แพลตฟอร์ม : NSคะแนน : 5/10 (Mediocre) Harvest Moon หรือตอนนี้ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในชื่อ Story of Seasons เป็นเกมที่เติบโต และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้เป็นอย่างดี ในการนำเสนอเกมชุดนี้ออกมา ได้มีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย ทำให้ผู้เล่นหลายคนแอบรู้สึกผิดหวัง แม้ว่านี่จะเป็นเกมที่พัฒนามาใหม่ก็ตาม Story of Seasons: Friends of Mineral Town ได้เดินทางมาจากเกมบอยแอดวานซ์ในปี 2003 สู่ปี 2020 ด้วยรูปแบบและกราฟิกที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม แต่ระบบการเล่นก็ยังคงไม่ต่างไปจากเดิมมากนัก
หลังจากเลือกตัวละครของเราแล้ว เราจะออกเดินทางไปสู่ฟาร์มที่เราได้รับเป็นมรดกจากคุณปู่ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นฟาร์มเดียวกับที่เราเคยมาใช้ชีวิตในฤดูร้อนเมื่อ 20 ปีก่อน ช่วงแรกอาจจะไม่แน่ใจว่า เพราะอะไรเราถึงต้องมาใช้ชีวิตในฟาร์มแห่งนี้ แต่เราต้องเริ่มดูแล และพัฒนาฟาร์มแห่งนี้ต่อไป โดยการเริ่มต้นง่าย ๆ ก็คือการปลูกพืชผักนั่นเอง การปลูกพืชผัก เป็นหนึ่งในวิธีการหาเงินหลักในเกมนี้ เราจะยังไม่สามารถพัฒนาผลผลิตจากการปลูกได้มากนัก จนกว่าเราจะมีพื้นที่ และอุปกรณ์ที่เพียบพร้อม ซึ่งจะใช้งานได้ในช่วงปีที่ 2 นั่นอาจจะต้องใช้เวลาในการเล่นเกม 25 ถึง 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว การอัพเกรดบัวลดน้ำ จะช่วยให้ปลูกพืชได้มากขึ้น แต่นั่นก็หมายถึงก็ต้องใช้พลังงานในการปลูกพืชผักมากขึ้นเช่นกัน
การอัพเกรดอุปกรณ์ทำฟาร์มเป็นทางเลือกที่ดี แต่วิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มผลผลิตคือการให้เหล่าคนแคระที่อาศัยอยู่ในเมืองมาช่วยเหลือ คนแคระทั้ง 7 คนจะอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังโบสถ์ และรอคอยการมาเยี่ยมเยียนของเรา เราจะได้รับความไว้วางใจจากพวกเขาก็ต่อเมื่อพูดคุย หรือให้ของขวัญ เมื่อระดับมิตรภาพของเหล่าคนแคระเพิ่มขึ้นมาในระดับนึงแล้ว เราจะสามารถขอให้พวกเขามาช่วยเหลืองานในฟาร์มได้ ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำ การเก็บพืชผัก หรือการดูแลสัตว์
จะสังเกตว่า เหล่าคนแคระไม่ค่อยเก่งในงานที่เราไหว้วานให้พวกเค้าทำซักเท่าไหร่ เราจำเป็นต้องฝึกฝนเหล่าคนแคระผ่านมินิเกม ซึ่งเป็นมินิเกมที่จะสอดคล้องกับความสามารถของเหล่าคนแคระ อย่างเกมรดน้ำ เกมดูแลสัตว์ เกมให้อาหารไก่ หรือเกมเก็บเกี่ยวพืชผัก เกมเหล่านี้สร้างความสนุกสนานอยู่ไม่น้อย แต่ว่าอาจจะต้องเล่นหลายเกมหน่อย เพื่อที่จะเพิ่มระดับความสามารถของเหล่าคนแคระ โดยคนแคระทั้ง 7 คน จะเพิ่มระดับความสามารถทีละอย่าง ดังนั้นอาจจะต้องให้เวลากับการเล่นมินิเกมมากหน่อยในช่วงแรก ๆ
ในเกมไม่ได้มีเป้าหมาย หรือภารกิจบังคับ ภาพรวมคือต้องทุ่มเทความพยายามเพื่อที่จะพัฒนาฟาร์มแห่งนี้ และบอกกับตัวเองว่าตัวเองจะกลายเป็นคนมีฐานะในซักวันหนึ่ง ความก้าวหน้าทั้งหมดที่เราทำส่งผลต่อเมือง Mineral พวกเค้าจะยินดีที่เราเปลี่ยนฟาร์มที่รกร้าง ให้กลายเป็นฟาร์มที่เจริญรุ่งเรือง
