Nioh 3 คือการกลับมาของ Team Ninja ที่ “อัปเกรดสูตรเดิมให้โหด มัน และลื่นกว่าเดิม” โดยยังคงแก่นแบบโซลส์ไลก์ (ตายแล้วเสียทรัพยากร, ด่านมีทางลัด, ความยากจัด) แต่ชูจุดขายที่ซีรีส์ถนัดอย่าง คอมแบตความเร็วสูง + การสลับท่าต่อคอมโบ พร้อมเพิ่ม 2 สไตล์การต่อสู้ “Samurai ” และ “Ninja ” ที่สลับได้ทันที และปรับโครงสร้างเป็น “open field” ให้สำรวจและหากิจกรรมได้มากขึ้น ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นโดยไม่ลดความท้าทาย
วันที่วางจำหน่าย
วางจำหน่าย: 6 กุมภาพันธ์ 2026
ข้อมูลของเกม (สรุปสั้นๆ)
แนว: Action RPG / Soulslike ผู้พัฒนา: Team Ninja โทนเกม: ญี่ปุ่นประวัติศาสตร์ผสมแฟนตาซี โยไค/คติชนญี่ปุ่น โครงสร้างหลัก: เน้นคอมแบต, เก็บลูท, ปั้นบิลด์, สำรวจในรูปแบบ “open field”
จุดเด่น (Highlights)
2 สไตล์การต่อสู้ Samurai/Ninja แยกบิลด์ชัด และสลับกลางคอมโบได้ ทำให้การบู๊ “ลึก” และมีมิติขึ้น คอมแบตยังคงความ “ดีที่สุดของซีรีส์” ทั้งจังหวะ Ki Pulse/สลับท่า/เทคนิคใหม่ ๆ “open field ” ชวนสำรวจ มีรางวัลเป็นรูปธรรม (ปลดสกิล/ของ/กิจกรรม) ปรับ QoL เรื่องการเก็บ-คัด-ทิ้งลูท ลดเวลาจมเมนู
จุดด้อย (ข้อสังเกต)
ภาพ/กราฟิก ไม่สม่ำเสมอ และบางจุดเฟรมเรตตก ลูทเยอะมากจนของส่วนใหญ่ “ไม่ค่อยมีความหมาย” แม้ระบบจัดการจะดีขึ้นแล้ว
คะแนนรีวิว
กลุ่มคนที่น่าจะสนใจ
เหมาะมากถ้าคุณเป็น…
แฟน Nioh / Team Ninja ที่อยากได้ภาคที่ “ใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น แต่เข้าถึงง่ายขึ้น” คนที่ชอบ soulslike สายคอมแบตเร็ว มากกว่าสายเดินช้า/ยกโล่ถึก ๆ คนที่ชอบ ปั้นบิลด์ 2 สาย แล้วสลับสไตล์เล่นตามสถานการณ์ (ซามูไรหนักแน่น vs นินจาคล่องไว) คนที่อยากได้เกมแอ็กชันยากแต่ “ไม่ตัน” เพราะโครงสร้าง open field ทำให้ไปทำอย่างอื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาลุยบอสได้
เนื้อเรื่อง (โดยละเอียดแบบไม่สปอยล์หนัก)
Nioh 3 ยังคงสูตร “ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น + เรื่องแต่ง + โยไค” ที่ผลักผู้เล่นจากสมรภูมิหนึ่งไปอีกสมรภูมิหนึ่ง โดยรอบนี้มีลูกเล่นสำคัญคือ การเดินทางข้ามยุค ทำให้คุณได้ไปบู๊ในหลายช่วงเวลาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เช่น Edo, Warring States (Sengoku), Heian, และ Bakamatsu ซึ่งแต่ละยุคมีบรรยากาศและภาพจำต่างกันชัด โดยภาพรวม “เรื่อง” ไม่ใช่จุดที่โดดเด้งที่สุดของเกม แต่ทำหน้าที่ได้ดีในการพาไปเจอฉากรบใหม่ ๆ และศัตรูใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ระบบการเล่น (Gameplay) แบบเจาะแกนหลัก
1) สองสไตล์: Samurai vs Ninja
