Admin 2025-12-21
[Review] รีวิวเกม Dragon Quest I & II HD-2D Remake
Square Enix นำสองตำนานต้นกำเนิด JRPG กลับมาด้วยงานรีเมคสไตล์ HD-2D แบบชุดคู่ ทั้ง Dragon Quest I (ตะลุยเดี่ยวโค่น Dragonlord) และ Dragon Quest II (รวมทีมทายาทแห่ง Erdrick ต่อกร Hargon) ปรับปรุงงานภาพ–เสียงแบบจัดเต็ม พร้อมระบบคุณภาพชีวิตสมัยใหม่ (minimap, ตัวชี้เป้า, สกิลสคอลล์, เดินทางเร็วที่ยืดหยุ่นขึ้น ฯลฯ) แต่การขยายเนื้อเรื่องของภาค 1 ยังรู้สึก “ยืด” ขณะที่ภาค 2 โดดเด่นทั้งด้านเล่าเรื่องและคอมแบต จัดเป็นแพ็กเกจคุ้มค่าสำหรับย้อนรอยรากเหง้า JRPG ยุค 80s บนแพลตฟอร์มยุคใหม่ทั้งหมด. 

  • วันวางจำหน่าย: 30 ตุลาคม 2025
  • แพลตฟอร์ม: PS5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch, Switch 2, PC (Steam) 
  • บริบทซีรีส์: ปิดไตรภาค Erdrick ต่อจาก Dragon Quest III HD-2D (ออกปี 2024/2025) 
ข้อมูลเกมโดยสรุป
  • ผู้พัฒนา/จัดจำหน่าย: Artdink / Square Enix (Team Asano) 
  • แนวเกม: JRPG, เทิร์นเบสเล่นเดี่ยว (single-player) 
  • งานภาพ/เสียง: พิกเซลอาร์ตบนฉาก 3D + ออเคสตราเพลงคลาสสิก ฉากและรายละเอียดจุกจิกใส่ใจมาก (เช่นแสงเงาพื้นหิน, หนูวิ่งในถ้ำ, ไอเทมมีพิกเซลอาร์ตเฉพาะ) 
  • QoL/ระบบใหม่ที่สำคัญ: minimap ทุกแผนที่, ตัวบอกเป้าหมายถัดไป, สกิลใหม่, ศัตรูที่หลากหลายขึ้น, Zoom ใช้คล่องกว่าเดิม, สกิลจาก Skill Scrolls เลือกแจกสมาชิก (ภาค 2) ได้ 
  • หมายเหตุเวอร์ชัน Switch 2: ไม่มีอัปเกรด/ข้ามเซฟระหว่าง Switch และ Switch 2; รุ่น Switch 2 แบบกายภาพเป็น game-key card เท่านั้น 

จุดเด่น
  • งานภาพ–เสียงสวยงามสะกดตา ยกระดับโลก Dragon Quest ให้มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง 
  • ปรับระบบเล่นให้ “ทันสมัย” และปรับแต่งความท้าทายได้เอง (เปิด/ปิดฟีเจอร์ช่วยเล่นหลายอย่าง) 
  • เนื้อเรื่องและอีเวนต์ใหม่ๆ เพิ่มมิติให้โลกและตัวละคร โดยเฉพาะฝั่ง Dragon Quest II 
จุดด้อย
  • การขยายเนื้อเรื่องของ ภาค 1 หลายช่วงให้ความรู้สึก “พอง” โดยไม่เพิ่มคุณค่ามากนัก และยังมีจังหวะที่น่าหงุดหงิดปลายเกม 
  • แก่นเรื่องทั้งสองภาคยัง “เรียบง่าย” เมื่อเทียบมาตรฐานยุคปัจจุบัน 
  • ทิศทางโลคัลไลซ์อังกฤษสไตล์ Old English (“thee/thou”) อาจขัดหูสำหรับคนที่คุ้นกับสำนวนยุคใหม่ของซีรีส์ 

คะแนนรีวิว
  • GameSpot: 7/10 (“Good”) พร้อมลิสต์ข้อดี/ข้อเสียตามด้านบน 
  • ภาพรวมสื่อ: Metascore ~84 (Generally Favorable) จากราว 50+ รีวิว (อัปเดตปลาย ต.ค. 2025) และกระแสผู้เล่นคละเคล้า (User Score ~7.1) 
ถ้าจะให้ “คะแนนเว็บไซต์เรา” ตามภาพรวมสื่อและคุณภาพภาค 2 ที่โดดเด่นกว่า — 8/10 สำหรับแพ็กคู่ (ภาค 2 ชูโรง, ภาค 1 ยังมีจุดยืด)

กลุ่มผู้เล่นที่น่าจะชอบ
  • แฟน Dragon Quest ที่อยากปิดไตรภาค Erdrick ด้วยงานรีเมคคุณภาพ
  • คอ JRPG คลาสสิกที่ต้องการสัมผัส “ต้นแบบ” ของแนวนี้ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย
  • ผู้เล่นใหม่ของซีรีส์ที่รับได้กับการเล่าเรื่องเรียบๆ แต่ต้องการระบบต่อสู้เทิร์นเบสที่ปรับให้สมัยใหม่แล้ว

