรับระดับความยากง่าย และปรับการช่วยเหลือยิบย่อยเช่น ปรับความสเถียรของการควบคุม การควบคุมแรงดึงรถ แม้กระทั่งปรับ ABS Brake ซึ่งเราสามารถปรับมันได้อย่างอิสระ จะปรับให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการความท้าทายของตัวผู้เล่นเอง ซึ่งการมีตัวเลือกปรับระดับความยากที่ละเอียดนี้ ทำให้มันเหมาะกับผู้เล่นทุกแบบทุกแนวมากกว่าภาคก่อนๆ และยังมีระบบรอยล้อ ที่ในการเข้าโค้งแต่ละโค้งก็จะมีรอยล้อให้เห็นว่าโค้งที่แล้วคุณเข้าโค้งแบบไหน เพื่อช่วยในการเข้าโค้งครั้งต่อไปของคุณ สิ่งนี้ทำให้ผู้เล่นได้ท้าทาย และหามุมที่เหมาะสมในการเข้าโค้งแต่ละโค้งเพื่อหามุมที่ดีที่สุดและได้เป็นเจ้าแห่งสนามนั้นๆ


ระบบ AI นั้นสามารถปรับแต่งได้โดยแยกจากระบบปรับแต่งช่วยเหลือที่เกริ่นไปก่อนหน้า เราสามารถปรับให้ AI เก่งขึ้น แต่เรายังสามารถปรับความง่ายในการควบคุมของเราให้ง่ายได้โดยไม่กระทบกับความสามารถของ AI ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีในช่วงแรก แต่ AI ก็ไม่สามารถทำให้เรารู้สึกท้าทายได้เท่าที่ควรเมืองเล่นไปถึงช่วงกลางและช่วงท้าย โดยเฉพาะในโหมดอีเว้นท์ Cross-Country Road Sprint ที่ช่วงแรก AI ก็สามารถแข่งกับเราได้อย่างสูสี แต่ถ้าได้ทิ้งห่างแล้วล่ะก็แทบไม่เห็นฝุ่นเลย

รีวิว Project Cars 3

ทุกๆ สิ่งที่เราทำในการแข่งขัน ก็จะให้รางวัลเป็นค่า XP เช่น การแซงคู่ต่อสู้ การเข้าโค้ง หรือเข้าไปเบียดลดแรงลมปะทะจากรถศัตรู ระบบ HUD บนหน้าจอบางทีมันก็ดูค่อนข้างยุ่งเหยิงและบอกข้อมูลหลายๆ อย่างมากเกินไปในขณะเดียวกันคุณก็ต้องโฟกัสกับการแข่งข้างหน้าด้วย มีระบบปุ่มลัด Shortcut บน D-Pad เพื่อสามารถเลือกเปิดปิดฟังชั่นบางอย่างได้ แต่บางทีมันก็มีเอฟเฟคแสงกระพริบเมื่อเราแข่งอยู่แล้วกดไป ก็ค่อนข้างทำให้เสียสมาธิ รวมไปถึงระบบ Race Engineer ที่เราสามารถเลือกได้ จะคอยพูดให้คำแนะนำคุณในการแข่งขัน แทนที่มันจะเป็นตัวช่วยที่ดีกลับกลายเป็นว่าบางทีมันก็ดูน่ารำคาญ


เงื่อนไขในการผ่านโหมดแคมเปญของ Project Cars 3 ไม่ต้องแข่งชนะ เพียงแต่คุณต้องทำChallenges ให้ครบทั้ง 3 อย่างในแต่ละอีเว้นท์ให้ได้ ซึ่งบางอย่างก็ง่าย แต่บางอย่างก็โหดหินเอาเรื่องเลย เริ่มจากการเข้าโค้งแบบ Perfect หรือทำเวลาให้ดีที่สุดในแต่ละรอบการแข่ง บางชาเล้นท์ก็ต้องให้คุณขนรถจี้ตูดคู่ต่อสู้เป็นระยะเวลาหนึ่งถึงจะดีดตัวออกไป จะเห็นได้ว่าความยากง่ายมันมีหลากหลายระดับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยากจนผ่านไม่ได้เลย แต่การเอาเงื่อนไขการชนะแบบเข้าเส้นชัยคนแรกออกมันก็ทำให้รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างในเกมประเภทแข่งรถเหมือนกัน

