- แพลตฟอร์ม : PC
- คะแนน : 8/10 (Great)
ในการรีวิวนี้ เราจะไม่เทียบกันไม่ได้เลยระหว่างเกม Mortal Shell และเกมซีรีส์ Dark Souls, Bloodborne, Sekiro เนื่อจากผู้พัฒนาเกมนี้ได้ใส่กลิ่นอายหลายๆ อย่างจากเกมดังกล่าวค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเหมือนหมดเลยเสียทีเดียว เพราะว่าไอเดีย และระบบการต่อสู้ใน Mortal Shell จะเป็นแบบการสู้ไปคิดไป เหมือนกับเกมแนว Souls ที่สเกลเล็กลงมา และไม่ต้องจมอยู่กับฉากที่ยากนานๆ ซึ่งมันทำให้ผู้เล่นที่ไม่สายที่ชอบเกมยากก็อาจจะหยิบมันขึ้นมาเล่นได้
เราจะได้รับบทเป็น The Foundling คนไร้หน้า ไร้เสียง ซึ่งมันดูเหมือนจะเป็นวิญญาณกว่าจะเป็นมนุษย์ ผู้ที่ได้รับภารกิจจากยานแม่เพื่อเข้าไปสำรวจดวงดาวที่ดูเน่าเปื่อยและผุพังที่ชื่อว่า Fallgrim ซึ่งที่นั่นเราก็จะได้พบกับตัวละครต่างๆ อีกหลายตัวที่ดูหลอนๆ ค่อนไปทางน่ากลัว ที่จะค่อยๆ อธิบายเกี่ยวกับความเสื่อมโทรมของโลกใบนี้ทีละเล็กละน้อยว่ามันเกิดจากอะไร ทำไมถึงมีศาสนามาเกี่ยวข้อง และทุกๆ คน ที่เราเห็นก็มุ่งหมายจะเข้ามาฆ่าตัวเอกอย่างเรา ถ้าหากเราถูกโจมตีเพียงครั้งเดียวตัวเราก็จะถูกทำลายทันที

เพื่อที่จะอยู่รอดในโลกแห่งนี้ได้ เราต้องการร่างกายที่ดีกว่าร่างที่ดูเหมือนวิญญาณของเรา นี่คือที่มาของเกม Mortal Shell เราสามารถเลือกสวมใส่เปลือก ในเกมเรียกว่า Shell หรือซากศพของนักรบต่างๆ ที่เราเจอผ่านการผจญภัยและทำให้เตัวเราเก่งขึ้น ในเกมจะมีให้เลือกเล่น 4 Shell ซึ่งการเล่นจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละ Shell ทำให้เราสามารถสร้างตัวละครของเราให้หลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของเราได้ สามารถสลับเปลี่ยนระหว่าง Shell ได้ตลอด และตัวเกมยังมีระบบ Perks ที่สามารถปลดล็อคได้โดยใช้ค่าเงินในเกมที่เราฆ่าศัตรูได้ ซึ่งมันก็เหมือนกับเกมซีรีส์ Souls ที่เมื่อเราตาย เงินทั้งหมดก็จะหล่น ถ้าเราตายระหว่างทางกลับไปเก็บก็จะหายไปหมด รูปแบบของ Shell ทั้ง 4 นั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน เราต้องเรียนรู้ว่าใช้แบบไหน เหมาะกับการเล่นอย่างไร หรือแค่เลือกใช้ Shell ที่ชอบก็ได้ ส่วนนี้ทำให้เกมมีความเป็น RPG สร้างตัวละครให้เหมาะตามสายต่างๆ