เนื้อเรื่อง (สปอยล์โครงโดยย่อ)
Dragon Quest I
ฮีโร่ผู้สืบสายเลือด Erdrick ออกเดินทางจาก Tantagel เพื่อโค่น Dragonlord กอบกู้อาณาจักร Alefgard ฉบับรีเมคเพิ่มบทสนทนา–โลเคชัน–บอส–เควสต์ (เช่นภารกิจ “กุญแจวิเศษ” ช่วยลดความจุกจิกจากต้นฉบับ) แต่ความเรียบของพล็อตและการผจญภัยคนเดียวทำให้ผูกพันตัวละครรองได้ยาก และจังหวะหลายช่วงดูยืดเยื้อไปบ้าง 
Dragon Quest II
รุ่นลูกหลานสามกษัตริย์แห่ง Midenhall–Cannock–Moonbrooke รวมทีมต่อกรลัทธิ Hargon การเพิ่มคาแรกเตอร์และบทพูดทีม เพิ่ม “เจ้าหญิง Cannock” เป็นสมาชิกใหม่ ทำให้ทั้งการเล่าเรื่องและคอมแบตสนุกขึ้น รู้สึกเป็น “ภาคที่แข็งแรงกว่า” ในแพ็กนี้อย่างชัดเจน

[Review] รีวิวเกม Dragon Quest I & II HD-2D Remake
รีวิวเกม Dragon Quest I & II HD-2D Remake

ระบบการเล่น
  • เทิร์นเบสคลาสสิก ปรุงรสใหม่: ภาค 1 ยังเล่นเดี่ยว แต่ถูกชดเชยด้วยสกิล/เวทมากขึ้นและศัตรูแบบหลายตัว; ภาค 2 เด่นด้วยระบบปาร์ตี้ จึงมีกลยุทธ์และการจัดคอมโบหลากหลายกว่า 
  • คุณภาพชีวิตสมัยใหม่: minimap, มาร์คเกอร์เป้าหมาย, Zoom ใช้ง่ายขึ้น, ศัตรูหลากหลาย, Skill Scrolls แจกสกิลเฉพาะให้ตัวละคร เพิ่มชั้นเชิงการวางแผน (โดยเฉพาะภาค 2) และสามารถเปิด/ปิดฟีเจอร์ได้ตามใจผู้เล่น 
  • งานภาพ–เสียง: สไตล์ HD-2D สวยเด่น รายละเอียดจุกจิกในฉากและพิกเซลอาร์ตไอเทมเฉพาะชิ้น สกอร์ออเคสตราเติมบรรยากาศผจญภัยคลาสสิกได้ยอดเยี่ยม 
  • หมายเหตุด้านระบบอัตโนมัติ/ลดการ “กรายน์”: เวอร์ชันรีเมคมีระบบสู้แบบอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้น ช่วยเคลียร์ศัตรูทางผ่านได้ไวขึ้น แต่บอสยังควบคุมเองจะปลอดภัยกว่า ตามคำอธิบายจากทีมพัฒนา 

เปรียบเทียบกับเกมใกล้เคียง
  • Dragon Quest III HD-2D Remake: ภาค 3 ให้ประสบการณ์ “กลมและสด” กว่าโดยรวม และหลายฟีเจอร์ QoL ของภาค 3 ถูกยกมาที่แพ็กนี้ แต่ GameSpot ยังมองว่าภาค 3 และ DQXI เป็นตัวเลือกแนะนำก่อนสำหรับมือใหม่ ส่วนแพ็ก I&II เหมาะกับคนที่อยาก “ปิดไตรภาค” หรืออินกับความคลาสสิกมากกว่า 
  • JRPG HD-2D รุ่นใหม่ (เช่น Octopath Traveler): แพ็ก I&II เน้นการอนุรักษ์รสคลาสสิกมากกว่าโครงสร้างสมัยใหม่ จึงเรียบง่ายกว่า แต่ให้คุณค่าด้านประวัติศาสตร์และงานศิลป์สูง
  • กระแสรีวิวภาพรวม: คะแนนวิจารณ์เฉลี่ยระดับ “ดีมาก” (Metascore ~84) ชี้ว่าคุณภาพแพ็กโดยรวมแข็งแรง โดยเฉพาะฝั่งภาค 2 ที่หลายสำนักมองว่าโดดเด่นกว่าอย่างชัดเจน 

บทสรุป
Dragon Quest I & II HD-2D Remake คือการบูรณะสองตำนานให้กลับมามีชีวิตด้วยงานศิลป์ระดับพรีเมียมและระบบที่ “เป็นมิตร” กับผู้เล่นปัจจุบัน แม้ ภาค 1 จะยังติดยืดและเรียบง่าย แต่ ภาค 2 ยกระดับทั้งทีมตัวละคร จังหวะเรื่อง และการต่อสู้ จนกลายเป็น “พระเอก” ของแพ็กนี้ ใครอยากสัมผัสรากเหง้า JRPG ด้วยงานนำเสนอร่วมสมัย นี่คือชุดที่ คุ้มค่า — โดยเฉพาะถ้าเล่นต่อจาก DQIII HD-2D เพื่อปิดไตรภาคให้ครบถ้วน (ระวังประเด็นไม่มีอัปเกรด/ข้ามเซฟบน Switch → Switch 2)

[Review] รีวิวเกม Dragon Quest I & II HD-2D Remake
รีวิวเกม Dragon Quest I & II HD-2D Remake
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Steam Wallet THB

99999+ ขายแล้ว
12 ฿ - 3,000 ฿
คีย์เกม / ไอเทมในเกม

คีย์เกม Steam ราคาถูก

99999+ ขายแล้ว
Steam Key (Code)
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

บัตรเติมเงิน PSN Thai (Z3) PlayStation Plus

30000+ ขายแล้ว
500 ฿ - 2,500 ฿
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

บัตรเติมเงิน PSN US (Z1) PlayStation Plus

5505 ขายแล้ว
$10 - $100
แชท