- แพลตฟอร์ม : XONE, PS4
- คะแนน : 8/10 (GREAT)
เช่นเดียวกับตัวเกมในภาคก่อนๆ ของ Kingdom Hearts ตัวเกมเริ่มต้นด้วยเพลงธีม Dearly Beloved ซึ่งแต่งโดย Yoko Shimomura และมันถือเป็นเพลงหลักของซีรีส์เกมนี้ โดยตัวเพลง Dearly Beloved ประกอบไปด้วยท่วงทำนองที่หลากหลายอารมณ์ ทั้งอ่อนโยน เศร้าโศก อยากรู้อยากเห็น การผจญภัย และอีกหลายๆ อย่างที่ผมเชื่อว่ามันยังคงประทับอยู่ในจิตใจของผู้เล่นเสมอมา โดย Kingdom Hearts เป็นซีรีส์เกมที่อยู่มายาวนานแล้วกว่า 17 ปี มันทรงพลังทุกครั้งที่ออกภาคใหม่ และนี่ก็เป็นภาคที่ 3 แล้วของตัวซีรีส์หลัก ซึ่งยังคงโดดเด่นทั้งทางด้านเนื้อหา เหล่าตัวละครจากทั้งฝั่ง Disney และ Pixar รวมไปถึงจิตวิญญาณแห่งมิตรภาพ ความกล้าหาญ ความดีอันบริสุทธิ์ และสดใส

Kingdom Hearts เป็นเกมที่เราจะได้สวมบทบาทเป็น Sora ซึ่งอยู่ท่ามกลางเหล่าตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์ของ Disney โดยในภาค 3 นี้ถือเป็นช่วงสำคัญของบทสรุปในเรื่องราวของตัวซีรีส์ภาคหลัก อย่างไรก็ตามตัวเกมก็ยังคงเต็มไปด้วยเนื้อเรื่องแยกย่อยมากมายตามเหล่าตัวละคร หรือโลกของตัวละครต่างๆ ที่ขนเข้าเอามาใส่ไว้ จนผู้เล่นทั่วไปที่ไม่ใช่แฟนหลักของซีรีส์นี้ อาจงงได้ว่าตัวละครหลักของเรามีเป้าหมายที่แท้จริงในการทำอะไรอยู่กันแน่ โดยเรื่องราวของ Kingdom Hearts 3 นั้นเกี่ยวข้องอยู่กับ Sora, Donald, และ Goofy ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่สงครามกับเหล่า Guardians of Light ซึ่งนี่ถือเป็นเส้นทางหลักของเรื่องราวภายในเกมของภาค 3 นี้ แต่ถ้าเราลงลึกเข้าไปจริงๆ ตัวเกมจะมีความสับสนวุ่นวายของเรื่องราวย่อยต่างๆ มากมาย จนกลืนเรื่องราวหลักของตัวเกมหายไปเกือบหมด

Kingdom Hearts 3 พยายามจะผูกเรื่องราวของตัวละครจากหลายๆ เรื่องราวมาเข้าไว้รวมกัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะนำเหล่าตัวละครมากมายเหล่านี้มาผูกหรือบรรจบเรื่องราวกันได้ เพราะตัวละครแต่ละตัวล้วนมีความแตกต่างกันมาก จนถึงมากที่สุด และทุกตัวละคร ทุกเรื่องราวล้วนโดดเด่นจนทำการแย่งซีนกันไปมาอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้เหล่าตัวละครหลัก โดยเฉพาะพวกศัตรูหรือตัวร้าย ก็ค่อนข้างมีบทที่น้อย และชอบโชว์ตัวออกมาแบบคลุมเครือ ทำให้เรื่องราวหลักของตัวเกม ยิ่งถูกบดบังมากขึ้นเท่านั้น รวมไปถึงบทพูดที่ค่อนข้างขัดกับบรรยากาศรอบตัวแบบสุดๆ