รีวิว Project Cars 3

โหมดแคมเปญจะมีทั้งหมด 10 ซีรีส์ ซึ่งแต่ละอันก็มีเงื่อนไขในการผ่านแตกต่างกัน ซึ่งจะเริ่มจากรถคลาสสิคธรรมดาๆ ค่อยๆ ไต่ระดับไปถึงการแข่งรถระดับ Exotic Car ซึ่งเราจะต้องซื้อรถด้วยในการผ่านแต่ละระดับ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเราจะได้รับเงินในการซื้อรถมามากพออยู่แล้วในการแข่งแต่ละครั้ง แต่ความสนุกของมันอยู่ที่การได้เรียนรู้การควบคุมรถใหม่ๆ แม้จะเป็นด่านเดิม แต่การควบคุมไม่เหมือนเดิม แต่ความยากง่ายของเงื่อนไขแคมเปญ บางทีก็ทำให้เราติดอยู่กับซีรีส์บางอันนานเกินไป ทำให้เราต้องเล่นแบบเดิมๆ หลายรอบกจนกว่าจะผ่าน นั่นทำให้เราได้รู้สึกถึงพัฒนาการของตัวผู้เล่นเองไปพร้อมๆ กับตัวเกม

รีวิว Project Cars 3

ระบบ Showroom การปรับแต่งรถของ Project Cars 3 นั้นเราสามารถปรับแต่งค่าสถานะของตัวรถได้อย่างอิสระ แต่มันก็จะมีข้อจำกัดของมันตามแต่ละ Tier ของรถ ซึ่งเราสามารถแต่งรถคลาส E ให้เป็นรถ Supercars ที่จะพาเราไปแข่งได้หลากหลายสนาม แล้วเราสามารถตกแต่งความสวยงามของรถในส่วนอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่นการเลือกแบนรด์ของยางรถ ติดสติ๊กเกอร์สปอนเซอร์ แม้ว่าการปรับแต่งรถมันจะไม่ได้อิสระไปมากกว่าเกมอื่ นแต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้รถสุดที่รักของเราโดดเด่นกว่าใครในสนาม


แต่การปรับแต่งรถนั่นก็หมายความว่าเราต้องจัดการกับหน้าเมนู UI ปรับแต่งที่ดูยุ่งเหยิงของเกม ซึ่งหลังจากที่เราแข่งอีเว้นท์ๆ หนึ่งเสร็จ ตัวเกมจะเด้งกลับไปหน้าการแข่ง และบางทีมันจะเด้งให้เรากลับมาที่หน้าเมนูหลักโดยต้องผ่านหน้า Loading ถึงสองรอบ ในการปรับแต่งรถบางส่วน บางทีพื้นผิวตรงที่เราแต่งมามันไม่ปรากฏขึ้นขณะแข่ง บางทีตัวรถตรงที่แต่งพื้นผิวก็ไม่สะท้อนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในเกม แม้จะรีเกมก็ไม่หาย

รีวิว Project Cars 3

Project Cars 3
เป็นเกมที่ทำรถแต่ละรุ่นออกมาได้สมจริงตามรายละเอียด แต่เวลาที่รถมีการกระทบกระทั่งขึ้นมา ความเสียหายที่เกิดขึ้นมันจะดูไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ และระบบสภาพอากาศแบบไดนามิคก็เป็นปัญหา บางทีฉากก็มืดและเมฆหนาแถมยังฝนตก ทำให้ตัวผู้เล่นเองมองยาก บางทีสภาพอากาศแจ่มใสมันก็สว่างจนเห็นความไม่ละเอียดของการออกแบบสนามการแข่ง


Project Cars 3 แม้จะไม่ได้เป็นภาคต่อที่ผู้เล่นหน้าเก่าคาดหวัง แต่การเปลี่ยนรูปแบบให้เข้าถึงง่ายขึ้นถือว่าเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ แต่มันก็ไม่ได้ตัดความดั้งเดิมของเกมออกไปจนหมด ตัวเกมยังมีตัวเลือกการตั้งค่าในการเล่นให้เหมาะกับผู้เล่นทุกรูปแบบ ทั้งผู้ที่ต้องการความง่ายหรือความท้าทาย แต่ UI บางอย่างก็ควรปรับปรุง ระบบ AI ที่บางทีก็ไม่ท้าทายเท่าที่ควร แต่ถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาเกมแข่งรถดีๆ เกมนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย

รีวิว Project Cars 3

แหล่งที่มา
gamespot.com

บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Steam Wallet THB

99999+ ขายแล้ว
12 ฿ - 3,000 ฿
คีย์เกม / ไอเทมในเกม

คีย์เกม Steam ราคาถูก

99999+ ขายแล้ว
Steam Key (Code)
คีย์เกม / ไอเทมในเกม

คีย์เกม EA App ราคาถูก

1527 ขายแล้ว
EA Key (Code)
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

บัตรเติมเงิน PSN Thai (Z3) PlayStation Plus

30000+ ขายแล้ว
500 ฿ - 2,500 ฿
แชท