ระบบต่อสู้ของ Mortal Shell นั้นคล้ายคลึงกับ Dark Souls โดยจะมีการโจมตีหนัก เบา เมื่อโจมตีหนัก ทำดาเมจได้แรงกว่า แต่ก็ตีได้ช้า ตีเบาก็ตีได้เร็วกว่าแต่ดาเมจเบากว่า แต่สามารถเลือกที่จะหลบได้ง่ายกว่าโจมตีหนัก ซึ่งเราต้องบริหารค่า Stamina ของเราในการออกแอคชั่นต่างๆ การฟัน การกลิ้งหลบ มันไม่ใช่เกมที่เราต้องกดโจมตีหรือกลิ้งหลบอย่างบ้าคลั่งขนาดนั้น
นอกจากนี้ตัวเกมก็ยังมีระบบ Parry หรือปัดป้องแล้วสวนกลับการโจมตีของศัตรูได้ ซึ่งมันคล้ายกันกลับเกม Bloodborne เมื่อเราสามารถแพรี่ได้ถูกจังหวะ การโจมตีสวนกลับก็จะทำให้เราฟื้นคืนพลังชีวิตมาส่วนหนึ่ง ถือว่าเป็นตัวเลือกในการฟื้นพลังของเราในขณะต่อสู้อีกทางเลือกหนึ่ง หรืออีกทางก็คือใช้ไอเทมฟื้นพลังที่เราพบตามฉากต่างๆ ภายในเกม แต่การแพรี่ก็มีข้อจำกัด เพราะต้องใช้หลอดพลังที่เรียกว่า Resolve ถึงจะแพรี่ปัดป้องการโจมตีศัตรูแล้วสวนกลับได้ การทำให้หลอดนี้เต็มทำได้โดยการโจมตีศัตรูเพื่อเพิ่มหลอดนี้ ระบบหลอด Resolve มันเลยผลักดันให้ผู้เล่น เล่นแบบเน้นเข้าโจมตีเพื่อที่จะป้องกันได้ และทำให้เราอยู่รอดจนจัดการศัตรูได้หมด หรือที่เรียกว่า การป้องกันที่ดีที่สุดคือการโจมตี

สิ่งที่ทำให้ Mortal Shell แตกต่างจากเกมอื่นก็คือระบบที่เรียกว่า Harden หรือการแข็งตัว เมื่อเรากดแข็งตัว ตัวของเราจะกลายเป็นหินชั่วขณะ ทำให้เราสามารถรับการโจมตีได้ก่อนที่การแข็งตัวเป็นหินจะแตกไป การรับการโจมตีด้วยการแข็งตัวทำให้การโจมตีนั้นเด้งกลับไปหาโจมตี เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ทำการโจมตีสวนกลับ แถมท่า Harden มีคูลดาวน์ที่น้อย ทำให้เป็นท่าที่ใช้หากิน ขึนอยู่กับการเลือกใช้มันในการต่อสู้ ซึ่งมันสามารถกดใช้ได้ทุกจังหวะ เช่นการโจมตีของเรากำลังจะถึงตัวศัตรู แต่ศัตรูโจมตีสวนมา เราสามารถกดแข็งตัวเพื่อป้องกันดาเมจแล้วยังคงโจมตีด้วยท่าเดิมได้จนจบ
ความสามารถในการแข็งตัวทำให้รูปแบบการต่อสู้ของเกมน่าสนใจมากขึ้น เพราะมันสามารถทำให้ผู้เล่นเปลี่ยนตัวเองเป็นหิน เพื่อล่อการโจมตีของศัตรูมาใส่ตัวเองเพื่อเปิดช่องว่างให้สวนกลับ และบ่อยครั้งเราจะได้ใช้มันสู้กับศัตรูระดับบอส การกดแข็งตัวให้ถูกจังหวะอาจจะชี้เป็นชี้ตายระหว่างเรากับบอสได้ แถมการแข็งตัวนี้มันสามารถทำให้การโจมตีของเราทรงพลังและไม่สามารถบล็อคได้ถ้าหากรู้จักใช้

