- แพลตฟอร์ม : XONE, PS4, PC
- คะแนน : 8/10 (GREAT)
สงครามจริงๆ มันมีอะไรที่มากกว่าอาวุธ และการเมือง ซึ่ง Ace Combat คือซีรีย์เกมที่ตีแผ่เรื่องราวในช่วงต้นยุค 00 ด้วยการผสมระหว่างการต่อสู้ด้วยไอพ่นเครื่องบิน และเรื่องประโลมโลกของสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์ แต่กว่า 10 ปีแล้ว ที่ซีรีส์นี้ไม่เคยโฟกัสไปที่เนื้อเรื่องของตัวเกมเลย ลดความสมจริงของสถานที่ ไปจนถึงการที่โฟกัสที่การนำเครื่องบินที่หลากหลายมายัดใส่ตัวเกมเป็นหลัก ซึ่ง Ace Combat 7: Skies Unknown คือภาคใหม่ของซีรีส์นี้ ที่นำจุดเด่นในอดีตย้อนกลับคืนมาทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ โดยที่ไม่มีขาดตกความทันสมัยของยุคปัจจุบันเลย

เรื่องราวของ Skies Unknown จะพาเราดำดิ่งสู่จักรวาลของซีรีส์ของตัวเกมในปี 2007 ซึ่งเป็นเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง Osean Federation และ Kingdom of Erusea โดยในเกมเราจะได้รับบทเป็นนักบินของ Osean ที่จะทำการเปลี่ยนฝ่าย ซึ่งเรื่องราวในช่วงแรกจะรันไปพร้อมกับ cinematics ของตัวเกม และจะให้เรารับรู้เรื่องราวเหมือนกับเป็นตัวละที่อยู่ขอบนอกของเวที มันเป็นเรื่องราวของการกระทำเล็กๆ ของตัวละครที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไร ซึ่งเปรียบเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานเท่านั้น แต่หมากตัวนี้ดันกระทำบางสิ่งจนเปลี่ยนแปลงผลแพ้ชนะของสงครามได้ ตัวเกมแสดงเรื่องราวแบบสีเทาๆ ผสมไปด้วยเรื่องของ สัญชาติ พรมแดน เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และจริยธรรมในปัจจุบัน กับความก้าวหน้าที่รวดเร็วของเทคโนโลยี

ทั้งนี้ทั้งตัวเกม เราจะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างบุคลิกของตัวละครต่างๆ ได้อย่างเด่นชัด วิทยุจะมีแต่คำพูดใสๆ ซึ่งถูกแต่งมาอย่างดีเพื่อปลุกใจเราหรือเหล่าทหารหาญภายในเกม ให้สามารถทำภารกิจไปได้สำเร็จลุล่วง ตามอุดมการณ์ที่สวยหรู ทั้งนี้มันไม่ใช่องค์ประกอบใหญ่ของตัวเกม แต่มันคือส่วนเล็กๆ ที่ทำให้เราอินกับเกมนี้มากยิ่งขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Ace Combat 7 จะไม่ได้มีความยอดเยี่ยมด้านการไล่ล่าบนฟากฟ้า ตัวเกมขับกล่อมเราด้วยการไล่ล่าศัตรูด้วยความเร็วสูง ผสานไปกับความตื่นเต้นด้วยเหตุการณ์ต่างๆ เช่นการถูกขีปนาวุธล็อคเป้า และมาพร้อมกับเสียงร้องเตือนถี่ยิบจนจิตใจของคุณต้องสั่นไหว ตัวเกมในภาคนี้ได้ตัดส่วนที่เล่นยากๆ ในภาคก่อนๆ ออก เพื่อให้ตัวเกมกลับมาเป็นเกมที่เราสามารถเล่น และเข้าถึงได้อย่างเรียบง่ายมากขึ้น

แน่นอนว่าถ้าเราพูดถึงซีรีส์นี้ สิ่งที่เราจะโฟกัสในตัวเกมสำหรับการต่อสู้บนฟากฟ้านั่นก็คือ เครื่องบิน และสภาพแวดล้อม โดยองค์ประกอบเหล่านี้ประกอบไปด้วย ภัยคุกคามต่างๆ ทั้งทางอากาศ และทางบก รวมไปถึงลักษณะภูมิประเทศของความสูงต่ำ แต่สำหรับ Ace Combat 7 มันมาพร้อมกับองค์ประกอบใหม่อย่าง ก้อนเมฆ ใช่ครับก้อนเมฆของตัวเกมในภาคนี้จะไม่ใช่สิ่งประดับอีกต่อไป มันคือตัวแปลสำคัญในการรบบนฟากฟ้าของเรา ไม่ว่าจะการซ่อนตัว หรือการขัดขวางการล็อคเป้าของศัตรู หรือขีปนาวุธเป็นต้น แต่มันก็แลกมากับทัศนวิสัยที่ลดลง โดยนอกจากเมฆแล้ว ฟ้าผ่าฟ้าร้อง หรือกระแสลมก็ส่งผลต่อการควบคุมเครื่องบินของเราเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ฟากฟ้าของ Ace Combat 7 เป็นสิ่งที่ดูน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ

