- แพลตฟอร์ม : PS4
- คะแนน : 7/10 (GOOD)
เนื้อเรื่องของเกม Ys ในภาค Ys IX: Monstrum Nox นั้นเกี่ยวกับศิลาจารึกที่อยู่ในเมือง Balduq ทำให้เกิดความยุ่งยากต่อ Adol Christin พ่อหนุ่มอัศวินผมสีแดง ในขณะที่เขากำลังจะถูกจับกุมเนื่องจากเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้น เขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากผู้หญิงลึกลับคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือครั้งนี้เธอไม่ได้ช่วยเหลือเขาแบบฟรีๆ Adol Christin ต้องตอบแทนที่เธอได้ช่วยเหลือเขาเอาไว้ แต่เขาทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเขาถูกคำสาปที่ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางออกจากเมือง Balduq ได้ จึงทำให้อัศวินผมสีแดงของเราต้องร่วมมือกับผู้หญิงลึกลับคนนั้น เพื่อจัดการกับข่าวการคอร์รัปชันที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง
เพียงแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราว ก็ทำให้เรารู้ทันทีว่า Ys IX: Monstrum Nox จะเป็นภาคที่มีเนื้อเรื่องน่าสนใจมาก! ที่ผ่านมาทาง Falcom ได้วางบทให้ Adol Christin หรือตัวเอกอัศวินผมสีแดงของเราเริ่มต้นในสถานการณ์ที่หลากหลาย และไม่เคยซ้ำกันเลยแม้จะเดินทางมาถึงภาคที่ 9 แล้ว คราวนี้เขาไม่ใช่นักดาบผู้โชคดี ที่ผจญภัยไปกับผองเพื่อน แต่เขากลายเป็นผู้หลบหนีที่กำลังถูกตามล่าตัว และเนื้อเรื่องของเกมก็มีความดาร์คตั้งแต่แรก..
อย่างไรก็ตาม ภาคนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับภาคก่อนหน้านี้อยู่บ้าง ภาคที่ทำให้เรานึกถึงเมื่อเล่น Monstrum Nox คือ Ys VIII: Lacrimosa of Dana ที่วางจำหน่ายในช่วงปี 2016 โดยเนื้อเรื่องในภาคดังกล่าว Adol Christin ได้เดินทางด้วยเรือไปยังสถานที่หนึ่ง แต่เรือที่เขากำลังโดยสารนั้นอับปางลง ใกล้เกาะลึกลับแห่งหนึ่ง อัศวินผมสีแดงของเราจึงต้องร่วมมือกับผู้รอดชีวิตคนอื่นเพื่อเอาชีวิตรอดบนเกาะดังกล่าวให้ได้ .. มันฟังดูไม่ค่อยคล้ายกันสักเท่าไหร่ใช่ไหม? แต่สิ่งที่ทำให้เราคิดถึงภาค VIII คือการรวบรวมพันธมิตรเพื่อสำรวจพื้นที่ดังกล่าว และผจญภัยไปเรื่อยๆ

ในขณะที่ภาค Lacrimosa of Dana ตัวเกมได้นำเสนอบรรยากาศที่หลากหลายและกว้างขวางจนทำให้ผู้เล่นไม่รู้สึกว่าถูกจำกัดพื้นที่อยู่แค่บนเกาะร้าง จนทำให้มีความรู้สึกอยากสำรวจเกาะที่ไม่ต่างจากสวรรค์นี้ต่อไปเรื่อยๆ และคาดหวังว่าภาค Monstrum Nox ที่มีการจำกัดพื้นที่เหมือนกัน จะให้ประสบการณ์ในการเล่นที่คล้ายกัน แต่ก็ผิดคาด เมื่อบรรยากาศในเมือง Balduq เต็มไปด้วยความน่าอึดอัด ไม่ว่าจะเป็นซากปรักหักพังที่ทำให้บรรยากาศแย่ลง, ท้องถนนและอาคารบ้านเรือนที่เป็นสีเทาทั้งหมด, บรรยากาศที่นิ่งเงียบไร้การเคลื่อนไหว ฯลฯ จนทำให้เรารู้สึกราวกับอยู่ในโลกแห่งภาพลวงตา
แม้จะฟังดูน่าอึดอัด แต่เมื่อเล่นไปสักระยะเราก็พบข้อดีของเมืองนี้ Balduq เต็มไปด้วยความลับที่น่าค้นหา รอคอยให้เราไปสำรวจ และสามารถเหาะเหินเดินอากาศแบบฟรีสไตล์ได้จากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง (ราวกับว่าเราเป็นสไปเดอร์แมน) ยิ่งเราเดินทางไปยังที่ต่างๆ แบบผาดโผนและลึกลับมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้ที่กำลังหลบหนีจากสายตาผู้คนมากขึ้นเท่านั้น และยังมีสมบัติอีกมากมายที่รอให้เราค้นพบ!
มาพูดถึงระบบการต่อสู้ในเกมกันบ้าง เราจะได้ตะลุยดันเจี้ยนที่อยู่ในเขาวงกตใต้ดินของเมือง Balduq แต่ละดันเจี้ยนก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป และมีลูกเล่นที่หลากหลาย เช่น แก้ปริศนาแนวพัซเซิลเล็กๆ น้อยๆ สำหรับแฟนเกม Ys ที่เล่นมาทุกภาคก็คงเคยชินกับสไตล์การต่อสู้ของเกมเป็นอย่างดี แน่นอนว่าเมื่อถึงการต่อสู้กับบอส บรรยากาศและความสามารถของมอนสเตอร์ได้ยกระดับไปอีกขั้น ซึ่งทำให้ตัวเกมมีความสนุกมากขึ้น
ไม่จำเป็นว่าจะต้องสู้รบในบทบาทของ Adol Christin เพียงคนเดียว! เพราะเราสามารถควบคุมสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นได้อีกด้วย นี่จึงเป็นการเพิ่มลูกเล่นให้มีความหลากหลายมากขึ้น เราสามารถทำได้ทั้งการผสานคอมโบการโจมตี หรือเปิดการโจมตีแบบพิเศษ และยิ่งเราปลดล็อคเทคนิคทั้งหมดของตัวละครได้ครบทุกตัวแล้ว นั่นแหละ ความมันส์ที่แท้จริง!
สำหรับเนื้อเรื่องในภาค Monstrum Nox ค่อนข้างเนือยเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาคก่อนหน้านี้ และมีตัวละครหน้าใหม่เข้ามามากมาย แต่ละคนก็ล้วนมีประวัติและบทบาทที่น่าสนใจทั้งนั้น ซึ่งเราจะมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องราวของพวกเขา และร่วมผจญภัยไปด้วยกัน จึงทำให้ภาคนี้เป็นภาคที่ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครร่วมปาร์ตี้มากกว่าภาคก่อนหน้านี้ และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นได้นำเราไปสู้เนื้อเรื่องที่พีคมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยรวมแล้ว Ys IX: Monstrum Nox เป็นเกมแอ็คชัน RPG ที่ยอดเยี่ยมเกมหนึ่งของปีนี้ แม้บรรยากาศของเมือง Balduq จะทำให้เรารู้สึกอึดอัดและไม่จรรโลงใจเท่าที่ควร รวมถึงการเล่าเนื้อเรื่องที่เรารู้สึกว่าไม่ค่อยปะติดปะต่อกันสักเท่าไหร่นัก แต่เกมเพลย์ถือว่ายังทำได้ดี และได้ยกระดับประสบการณ์การเล่นได้มากขึ้น ยังคงสนุกเหมือนเดิม ไม่เคยแผ่ว!