อย่างไรก็ตาม Kingdom Hearts 3 ก็ยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่น มิตรภาพ และการเล่าเรื่องที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพราะมีการโฟกัสที่แคบลง ตัว Sora ยังคงเป็นพระเอกของซีรีส์ที่มีความกล้าหาญ ไร้เดียงสา และน่ารักอยู่เช่นเดิม จุดเด่นของ Sora คือความแข็งแกร่งของจิตใจ การเข้ากับใครก็ได้ Sora เป็นเพื่อนได้กับทุกคน และยังเสียสละตนเองเพื่อผู้อื่นได้อยู่เสมอๆ สำหรับ Donald Duck ในภาคนี้ดูเจ้าอารมณ์ แต่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดูน่าเชื่อถือได้ ส่วน Goofy ดูโดดเด่นน้อยลง แต่ก็ยังเป็นสูญกลางของกลุ่มในการปรับอารมณ์เช่นเดิม

โดยการออกผจญภัยในครั้งนี้ของทั้ง 3 คนก็จะยังคงวนเวียนเข้าไปยังโลกต่างๆ ของทั้ง Disney และ Pixar ที่เราจะได้พบเจอตัวละครจากอนิเมชั่น หรือตำนานเรื่องต่างๆ และดำเนินภารกิจผ่านเรื่องราวเล็กๆ กับตัวละครในโลกแห่งนั้น และยังคงรักษาเรื่องราวของ Keyblade Wars ให้ใหญ่ขึ้นตามลำดับ ผ่านการมีส่วนร่วมน้อยที่สุดของตัวละครต่างๆ ไปได้อย่างชัดเจน และรัดกุมยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดนยธีมหลักของเกม Kingdom Hearts สามารถผสานร่วมไปกับโลก Disney ต่างๆ ได้อย่างกลมกลืน ทำให้เวลาไปยังโลกต่างๆ เราจะไม่รู้สึกขัดถึงความแตกต่างแต่อย่างใด

ใน Toy Box ตัว Sora จะทำการช่วย Woody, Buzz, และเหล่าผองเพื่อน ในการตามหาเพื่อนๆ ที่หายตัวไป ภายใต้โลกที่ไม่มี Andy อยู่แล้ว ส่วนใน Arendelle เราจะได้พบกับ Anna ซึ่งเธอพยายามมากๆ ที่จะทำการเชื่อมต่อความสัมพันธ์กับ Queen Elsa ส่วนใน San Fransokyo ตัว Sora จะได้เข้าช่วยเหลือ Hiro และเหล่าทีม Big Hero 6 ในการต่อสู้กับ Microbots และค้นหาผู้ที่ถูกลืม นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆ โลกที่เราจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราวต่างๆ อาทิ Tangled, Pirates of the Caribbean, Winnie The Pooh, Monsters Inc., หรือ Hercules ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างความประทับใจให้กับเราได้อย่างสมบูรณ์

หนึ่งในจุดแข็งของเกม Kingdom Hearts 3 คือการทำให้โลกของ Disney แต่ละโลกกลับมามีชีวิต และสดใหม่อีกครั้ง ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เช่นเราจะตัวเล็กลง และต้องออกเดินทางไปรอบๆ ห้องของ Andy ก่อนจะออกผจญภัยไปยังห้างสรรพสินค้า และท่องไปยังชั้นขายของเล่นต่างๆ พร้อมต่อสู้กับพวก Heartless ไปพร้อมๆ กัน หรือในโลก Pirates of the Caribbean ที่จะเปลี่ยนธีมสีภาพของพวก Sora ไปอีกแบบหนึ่ง พร้อมร่วมควบคุมเรือไปกับ Jack Sparrow เพื่ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ในแต่ละโลกภายในเกมล้วนมีลูกเล่น และกลไกความสนุกที่โดดเด่นแตกต่างกัน อีกทั้งยังมีมินิเกมอันหลากหลายให้เราได้สัมผัส และนั่นคือข้อดี และจุดแข็งของ Kingdom Hearts 3 ที่ได้ทำการรวมเกมเพลย์หลากรูปแบบเอาไว้รวมกัน มันดูน่าประทับใจ และแม้ว่าโลกแต่ละโลกจะมีเรื่องราวสั้นๆ แต่เราก็สามารถย้อนกลับมาผจญภัยไปในโลกนั้นๆ ต่อไปได้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าทุกๆ โลกจะสมบูรณ์แบบ บางครั้งด้วยรูปแบบเกมเพลย์ หรือภูมิทัศน์ของตัวเกม ก็อาจจะลดอารมณ์ และความตื่นเต้นของตัวเกมลงไปบ้างเช่นกัน อย่างเช่น Arendelle ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ที่นี่เราต้องปีนเขาซ้ำไปมาหลายๆ ลูก หรือห้างสรรพสินค้าใน Toy Box ที่มีแต่ของเล่นและศัตรูเท่านั้น ทำให้ตัวเกมขาดความมีชีวิตชีวาลงไป หรืออย่างใน San Fransokyo ที่บนพื้นแทบไม่มีคนอยู่เลย ในขณะที่ความจริงแล้วที่นี่เป็นกลางใจเมืองใหญ่

