- แพลตฟอร์ม : NS
- คะแนน : 6/10 (Not Bed)
Dusk Diver คือเกมแนว Musou รูปแบบ Hack & Slash ซึ่งเราจะได้รับบทเป็น Yuma นักเรียนมัธยมที่ไม่ค่อยรู้ประสีประสา ที่ถูกโยนเข้าไปสู่ใจกลางแห่งการต่อสู้ระหว่างมิติ Gods of Kunlun โดยนำ Ximending ของประเทศ Taipei และพื้นที่อื่นๆ ของโลก มาใช้เป็นฉากหลังได้อย่างดี ตัวเกมมีระบบการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ สนุก ยืดหยุ่น และมีความท้าทายอยู่บ้าง โดยภาพรวมแล้ว Dusk Diver เป็นเหมือนเกมที่หยิบเอา Persona, Yakuza และ Dynasty Warriors มาผสมรวมกัน เพียงแต่ว่าถ้าเทียบกันดู ความสมจริงของฉากเมือง Ximending แม้จะยอดเยี่ยม แต่ก็ยังเทียบกับเมือง Kamurocho ของเกม Yakuza ไม่ได้ เพราะเมืองค่อนข้างจะว่างเปล่า เราจะสนุกอยู่กับการวิ่งไปรอบๆ และไม่มีอะไรทำ นอกไปฉากภารกิจย่อยๆ ทั่วไป อย่างการซื้ออาหาร จากร้านที่มีอยู๋จริงๆ ในโลก และตามเก็บหาของสะสมที่อยู่ในตัวเมืองเท่านั้น

การสร้างความสัมพันธ์สไตล์ Persona ระหว่างตัวละครก็ง่ายๆ เช่นกัน มันไม่มีมิตรภาพที่ลึกซึ่้ง และมีความหมายอะไรให้เราสนใจในเกมเกมนี้ องค์ประกอบความเป็น RPG ของตัวเกม ค่อนข้างเบา โดยโหมดแคมเปญ หรือโหมดเนื้อเรื่อง เราสามารถเล่นให้จบได้ โดยใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น เอาจริงๆ ฉากทั้งหมดในตัวเกม เหมือนถูกออกแบบให้เราใช้ในการต่อสู้หลักของตัวเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันไม่มีอะไรมากไปกว่าการขัดขวางเทพเจ้า ที่อยู่ดีๆ ก็คิดแผนจะเอา Youshanding และ Ximending มาผสานรวมกัน

ตัวเกมในช่วง 60 นาทีแรกเรียกได้ว่าน่าเบื่อที่สุด เริ่มจากเราวิ่งค้นหาของบางอย่าง และเปิดด้วยการพูดคุยและทำความรู้จักกับตัวละครอื่นๆ มากมายที่น่าเบื่อ พร้อมปะทะกับเหล่าศัตรูที่ง่ายแสนง่าย อย่างไรก็ดี ถ้าเราสามารถผ่านช่วง 60 นาทีแรกไปได้ เราจะเริ่มได้รู้จักกับหลายๆ ตัวละครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ แล้วเราจะพบว่าตัวเกมสามารถพลิกโฉมตัวเองได้ พร้อมสร้างฉากต่อสู้อันยอดเยี่ยมออกมาได้อย่างน่าสนใจ ยิ่งเรื่องราวดำเนินต่อไปเรื่อยๆ Yuma ก็จะเริ่มปลดล็อคความสามารถในการใช้พลังของเหล่าเพื่อนๆ ใน Kunlunian ได้ โดยเราจำเป็นต้องเก็บเกจ SP ให้เต็มเสียก่อน ทั้งนี้ตัวเกมยังใช้การสร้างคอมโบง่ายๆ อย่างการโจมตีเบา และโจมตีหนักเข้ากันออกมาได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย เราสามารถใช้ D-pad เพื่อเลือก 1 ใน 3 ผู้พิทักษ์ จากนั้นกด B เพื่อใช้การโจมตีสนับสนุน หรือกด L เพื่อเลือกให้ผู้พิทักษ์ของเรานั้นเคลื่อนไหว โดยการเลือกทำอะไรแต่ละอย่างนี้ จำเป็นต้องใช้เกจ SP ไปทั้งหมด 1 เกจ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้เกจ SP ทั้งหมด โดยการกดปุ่ม R ค้างเอาไว้ เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของตัวผู้พิทักษ์ที่เราเลือก สำหรับเพื่อทุบเกาะป้องกันของศัตรู หรือให้ Yuma เข้าไปสร้างความเสียหายต่อเนื่องเป็นต้น

