- แพลตฟอร์ม : PC, PS4, NS, XONE
- คะแนน : 8/10 (Great)
ในปัจจุบันการนอนหลับให้เต็มอิ่มสำหรับบางคนอาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะว่าทั่วโลกตกอยู่ในภาวะวิกฤตของโรคระบาด กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนมากมาย และเราไม่ได้เป็นคนเดียวที่ได้รับผลกระทบ บางคนถึงขั้นนอนไม่หลับและเก็บเอาไปฝันร้ายเพราะเห็นข่าวจากสื่อเกี่ยวกับความตายทุกวัน เกม Superliminal เป็นเกมที่เกี่ยวกับโลกแห่งความฝันและฝันร้าย แม้ว่ามันจะดูต่างไปจากฝันที่เราเคยได้สัมผัสมาบ้างก็ตาม เพราะมันมีทั้งรูปทรงเรขาคณิตแปลก ๆ ตรรกะของเกมที่ผิดเพี้ยน ที่จะนำพาคุณไปสู่ประสบการณ์การเล่นเกมปริศนาแบบใหม่ที่ชวนให้ขบคิดและใช้สมองผ่านจิตใต้สำนึกของคน

ในเกมนี้ เราจะได้รับบทเป็นคนไข้ของ ดร.เกล็น เพียร์ซ ที่กำลังทดลองโปรแกรมบำบัดการนอนหลับที่ชื่อว่า Somnasculpta โดยในตัวเกมจะจำลองจิตใต้สำนึกในความฝันของตัวละครเราที่กำลังถูกบำบัดโดยโปรแกรมที่ว่า ดร.เกล็น จะขอให้คุณผ่านบททดสอบต่าง ๆ เพื่อนให้จิตใจของคุณได้รับการรักษา แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นดั่งที่หวังสักเท่าไหร่ เพราะยิ่งตัวของเราได้ผ่านบททดสอบต่าง ๆ กลับกลายเป็นว่าจิตใจของเราก็ดำดิ่งลึกลงไปในสภาวะแห่งความฝันขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ยิ่งห่างใกลจากความเป็นจริงที่ตัวเรารู้จัก ซึ่งตัวเกมมันจะคล้าย ๆ กับเกม Portal ที่ผสมผสานระหว่างภาพยนต์เรื่อง Inception แม้ว่าเกม Superliminal ดูเหมือนจะได้แรงบัลดาลใจจากสองชื่อที่กล่าวมา แต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงและชัดเจน

หลักการณ์ของเกมนี้ ตัวเกมจะบอกว่าคุณจะต้องมองสิ่งต่าง ๆ จากมุมมองที่ต่างกันแล้วนำมันมาสร้างเป็นมุมมองใหม่ เพราะปริศนาภายในเกมจะเป็นการจัดการมุมมองของผู้เล่น ซึ่งผู้เล่นเองจะต้องคิดว่าจะต้องจัดการกับสภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ แบบไหนได้บ้างผ่านมุมมองบุคลที่ 1 ซึ่งหลาย ๆ ปริศนาจะเกี่ยวกับการปรับขนาดวัตถุผ่านมุมมองของเรา เช่นถ้าเราถือบล็อคสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ไว้ แล้วทำท่าวางมันลงไปบนโถงทางเดินจนทำให้มันดูเหมือนเป็นกล่องใหญ่ ผู้เล่นสามารถวางกล่องนั้นแล้วทำให้กล่องเล็ก ๆ เปลี่ยนเป็นกล่องใหญ่ได้จากมุมมองของมัน หรือเราจับวัตถุที่ดูใหญ่แล้วนำมันมาวางไว้ตรงหน้า มุมมองก็จะเปลี่ยนจากสิ่งที่ดูใหญ่ให้กลายเป็นขนาดเล็กลง ถือว่าเป็นรูปแบบการเล่นเกมปริศนาที่ท้าทายและแปลกใหม่มาก
รูปแบบการไขปริศนาถือว่าแปลกใหม่ แม้ว่าหลาย ๆ ปริศนาจะเป็นการนำเอาวัตถุเล็ก ๆ มาเปลี่ยนมุมมองขยายให้ใหญ่เพื่อผ่านด่านไป แต่ลูกเล่นมันก็มีอีกหลายอย่างที่เราสามารถทำได้ในเกมนี้ เช่นบางฉาก ถ้าหากเราหยิบวัตถุอันใหญ่ออกจากพื้นหลัง กลายเป็นว่าข้างหลังวัตถุนั้นมีปริศนาหรือไอเทมบางอย่างซ่อนอยู่อีก ทำให้เราต้องคอยสังเกตุให้ดีและมันช่วยเพิ่มความสนุกและท้าทายให้กับตัวเกมอย่างดี
บางทีในเกมเราอาจจะเจอวัตถุบางอย่างที่เกิดใหม่ได้อย่างไม่จำกัด หรือวัตถุบางอย่างจะโผล่มาเมื่อเรามองไปที่มุม ๆ หนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งอย่างที่บอกไปว่านี่มันเป็นเกมแก้ปริศนาที่แปลกใหม่ เหมือนเราได้แก้ปริศนาที่มันเป็นนามธรรมแต่จับต้องได้ ซึ่งความสนุกของมันทำให้เราบรรยายแทบจะไม่ถูกเลยทีเดียว ปริศนาในเกมก็อาจจะมีซ้ำ ๆ กันไปบ้างในหลาย ๆ ฉาก แต่เราก็จะเจอเซอร์ไพรส์ได้ตลอดทั้งเกม ทั้งการทำให้ภาพสองมิติ ดูเหมือนสามมิติให้ผู้เล่นรู้สึกสับสนในเรื่องระยะทางระหว่างวัตถุ ทำให้เราต้องทำความคุ้นเคยกับมุมมองของเกมที่นำเสนอออกมา ซึ่งมันแตกต่างจากการแก้ปริศนาแบบมีตรรกะในโลกแห่งความจริง และมันใช้กับเกมนี้ไม่ได้เลย ทำให้เราต้องคิดนอกกรอบ