Samurai : กลิ่นอาย Nioh แบบคลาสสิก เน้นปะทะ, อาวุธหนัก/กลาง, Ki Pulse (กดจังหวะเพื่อฟื้นสแตมินา) และเทคนิคเสริมอย่าง Arts Gauge เพื่อปล่อยท่าที่แรงขึ้นโดยไม่กิน Ki Ninja : สายเร็ว คล่อง หลบไว ใช้อาวุธเร็ว ๆ และมี “Mist ” ช่วยหลบ/ล่อ/สร้างเงา พร้อมนินจุตสึหลากหลาย (ของปา/ท่าพิเศษ/โจมตีปิดระยะ) และความสนุกของการหายวับไปด้านหลังเพื่อทำดาเมจเพิ่ม จุดขายคือ สลับสองสไตล์ได้ทันที เพื่อทำคอมโบ/เบรกท่าศัตรู/ปรับจังหวะการเล่น 2) ระบบเสริมที่ทำให้ “บู๊ลึก”
ยังมีระบบแน่น ๆ ตามสไตล์ซีรีส์ เช่น สกิลทรี, Martial Arts, Guardian Spirits, Soul Cores และรูปแบบใหม่ของ Yokai Shift ที่เรียกว่า Living Artifact (แปลงร่างพลังวิญญาณชั่วคราว เพิ่มความอึดและเติมธาตุให้การโจมตี)
3) โครงสร้าง “open field” และการสำรวจ
ไม่ใช่โอเพ่นเวิลด์เต็มตัว แต่เป็น “open field ” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างด่านเส้นตรงแบบเดิมกับโลกเปิด มีหลายแมปให้สำรวจ และออกแบบให้ “คัดแล้ว” มากกว่าโอเพ่นเวิลด์กว้าง ๆ การสำรวจ “คุ้ม” เพราะมีรางวัลชัด (เจอโยไคเป็นมิตรเพื่ออัปเกรด/ปลดสกิล, เคลียร์ฐานศัตรู, เควสต์ย่อยที่โยงเรื่องหลัก) 4) ลูท และ Quality of Life
เกมยังคงความเป็น “ลูทถล่ม” แต่เพิ่มตัวช่วย เช่น ตั้งค่าเก็บอัตโนมัติ/คัดทิ้งตามระดับแรร์/เลือกเอาไปขาย-แลกทรัพยากร-แยกชิ้นส่วน ลดภาระการจัดกระเป๋า
เปรียบเทียบกับเกมใกล้เคียง
เทียบ Nioh 2 : ภาค 3 “ใหญ่และซับซ้อนขึ้น” แต่กลับ เข้าถึงง่ายขึ้น (เพราะ open field และความยืดหยุ่นเวลาไปทำอย่างอื่นก่อน) เทียบ Dark Souls / Sekiro (FromSoftware) : Nioh 3 ยังอยู่ในร่ม soulslike แต่เด่นที่ ความเร็ว, จังหวะต่อคอมโบ, การสลับสไตล์/ท่า และความเป็น “เกมแอ็กชันเชิงเทคนิค” มากกว่า เทียบเกมสาย Team Ninja เองอย่าง Wo Long / Rise of the Ronin : รีวิวชี้ว่า Nioh 3 เหมือนการ “หยิบบทเรียน” จากงานช่วงหลายปีมารวมกัน โดยเฉพาะไอเดียด้านโครงสร้างแผนที่และความรู้สึกการสำรวจที่ใกล้เคียง Rise of the Ronin แต่ถูกคัดให้กระชับและโฟกัสกว่า
บทสรุป: เกมเป็นยังไง น่าสนใจยังไง และเหมาะกับใคร
โดยรวม Nioh 3 ถูกมองว่าเป็น
ภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์ ด้วยการเพิ่มของใหม่ที่ “เข้าเป้าแทบทั้งหมด”—คอมแบตยังสุดยอด แถมได้สองสไตล์ที่เล่นต่างกันจริง, โครงสร้าง open field ทำให้สำรวจสนุกและช่วยให้ผู้เล่นมีทางเลือกเวลาเจอบอสตึง ๆ
ถ้าคุณอยากได้แอ็กชัน RPG ที่
ยากแบบมีชั้นเชิง , บู๊มันมือ, ปั้นบิลด์ลึก และชอบธีมญี่ปุ่น/โยไค—นี่คือเกมที่ “ไม่ควรพลาด” ตามข้อสรุปของรีวิว
[Review] รีวิวเกม Nioh 3 [Review] รีวิวเกม Nioh 3