ในการต่อสู้ของ Mortal Shell ด้วยระบบ Harden หรือแข็งตัว ทำให้การต่อสู้มันค่อนข้างที่จะต้องคำนวณและใช้หัวคิด เพราะว่าคุณจะใช้แข็งตัวกับสัตรูทุกตัวไม่ได้ หรือคุณจะเอาแต่กลิ้งหลบอย่างเดียวก็ไม่ได้ แต่เกมนี้ก็ยังมีความโหดหินน้อยกว่าต้นฉบับอย่างเกมซีรีส์ Souls แต่มันก็ยังคงนำเสนอให้กับผู้เล่น ได้เรียนรู้การออกท่าทางการโจมตีของศัตรู รู้จักจังหวะการปัดป้อง เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวละครไปตามสายต่างๆ ที่เราต้องการ ให้เข้ากับสไตล์การเล่นของเรา ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่เน้นความสมดุลในการโจมตีและป้องกับ เน้นในการกลิ้งหลบ หรือเน้นในการกดแข็งตัวเพื่อปัดป้องการโจมตี สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ในการผ่านบอสเป็นชั่วโมง
ข้อดีของเกมบางทีมันก็กลายเป็นข้อเสีย เมื่อระบบ Harden ที่ทำให้เราแข็งตัวได้มันทำให้เกมง่ายเกินไป ในการสู้กับบอสบางทีถ้าเราใจเย็น ค่อยๆดูจังหวะการโจมตีแล้วแข็งเป็นหิน บอสก็ทำอะไรคุณไม่ได้เลย เราสามารถค่อยๆ ฆ่าบอสได้อย่างง่ายดาย แต่การผสมผสานเทคนิคต่างๆ ที่ตัวเกมนำเสนอ ทั้งการแพรี่ การแข็งตัว กลิ้งหลบเมื่อเจอศัตรูหลายๆ แบบก็ดูท้าทาย แต่ถ้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่งมากๆ กลับกลายเป็นว่าเราไม่รู้สึกถึงความอันตรายของศัตรูเลย แค่แข็งเป็นหินก็จบแล้ว
การผ่านในแต่ละฉากไปเรื่อยๆ เราก็จะปลดล็อค Shell และอาวุธแบบใหม่ๆ ซึ่งมันจะทำให้ดาเมจของเราเพิ่มขึ้น เราสามารถเลือกใช้ลูกตุ้มไฟหรือดาบ Matyr สุดโหดเพื่อลุยผ่านฉาก แต่จะใช้แค่ดาบเล่มแรกที่ติดมากับตัวตอนเริ่มเกมที่เราควบคุมมันได้ถนัดก็ไม่ว่ากัน
สิ่งที่ Mortal Shell นำเสนอนอกจากระบบการต่อสู้ มันจะไปโฟกัสที่การสำรวจ ซึ่งมันทำให้เราได้ใช้เวลาในการสำรวจโลก Fallgrim ที่มีสถานที่ และเรื่องราวแตกต่างกัน มีทั้งวิหารขนาดใหญ่ที่ภายในจะเป็นดันเจี้ยนคล้ายๆ กับเกม Zelda ซึ่งแต่ละวิหารจะมีบอสเฝ้า Sacred Glands อยู่ซึ่งผู้เล่นต้องไปปราบบอสเพื่อนำเอามันมาให้ได้ ในแต่ละวิหารก็มีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันไป ทั้งถ้ำน้ำแข็ง ห้องใต้ดินที่มีแต่ไฟลุก หอคอยทมิฬ โดยในแต่ละสถานที่ก็จะให้ความรู้สึกในการสำรวจแตกต่างกัน ถ้าหากเราเจอจุดบางจุดที่เข้าไปสำรวจได้ บางทีอาจจะได้รางวัลเป็นของสำหรับอัพเกรดอาวุธ เพราะฉะนั้นก็ต้องสำรวจให้ทั่ว

ไม่เฉาพะเราต้องสำรวจสถานที่ แต่ต้องสำรวจสิ่งอื่นๆ ในเกมด้วยผ่านระบบที่เรียกว่า Familiarity นั่นก็คือ ไอเทมในเกม ที่เราจะไม่มีทางรู้คุณสมบัติของมันเลยถ้าหากไม่ได้ลองใช้มันก่อน มันเลยเป็นความท้าทายว่าไอเทมที่เราเจอมันมีความสามารถอย่างไร จะใช้ในเวลาไหนได้บ้าง ซึ่งเราจะค่อยๆ ใช้มันเพื่อเพิ่มความคุ้นเคยให้กับตัวละครของเรา แม้กระทั่งการเล่นเครื่องดนตรีอย่าง Lute ก็สามารถเล่นได้ในเกมนี้ ถ้าหากค่าความคุ้นเคยมากพอ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร แค่เพิ่มสีสันให้ตัวเกมเฉยๆ
