ในแต่ละเกมของซีรี่ส์ จะมีใบหน้าที่เราคุ้นเคยอยู่ในทีมนักแสดงเล็ก ๆ เสมอ สำหรับ The Devil in Me ก็คือ เจสซี บัคลีย์ นักแสดลงที่มีผลงานสยองขวัญล่าสุดจาก เรื่อง Men ของอเล็กซ์ การ์แลนด์ แม้ว่าคนที่ชอบหนังแนวนี้อาจเรียกว่า "หนังสยองขวัญชั้นสูง" แต่ The Devil in Me ก็เหมือนกับ The Dark Pictures ตอนอื่นทั้งหมด มันคือ blood harvest ออริจินอล และที่มันออกมาดีก็เพราะ Supermassive เข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี
รีวิวเกม The Dark Pictures Anthology: The Devil in Me The Devil in Me ต้องแก้ปัญหาหลายอย่างเพื่อดิ้นรน ตัวละครนั้นน่าสนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขามีเวลาให้หายใจในช่วงเริ่มต้นของเรื่อง เมื่อถึงเวลาที่ชีวิตของพวกเขาถูกคุกคาม ฉันพบว่าตัวเองกำลังดูแลพวกเขาอยู่ ไม่ใช่แค่เพื่อผ่านเหตุการณ์ที่รวดเร็วมากมายของเกมเท่านั้น เกมให้น้ำหนักกับการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการปลดล็อคถ้วยรางวัล เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตรอด แต่มันน่าสนใจและคุ้มค่ามากกว่าหากคุณอดทนเอาไว้ เพราะคุณหวังดีกับพวกเขาจริงๆ
การปรับปรุงอีกอย่างหนึ่งที่ The Devil in Me คิดมาเสมอ เนื่องจากมาตรฐานของเกมนั้นเข้มงวดเหมือนกับภาพยนตร์ เกมยังคงเนื้อหาเรื่องราวชั้นสูงเอาไว้ ซึ่งรูปแบบการเล่นนั้นให้ตัวเลือกมาเป็นจำนวนมาก แต่มีเวลาไต่ตรองสิ่งต่างๆเพียงนิดเดียว ซึ่งหากคุณเลือกถูกคุณก็รอด แต่หากคุณพลาด คุณก็อาจตายได้
รีวิวเกม The Dark Pictures Anthology: The Devil in Me ซี่รี่ส์นี้ใช้เวลาถ่ายทำมากกว่าเรื่องที่แล้วอย่าง House of Ashes เพราะเปลี่ยนมาใช้กล้องแบบ over-the-shoulder ซึ่งการถ่ายทำแบบนี้ให้ความรู้สึกทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปในตอนนั้น ทำให้ได้ความรู้สึกเป็นเกมมากขึ้น แต่ไม่เสียอรรถรสของภาพยนต์ไป อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับผลงานอย่าง The Quarry จากค่าย Supermassive ที่จัดจำหน่ายโดย 2k แล้ว The Devil in Me นั้นดูไม่ค่อยน่าทึ่งเท่าไร หากต้องกลับมาอยู่ในโลกของ The Dark Pictures ที่มีรายละเอียดน้อยกว่า นั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากไปสักนิด แต่มันก็ไม่แย่ แค่ไปเล่นบนเครื่อง PS5 แล้วได้อัตราเฟรมเรทสูงขึ้นทำให้รู้สึกว่าเกมนี้ยังเป็นเกมที่อยู่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งสำหรับซีซันที่สองของ The Dark Pictures จะได้รับประโยชน์จากการอัพเกรดทางเทคนิคนี้ไปเต็มๆ
รีวิวเกม The Dark Pictures Anthology: The Devil in Me ด้วยเส้นทางที่แตกแขนงออกไปได้มากมาย ฉันพบว่าบางเกมที่แม้จะอยู่ในซีรีส์นี้ อาจจะรู้สึกไม่ปะติดปะต่อในตอนจบ ตอนจบของคุณก็อาจรู้สึกว่ากระทันหันเกินไป ในขณะที่ฉันไม่ได้เล่นทุกเส้นทาง ฉันกลับมีความสุขกว่าหากต้องรู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในเกมเป็นยังไง ประเด็นที่ทิ้งค้างไว้อยู่สองสามอย่าง ฉันทิ้งไว้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นตำนานที่ฉันมองข้ามไป ในขณะที่เกมที่ผ่านมา มันคือเรื่องราวการเดินทางของตัวละครหรือแรงจูงใจที่ทำให้ฉันเกาหัวอยู่บ่อยๆ
The Devil in Me เป็นเกมที่ดีที่สุดในซีรีส์นี้ Supermassive นำเสนอเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม และในขณะที่มันมีเรื่องราวค่อนข้างเป็นเส้นตรงมากว่าเกมอื่น ที่มักจะมีพล็อตทวิสในช่วงกลางเกม นั้นจึงทำให้เกมนี้ไม่น่าเซอร์ไพรส์ แต่ฉันกลับรู้สึกว่าซีซันที่สองของ The Dark Pictures ต้องมีการยกเครื่องใหม่เรื่องเทคนิค และฉันคิดว่ามันจะทำให้เกมนั้นสนุกเหมือนแบบนี้ได้ ในที่สุด The Dark Pictures ก็บรรลุศักยภาพอย่างเต็มที่ สำหรับตอนนี้ มันยังคงปีนขึ้นไปบนยอดเขา แต่เป็นการปีนไปในทิศทางที่ถูกต้อง