นอกจากนี้ตัวเกมยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันมากมายหลากหลายที่น่าประทับใจภายในเรื่องราวของตัวเกม 20 บท โดยส่วนใหญ่แล้วการต่อสู้ของตัวเกมค่อนข้างกว้าง และเราจะต้องแยกตามความสนใจของเราในระหว่างการปะทะนั้นๆ ซึ่งมีหลายภารกิจในเกมที่น่าสนใจ และน่าเก็บเป็นความทรงจำดีๆ ไม่ว่าจะศึกปะทะบอส ภารกิจป้อนทรัพย์ ล่าสัตว์ และอีกหลายๆ อย่าง แน่นอนว่ามีบางภารกิจที่ไม่ได้ดูน่าตื่นเต้น แต่โดยรวมแล้วก็ดีไม่น้อย

สิ่งที่เหนื่อยที่สุดของเกมเกมนี้คือการแพ้ หรือทำภารกิจล้มเหลว แล้วต้องย้อนกลับมาทำภารกิจของด่านนั้นใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งต้องไล่ทำจากภารกิจเล็กๆ มากมายใหม่ทั้งหมด แน่นอนว่ามันมีตัดแบ่งด้วย แต่มันก็ยาวอยู่ดี เมื่อเทียบกับอุปสรรคมากมายที่ บุกเข้ามาหาเรามากมายก่ายกอง นอกจากนี้ตัวเกมยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Co-op แบบออนไลน์ ซึ่งรองรับผู้เล่นได้สูงสุด 8 ผู้เล่น ซึ่งมีรูปแบบเล่นทั้งแบบ Battle Royal และ Team Deathmatch โดยการแข่งขันระหว่างผู้เล่นนี้ก็ไม่ยาวจนเกินไป ซึ่งมีเวลาจำกัดเพียง 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็น 5 นาทีที่เราจะรู้สึกว่าตื่นเต้น และรวดเร็วมากๆ ทั้งนี้อุปกรณ์ทั้งหมดที่ เราปลดล็อคมา สามารถนำเข้าไปใช้แข่งขันได้ทั้งหมด แต่ตัวเกมก็ยังคงทำบาลานซ์เอาไว้ ด้วยการสร้างข้อกำหนดต่างๆ ได้ นอกจากนี้ในโหมดออนไลน์ ผู้เล่นเก่งๆ จะมีสัญลักษณ์แจ้งอย่างชัดเจน และสามารถตกเป็นเป้าหมายได้โดยง่าย อีกทั้งตัวเกมยังมีระบบจับคู่ที่ดี ที่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้เล่นที่อ่อนแออยู่เสมอๆ อีกด้วย

สำหรับตัวเกมบนแพลตฟอร์ม PlayStation 4 ยังมาพร้อมโหมด VR ให้เล่นอีกด้วย โดยเป็นโหมดการต่อสู้เล็กๆ ที่ได้ต้นแบบมาจาก Ace Combat 4 โดยมีภารกิจให้เล่นเพียง 3 ภารกิจ และเป็นภารกิจที่ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่มันก็ให้ประสบการณ์การเล่นแบบนักบินจริงๆ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งตัวเกมไม่เหมาะกับคนที่ไม่เหมาะกับการเล่น VR เป็นอย่างยิ่ง เพราะคุณจะรู้สึกเวียนหัวมากๆ ถึงมากที่สุด อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงสดใหม่อยู่ดี โดยสรุปแล้ว Ace Combat ภาคนี้ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบมากๆ มันไม่ได้ลดมาตรญานลงเลยในด้านการขับเครื่องบินไล่ล่า และมันมาพร้อมกับภารกิจใหม่ๆ และความสวยงามของฉากที่มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเมฆที่ทำให้รูปแบบการเล่นเปลี่ยนไปมากขึ้นกว่าเดิม แต่ที่สำคัญ ตัวเกมเคารพในตัวซีรีส์ และเรื่องราวของตัวเกมที่มีมาก่อน และตอนนี้มันคือภาคที่ดีที่สุดในซีรีส์ Ace Combat นี้