การทำฟาร์มไม่ใช่วิธีเดียวที่จะทำให้ได้เงินมา เรายังสามารถหาเงินจากการขุดเหมืองแร่ และตกปลาได้อีกด้วย แต่กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ให้เงินมากเท่าไหร่ และยังไม่สนุกเท่ากับการทำฟาร์มอีกด้วย การขุดเหมืองแร่นั้น ขึ้นอยู่กับโชค และอาหารที่ใช้ฟื้นฟูพลังงานที่เราเตรียมมา ที่เหมืองแร่ในแต่ละชั้นมีโขดหินจำนวนมากที่เราสามารถขุดเพื่อหาแร่ได้ ซึ่งวิธีเดียวที่จะได้แร่มาคือการใช้จอบขุด ซึ่งในเกมไม่มีการบ่งบอกใด ๆ ว่าแร่อยู่บริเวณไหนบ้าง โดยอาจจะเสียพลังงานไปมากมายกับการขุดหาแร่ และมีความเป็นไปได้ที่จะออกมาจากเหมืองแร่มือเปล่าด้วยเช่นกัน
การอัพเกรดค้อน หรือจอบ ไม่ได้ช่วยในเรื่องการระบุพื้นที่ที่จะพบแร่ ดังนั้นต้องเริ่มจากการค้นหาตั้งแต่ชั้นที่ 1 ของเหมืองแร่ แร่นั้นไม่ได้ขายได้ราคาดีนัก แต่เป็นวัตถุดิบจำเป็นสำหรับการอัพเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ ในขณะที่อัญมณีสามารถขายได้ราคาดีกว่า แต่จะสามารถขุดพบอัญมณีที่เหมืองทะเลสาบได้ในแค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น หากไม่เคยอัพเกรดอุปกรณ์ในการขุด ก็จะเสียพลังงานมากมายในการตามหามัน
ในขณะเดียวกัน การตกปลาเองก็ใช้โชคไม่ต่างจากการขุดเท่าไหร่นัก การอัพเกรดคันเบ็ดจะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ตกปลาตัวใหญ่ได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับเครื่องหมายตกใจที่แสดงตอนปลาติดเบ็ด และจังหวะในการกดปุ่มของเราเอง การกระทำแบบนี้อาจทำให้รู้สึกเบื่อได้ง่าย ๆ หากทำทุกอย่างได้ถูกจังหวะ ก็อาจจะตกปลาได้ หรืออาจจะเจอกระป๋อง ขยะต่าง ๆ หรือแม้แต่ปลาที่ตกมาอาจจะหนีไปได้เช่นกัน เกมมีลูกเล่นที่อาจจะทำให้สับสนบ้างในช่วงแรก แต่ในการตกปลาก็สามารถพบปลาได้หลากหลายชนิด และปลาเหล่านี้สามารถนำไปขายได้ โดยราคาของมันจะขึ้นอยู่กับขนาด และสายพันธุ์นั่นเอง
กิจกรรมทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อการหาเงิน ซึ่งเงินถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในสำหรับการดำเนินชีวิตในเกมนี้ ในเกมนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี ๆ และในเมือง Mineral แห่งนี้ ไม่มีอะไรที่ใช้คำว่าราคาถูกได้เลย การอัพเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือการปรับปรุงบ้าน ล้วนใช้เงินเป็นจำนวนมาก ยิ่งในช่วงหนึ่งปีแรกของเกมเงินจะหายากมาก ผลผลิตจากการทำฟาร์ม และช่องทางการหาเงินอื่น ๆ ถึงแม้ว่าจะมีมาอยู่ตลอด แต่ในการใช้เงินแต่ละครั้ง ก็ต้องตัดสินใจให้ดี
สัตว์เลี้ยงที่ให้ผลผลิตต่าง ๆ ค่อนข้างราคาสูง อาจจะไม่คุ้มทุนสำหรับการเล่นในช่วงปีแรก นอกจากราคาสูงแล้ว เกมยังจำกัดเรื่องการซื้อสัตว์ในราคาที่ถูกกว่า การซื้อแม่วัวจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการซื้อวัว แต่ในเกมมีวัวถึง 4 สายพันธุ์ และแม่วัวสามารถตั้งครรภ์วัวได้เพียงครั้งละ 1 ตัว ดังนั้นหากต้องการผลผลิตประเภทนมทั้ง 4 ประเภท เราก็ต้องลงทุนในการซื้อแม่วัวทั้ง 4 สายพันธุ์