แม้เกมเพลย์ใน Kingdom Hearts 3 จะหลากหลาย แต่ด้านการต่อสู้ มันก็ยังอยู่บนพื้นฐานของการใช้ดาบฟัน และใช้เวทย์มนต์ผสานการโจมตีร่วมกันเป็นหลัก ซึ่งค่อนข้างที่จะเร็ว แรง และงดงามมากๆ รูปแบบการต่อสู้ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมต่อจาก Kingdom Hearts 2 โดยเห็นได้ชัดเจนว่าตัวเกมมีความลื่นไหลมากขึ้น Sora เคลื่อนที่และโจมตีได้ไว และต่อเนื่อง สามารถสลับเวทย์มนต์ที่ต้องการใช้ได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าสมบูรณ์พร้อม และเต็มอิ่มในด้านระบบการต่อสู้มากๆ โดยการต่อสู้แม้จะเห็นว่ามันเรียบง่าย แต่ความจริงแล้วกลับมีความลึกอยู่พอสมควรทีเดียว และเราควรวางกลกลยุทธ์ในการต่อสู้ให้หลากหลายตามสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องของ Keyblades ที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ตามโลก Disney ที่เราสามารถปลดล็อคได้ ซึ่งมาพร้อมกับระบบที่ชื่อว่า Formchanges หรือท่าพิเศษประจำ Keyblades ที่ก่อให้เกิดการโจมตีที่มีประสิทธิภาพออกมา โดยนอกจากความสามารถแล้ว มันยังมีความสร้างสรรค์ และติดเอกลักษณ์จากโลกที่ทำการปลดล็อคออกมาอีกด้วย เช่น Wheel of Fate ที่ปลดล็อคมาจากโลกของ Pirates of the Caribbean เมื่อใช้ Formchanges จะเปลี่ยนกลายเป็นหอกขนาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเป็นเสาร์ของเรือที่ติดธงเอาไว้, Happy Gear จาก Monsters Inc. จะแปลงเป็นกรงเล็บที่โจมตีได้รวดเร็ว หรือสลับเป็นโยโย่คู่ก็ได้ หรือ Hunny Spout ที่สามารถแปลงเป็นปืนพกคู่ ที่สามารถยิงน้่ำผึ้งใส่ศัตรูได้