ตัวเกมนั้นตลอดการเล่น มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าเราไม่มีตัวตนในเกมเท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้เห็นร่างกายตัวเอง เช่นมือ หรือเงาสะท้อนของตัวละครตัวเองเหมือนเกมอื่น ทำให้บางทีเรารู้สึกแปลก ๆ เมื่อเกมเน้นให้เราหามุมมองต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด แล้วเปลี่ยนมัน แต่เรากลับไม่รู้สึกถึงตัวตนของตัวเราเอง ซึ่งผู้เล่นเองจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้มุมมองใหม่ ๆ ผ่านทางเกม ส่วนด้านภาพของเกมเวอร์ชั่นNintendo Switch ดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาได้อยุ่ในระดับที่ดี แม้ว่าวัตถุหลายชิ้น ภายในห้องที่สามารถจับต้องได้ ก็ยังคงดูดี งานศิลป์ของเกมก็ยิ่งทำให้ประทับใจเพราะฉากจะมีตั้งแต่ห้องสีขาวที่เหมือนอยู่ในคลินิค จนไปถึงห้องโถงสีส้มใหญ่ ๆ ผสมความแฟนตาซีที่น่าประหลาดในตอนท้ายชวนให้ประทับใจ

ในด้านเนื้อเรื่อง การนำเสนอค่อนข้างเรียบง่ายแต่จะค่อย ๆ นำพาเราดำดิ่งสู่ห้วงความฝันผ่านทางคำพูดของ ดร.เกล็น และ AI ผู้ช่วยของเขาที่เราจะได้ยินเสียงพวกเขาแทรกตลอดทั้งเกม และสภาพแวดล้มของแต่ละด่านที่เราผ่านก็จะค่อย ๆ บอกถึงความรู้สึกไม่มั่นคง และอันตรายภายในจิตใจ ทุกสิ่งรอบตัวเริ่มเป็นนามธรรมมากขึ้นจนตัวละครของเราเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ได้อยากเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดนี้ ไปสู่ตอนจบที่ดูแล้วรู้สึกว่า จบแบบมันจะง่ายไปหน่อยไหม สุดท้ายการเล่นเกมมาจนถึงตอนจบนั้นก็ทำให้เราได้ฝึกสมองของเราตามกลไกของเกมที่ให้เรามองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ด้วยมุมมองใหม่ ๆ และมันเป็นการออกกำลังกายสมองที่ดีมากสำหรับผู้เล่นอย่างเรา

ทางเราได้เล่นเกม Superliminal เสร็จภายในเวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง ซึ่งมันอาจจะดูสั้น แต่ถ้ามองอีกมุมก็หมายความว่าตัวเกมนี้ไม่ได้ต้องการให้เราเล่นและจมอยู่กับมันนานเกินไป แม้จะเล่นจบแต่ก็ยังมีความรู้สึกว่าเราพลาดบางอย่าง หรือตกหล่นการสำรวจบางฉาก โดยในเกมจะแบ่งออกเป็น 9 Chapter ซึ่งแต่ละบทก็จะมีไอเดียและธีมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งบางบทบางฉากก็ผ่านง่ายและจบง่ายอย่างเหลือเชื่อ ไอเดียการแก้ปริศนาบางอย่างดีแต่ถูกนำมาใช้น้อยซึ่งเราเองหวังว่ามันจะถูกนำมาใช้มากกว่านี้ในเกม โดยรวมคือเกมนี้สนุกแต่ก็น่าผิดหวังที่ตัวเกมนั้นมันดันสั้นไปเสียหน่อย มันทำให้เราอยากเห็นว่าตัวเกมจะมีไอเดียอะไรใหม่ ๆ ให้เราได้เล่นกับมุมมองเพื่อให้ได้ขบคิดและแก้ไขปัญหามากกว่านี้
Superliminal เป็นเกมปริศนาที่มอบประสบการณ์การเล่นแบบใหม่ด้วยไอเดียที่ชาญฉลาดมากมายภายในเกม การสลับปรับเปลี่ยนมุมมองและวัตถุที่จับต้องได้ที่ต้องนำมาใช้แก้ปริศนาที่สนุกและท้าทาย และรูปแบบเกมการเล่นที่ดูคุ้นเคยแต่แปลกใหม่ในหลาย ๆ ด้าน ทำให้เกมนี้ประสบความสำเร็จที่จะนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ของเกมแก้ปริศนามุมมองบุคลที่ 1 ที่สดและใหม่แบบที่ไม่เคยมีเกมใดทำมาก่อน