ที่เมือง Mineral เป็นเมืองที่สดใส และมีร้านค้ามากมาย ภายในเมืองเต็มไปด้วยชาวบ้านที่แปลกตา และอุปนิสัยที่แตกต่างกันออกไป ชาวบ้านส่วนใหญ่ จะมีสถานที่ประจำที่ตนเองชอบอยู่ ร้านค้าที่อยู่ภายในเมืองส่วนหนึ่งก็เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านเหล่านั้น เราสามารถทำการผูกมิตรกับชาวบ้านได้เช่นเดียวกับที่ทำการผูกมิตรกับเหล่าคนแคระ การพูดคุยกับพวกเขา หรือการวิ่งหาของขวัญมามอบให้ อาจะเป็นเรื่องชวนน่าเบื่อ แต่ปฏิกิริยาของเหล่าชาวบ้าน หรือบนสนทนาที่น่าสนใจ ก็ชวนให้เกมสนุก และแอบชวนยิ้มในบางครั้งเหมือนกัน
เหล่าหนุ่ม สาว ที่ยังโสดในเมือง Mineral จะมีสัญลักษณ์หัวใจแสดงให้เห็นเวลาทำการสนทนาด้วย ซึ่งตัวละครเหล่านี้จะสามารถปลดล็อคเหตุการณ์บางอย่างได้ แต่ละเหตุการณ์ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตัวละครเหล่านี้โดยเฉพาะ การเพิ่มระดับของสัญลักษณ์หัวใจ จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวละครเหล่านั้นให้มาใช้ชีวิตร่วมกับเราในฐานะคนรักได้
เหล่าตัวละครที่จะมาเป็นคู่ชีวิตทั้งหมด จะมีความชอบ และสิ่งที่ไม่ชอบแตกต่างกันออกไป แม้แต่หมอประจำเมืองที่ทุกคนเรียกว่า Doctor ก็เช่นกัน การที่ได้พูดคุยกันบ่อย ๆ จะเป็นการเพิ่มระดับความสัมพันธ์ที่ง่ายที่สุด ตัวละครแต่ละตัวจะมีการใช้คำพูด และการแสดงออกที่แตกต่างกัน ซึ่งนี่ถือว่าเป็นเสน่ห์ของชาวเมืองเลย เมือง Mineral แห่งนี้ ถ่ายทอดความรู้สึก และภาพของเมืองเล็ก ๆ ที่มีความสุขได้เป็นอย่างดี และช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกับผู้คนในเมืองนั้นก็ทำให้งานที่น่าเบื่อ ดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ ขึ้นมาเลยทีเดียว
ตลอดทั้งปีจะมีเหตุการณ์ หรืองานเทศกาลต่าง ๆ ตั้งแต่การแข่งม้า ไปจนถึงการแข่งทำอาหาร แม้ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะเป็นสีสันของเมือง แต่ในปีแรกอาจจะยังไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมเนื่องจากบางกิจกรรม มีเงื่อนไขในการเข้าร่วมที่แตกต่างกันออกไป เช่นเราอาจจะยังไม่มีม้าสำหรับการแข่งขันม้า โดยทางนายกเทศมนตรีของเมืองจะมาแจ้งเราล่วงหน้าก่อนถึงกิจกรรม หรือเทศกาลใด ๆ เสมอ
หลังจากที่เล่นเกมผ่านไปหนึ่งปี ตามเวลาในเกม เราจะพบกับไอเท็ม และการอัพเกรดใหม่ ๆ เช่นในฤดูใบไม้ผลิของปีที่ 2 จะมีเมล็ดพันธุ์ของสตอร์เบอร์รี่วางจำหน่ายที่ร้านค้า ซึ่งสตอร์เบอร์รี่จะให้ผลผลิตที่ค่อนข้างน่าพอใจ ถึงแม้ว่าเราจะรอมาทั้งปีเพื่อปลูกมันก็ตาม นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้หงุดหงิดบ้าง เช่นการปิดทำการของร้านค้าบางร้าน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แม้ว่าจะชวนหงุดหงิด แต่ก็ต้องยอมรับมัน
Story of Seasons: Friends of Mineral Town ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับเกม Remaster มากกว่า Remake ระบบในเกมส่วนใหญ่รู้สึกถึงรูปแบบเก่าๆ มากกว่าที่จะเป็นเกมสมัยใหม่ ระบบพื้นฐาน หรือการอัพเกรดที่ราคาสูงมากๆ สามารถทำความเข้าใจได้เรื่อย ๆ โดยผลที่ได้รับอาจจะไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร การมีปฏิสัมพันธ์กับคนในเมือง Mineral กราฟิกสวย และเรื่องราวชีวิตในฟาร์มถือว่าเป็นจุดเด่น แต่ท้ายที่สุดเกมก็ไม่ได้ขายดีจนเป็นที่น่าพอใจซักเท่าไหร่นัก