ระบบ Familiarity จะช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้เล่นได้อย่างดี เช่นถ้าเรากินเห็ดพิษครั้งแรกๆ เราจะตายเลย แต่ถ้ากินบ่อยๆ เข้า จะทำให้ร่างกายของตัวละครเรามีค่าต้านทานสถานะพิษที่มากขึ้น และเรายังสามารถเข้าใจเรื่องราวในโลกของ Mortal Shell ได้มากขึ้นผ่านคำอธิบายต่างๆ ในไอเทมได้อีกด้วย
ยิ่งเราสำรวจ เราก็จะรับรู้เรื่องราวของเกมได้มากขึ้นโดยเฉพาะการได้รับ Shell ใหม่ เราจะถูกดึงเข้าไปใน Glimpses ซึ่งเป็นเหมือนประสบการณ์ที่ผ่านมาของเปลือกที่เราสวมใส่ ซึ่งมันจะเชื่อมไปยังตัวละครต่างๆ และเรื่องราวต่างๆ ของโลก Fallgrim ภายในเกมด้วย ซึ่งเรื่องราวของเกมเราก็ต้องปะติดปะต่อเอาระหว่างคำพูดของ NPC คำอธิบายไอเทม หรือประสบการณ์ของ Shell ที่เราเจอ
**ในการเล่น Mortal Shell ตอนเปิดโลกสำรวจพื้นที่ต่างๆใน Fallgrim นั้น พื้นที่บึงทางที่เชื่อมต่อดันเจี้ยนมันดูเหมือนกันไปหมดจนทำให้หลงทางอยู่บ่อยครั้ง แทบจะไม่มีอะไรให้สังเกตุเพื่อนำทางได้เลย บ่อยครั้งกลายเป็นว่าเราเดินกลับทางเดิมซะอย่างนั้น **
การวางศัตรูตามฉากในเกมบางทีก็วางในแบบที่เรารู้สึกว่าไม่แฟร์ ดูเหมือนว่าทางผู้พัฒนาจะชอบซุ่มโ๗มตีผู้เล่นโดยวางศัตรูไว้หลบมุมตามจุดต่างๆ หลายจุดซึ่งเราไม่ทันได้ตั้งตัวจนกว่ามันจะพุ่งโจมตีเข้าหาเรา ซึ่งมันทำให้เราถูกรุมในพื้นที่แคบๆ ได้ง่าย ทำให้เราต้องกลับมายังพื้นที่ใหญ่ๆ เพื่อเคลียร์ศัตรูก่อนจะไปต่อ บางทีจุดเซฟก็อยู่ไกลทำให้การผ่านจากจุดเซฟหนึ่งไปยังอีกจุดค่อนข้างยาก แต่ก็ท้าทาย ซึ่งระหว่างทางเราก็อาจจะเจอไอเทมฟื้นพลังแบบพิเศษตามทางก็ได้ เหมือนกับได้พักหายใจช่วงหนึ่งก่อนจะลุยต่อจนถึงเช็คพอยน์ต่อไป
ถึงอย่างนั้น Mortal Shell ก็ถือได้ว่าเป็นเกมที่แตกตัวออกมาจากเกมแนว Souls ทั้งระบบการต่อสู้ การสำรวจโลกที่ลึกลับ แม้จะมีความคล้าย แต่ก็ถูกปรับจนมีความเฉพาะของตัวเอง และเข้าถึงได้ง่ายกว่าด้วยความยากง่ายของตัวเกมที่เหมาะกับผู้เล่นที่ไม่เคยสัมผัสเกมแนวนี้มาอยากจะลองสัมผัส ทั้งในเกมยังมีการนำเสนอที่แปลกประหลาด งานศิลป์ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี เกมนี้จึงเป็นเกมที่ท้าทายที่จะนำพาคุณไปสู่โลกที่แปลกประหลาดเพื่อฟาดฟันศัตรูได้อย่างน่าประทับใจ