- แพลตฟอร์ม : PS5
- คะแนน : 8/10 (GREAT)
Control: Ultimate Edition คือตัวเกมในเวอร์ชั่นสมบูรณ์ มัดรวมทั้งตัวเกมหลักและส่วนเสริมทั้งสองตัวอย่าง The Foundation กับอีกภาคที่คอลแลป Alan Wake อย่าง AWE ซึ่งในเวอร์ชั่นที่นำมารีวิวจะเป็นของเครื่อง PS5
ตัวเกมหลักก็ยังคงกับความแอคชั่นไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไร ทั้งการใช้พลังควบคุมสิ่งต่างๆ และรูปแบบของการยิงปืนยังยอดเยี่ยม สภาพแวดล้อมภายในฉากก็ยังคงดูสวยงามและสมจริง รวมไปถึงปริศนาและความลับที่ซุกซ่อนอยู่ภายในฉษกให้สำรวจยังคงเดิม แต่สิ่งที่คงเดิมด้วยก็คือปัญหาบางอย่างที่มีตั้งแต่ตัวเกมหลักก็ยังไม่ได้รับการปรับแก้ไข เช่นการหาทางไปต่อ หรือการดำเนินเนื้อเรื่อง
เกม Control ในเวอร์ชั่น Ps4 นั้นบอกได้เลยว่าเป็นเกมที่ดี แต่มีปัญหาในเรื่องของ Performance ที่เฟรมเรตจะดรอปลงในหลายช่วงจนชวนปวดหัว พอมาในเวอร์ชั่นใหม่ของ Ps5 ปัญหาในส่วนนี้ก็ได้รับการแก้ไข ด้านการตั้งค่าปรับแต่งกราฟฟิคนั้นทำออกมาได้ดีกว่าเวอร์ชั่น Ps4 มาก โดยตัวเกมจะล็อคเฟรมเรตให้คงที่ไว้ที่ 30 FPS และแสดงผลได้เสถียร ไม่มีอาการเฟมเรตตกให้เห็น แสดงผลด้วยความชัดระดับ 1440p และยังมีระบบ Ray-Tracing ช่วยเพิ่มความสวยงามของแสงเงาให้สมจริงมากยิ่งขึ้น
Ray-Tracing เป็นเทคโนโลยีที่จะทำให้แสงเงาของวัตถุต่างๆ ตกกระทบกับพื้นผิว เหมือนกับโลกแห่งความจริง เกมนี้ถือว่าเป็นอีกเกมที่นำเสนอระบบตรงนี้และดึงประสิทธิภาพของเครื่อง PS5 ออกมาได้อย่างมาก
ตัวเกมในเวอร์ชั่นนี้ยังมี Performance Mode ที่จะปลดล็อคให้เราเล่นเกมด้วยเฟรมเรต 60 FPS แต่จะปิดการทำงานของ Ray Tracing ซึ่งมันก็ยังคงความสวยงามของกราฟฟิคและไม่มีอาการเฟมเรตร่วง เล่นได้ลื่นๆ ซึ่งตัวเลือกการปรับโหมดกราฟฟิคทั้งสองแบบนี้ได้มอบประสบการณ์การเล่นที่ดีให้กับผู้เล่น โดยเราจะขอแนะนำให้เล่นในโหมด 60 FPS ที่จะทำให้ฉากแอคชั่นต่างๆ ดูลื่นไหลมากกว่า หรือจะเปลี่ยนเป็น Graphic Mode เพื่อหามุมสวยๆ แล้วใช้โหมดถ่ายภาพในเกมก็ได้ ไม่ว่ากัน
ในด้านของ DualSense ก็ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรให้น่าประทับใจมากเท่าไหร่ ถือว่ายังอยู่ในมาตรฐานของเกมแนวยิง แต่ระบบเสียงแบบ 3D ทำได้น่าประทับใจมาก และอีกอย่างที่ต้องชมเลยก็คือเรื่องของการโหลดฉาก หรือเปิดเกม จากเครื่อง Ps4 ที่จะกินเวลาตอนเปิดเกมราวๆ 2 นาที พอมาในเครื่อง Ps5 ก็ทำได้ไวมาก เหลือเพียงแค่ไม่กี่สิบวินาที
Control: Ultimate Edition ก็ยังคงเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม และได้รับการปรับปรุงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของตัวเกมให้ดีขึ้นไปอีก เหมาะกับคำว่าเป็นเกม Next-Gen กับเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ปริศนาที่รอให้เราไข ระบบแอคชั่นและการใช้พลังสุดมันส์ ตื่นตาตื่นใจ ถ้าหากใครที่ยังไม่เคยเล่น ในเวอร์ชั่นนี้คุณก็ควรที่จะหามาลองให้ได้สักครั้ง