ส่วนด้านเวทย์มนตร์ก็จะมีรูปแบบการทำงานที่คล้ายๆ กัน โดยเมื่อเราใช้เวทย์มนตร์ซ้ำๆ กัน เราจะสามารถใช้ Grand Magic ได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายมานาเพิ่มแต่อย่างใด นอกจากนี้ตลอดการต่อสู้ Donald และ Goofy จะแจ้งให้เราใช้การโจมตีผสานอยู่เรื่อยๆ โดยช่วงแรกการโจมตีผสานนี้อาจมีรูปแบบเดียว แต่หลังๆ มันจะมีการโจมตีที่หลากหลายมากขึ้นเพิ่มเข้ามา สภาพแวดล้อมของตัวเกมก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถดึงเข้ามาใช้เป็นอาวุธสำหรับใช้ในการต่อสู้ได้ ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีรูปแบบการควบคุมที่แตกต่างกันออกไป ส่วนตัวละครในโลก Disney ต่างๆ เช่น Simba, Stitch, หรือ Ariel เรายังสามารถอัญเชิญออกมาเป็นเหมือนมนต์อสูรในเกม Final Fantasy ได้อีกด้วย และยังมี Flowmotion ที่เน้นให้เราเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่ง หรือวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว เพื่อแกว่งตัวเราเพื่อโจมตีศัตรูโดยรอบได้ แน่นอนว่ากว่าเราจะสามารถใช้งานการโจมตีเหล่านี้ได้ครบถ้วน มันอาจต้องใช้เวลามากพอสมควร แต่เมื่อคุณทำได้ มันจะเปลี่ยนเกมเกมนี้ให้สนุก และน่ารื่นรมย์ไปได้อีกหลายสิบเท่าเชียวละ

Kingdom Hearts 3 เป็นเกมที่เข้าถึงได้ง่าย แม้ว่าเราจะเห็นว่ามันมีการควบคุมที่หลากหลาย แต่ความจริงแล้ว มันเป็นเกมที่ใช้การควบคุมที่ง่าย แค่แตะหรือกดปุ่มไม่กี่ครั้งเท่านั้น มันเป็นเกมที่จัดลำดับความสำคัญของอารมณ์ที่ผู้เล่นจะได้รับได้เป็นอย่างดี และส่งมอบมันออกมา โดยที่เราไม่ต้องไปมัวแต่โฟกัสอยู่ที่เพียงแค่การกดปุ่ม แต่เราจะเพลิดเพลินไปกับทุกสิ่งที่ปรากฎบนหน้าจอแทน เพราะมันอลังการงานสร้างแบบสุดๆ จนคุณไม่อาจละสายตาไปจากมันได้เลย
อีกฟีเจอร์หนึ่งที่กลับมาในเกม Kingdom Hearts 3 นี้ก็คือ Gummi Ship หรือการขับยานอวกาศเพื่อไปยังโลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเหมือนการเปลี่ยนวิธีการเล่น หากใครเคยเล่น Gummi Ship ในรูปแบบก่อนๆ มันเป็นระบบที่ถูกบังคับเส้นทางไว้อยู่แล้ว แต่มาในภาคนี้ เราจะสามารถบังคับยานของเราให้เคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ และนั่นเต็มไปด้วยหลายสิ่งอย่างให้เราได้สำรวจ อย่างไรก็ตาม ระบบการยิงของตัวเกมยังขาดความมีสีสัน และมันดูยังไม่เต็มอิ่มมากนัก โดยเราสามารถแต่งยานบินของเรา รวมไปถึงอาวุธให้เยอะขึ้นได้ แต่โดยภาพรวมแล้ว มันยังไม่ดีพอเท่าที่ควร
และเมื่อถึงบทสรุป ตัวเกมก็ค่อนข้างที่จะขาดสมดุลไปมาก ซึ่งเป็นในส่วนของเนื้อเรื่องหลักของเกม นอกโลกของ Disney มันมีสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์ และแปลกประหลาด น่าเสียดายในช่วงท้ายตัวเกมค่อนข้างรวบรัด และการต่อสู้กับบอสเองก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ท้าทายมากนัก และบทสรุปตอนจบก็ยังเป็นไปแบบที่ไม่น่าพอใจอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะดีหรือร้าย สิ่งที่ Kingdom Hearts 3 ได้สร้างสรรค์ออกมา ก็คือการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นร่วมไปกับตัวละครทั้งเก่าใหม่ของโลก Disney มันคือความทรงจำที่ไม่รู้ลืมจริงๆ