การใช้พลังของผู้พิทักษ์ จะทำให้เราเก็บเกจเข้าสู่สร้อยคอ Yuma’s D-Stone และจะทำให้เราสามารถใช้การโจมตีแบบ D-Arms ผ่านการกดปุ่ม L และ R พร้อมกัน ทำให้เราอยู่ในโหมดทำดาเมจ โดยที่เรายังสามารถเรียกขอความช่วยเหลือจากผู้พิทักษ์ของเราได้อย่างอิสระ ตัว Yuma สามารถหลบการโจมตีก่อนถึงตัวได้ ซึ่งถ้าสำเร็จจะชะลอเวลา และเพิ่มเกจ SP ให้กับตัวเอง ดังนั้นถ้าเราสามารถหลบได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราก็จะยิ่งเก็บเกจ SP ได้โดยง่าย และยิ่งเราจบฉากโดยได้ระดับคะแนนสูง ของรางวัลที่เราจะได้รับ ก็จะยิ่งยอดเยี่ยมมากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ดี ตัวเกมเร็ว และวุ่นวาย สามารถใช้สิ่งซ้ำๆ กันได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีเอฟเฟคที่ยอดเยี่ยม ตละกาลตา ทั้งนี้เราจะพยายามเล่นให้ด่านนั้นๆ ซ้ำๆ ให้สมบูรณ์มากที่สุด เพื่อจบด่านด้วยระดับ Rank S ที่เข้าใจได้ยาก ว่าต้องทำยังไง ถึงจะได้มา

โดยรวมแล้ว ตัวเกมมีระบบการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม มีศัตรูพอดีต่อหน้าจอ และค่อนข้างลื่นเมื่อเล่นบน Switch ตัวเกมจะมีการปรับลดอะไรบางอย่างเล็กน้อย เมื่อเราผสมคอมโบให้มากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริง เราจะเห็นจังหวะกระตุกมากที่สุดอย่างมากก็แค่ตอนเราวิ่งไปรอบๆ Ximending เท่านั้น น่าเสียดายตัวเกมมีข้อผิดพลาดหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะกับภารกิจรวบรวม Dragon Vein Stone Shards เพื่อบุกเข้ารอยแยก โดยการจะครอบครอง Dragon Vein Stone Shards ได้ เราจำเป็นต้องเล่นภารกิจซ้ำๆ ด้วยความยากที่มากขึ้น เพื่อปลดล็อคไปสู่ด่านสุดท้าย สิ่งเหล่านี้เราจะต้องเริ่มทำภารกิจตั้งแต่เริ่มต้น และวนทำเรื่องเดิมๆ แทนที่จะส่งเราไปยังการต่อสู้เลยทันที

น่าเสียดายที่ตัวที่ตัวละครผู้ช่วยของเราหลายๆ ตัว แม้จะมีเอกลักษณ์ และบทสนทนาที่ดี แต่ตัวละครเหล่านั้นกลับไม่มีบทบาทในเนื้อเรื่องมากนัก นอกจากนี้ถ้าหากสามารถเพิ่มอีเวนท์ใน Ximending ลงไปเพิ่มได้บ้าง ตัวเกมเกมนี้จะทีเสน่ห์มากขึ้น และหลายๆ อย่างที่อยู่รอบระบบต่อสู้หลัก จะดีมากกว่าเดิมทีเดียว ตัวเกมมีระบบเก็บสะสม ปลดล็อค และอัปเกรดสกิล ภาพอาร์ตจากระบบกาชาภายในเกม มีอาหาร เพื่อให้ตัวละครเรากิจ แล้วเพิ่มค่าสเตตัสให้ดียิ่งขึ้น ภารกิจ และเรื่องราวทั้งหมดภายในตัวเกม สามารถเล่นซ้ำได้ในระดับที่ยากมากขึ้นกว่าเดิม และถึงแม้เราจะจบเนื้อเรื่องไปแล้ว เราก็ยังคงเล่นตัวเกมต่อไปได้
Dusk Diver โดดเด่นด้วยระบบต่อสู้ที่สนุก และยืดหยุ่น มีการเล่าเรื่องราวที่ต่อเนื่อง และถูกเสริมไปด้วยเหล่าตัวละครที่โดดเด่น และมีเสน่ห์ น่าเสียดายที่ฉากภายในเกมนั้นว่างเปล่าเกินไป ภารกิจไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการต่อสู้ ที่ค่อยๆ เพิ่มความยากมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าเราเป็นคอเกมแนว Musou อยู่แล้ว Dusk Diver ถือว่าสนุกไม่น้อยทีเดียว