- แพลตฟอร์ม : NS
- คะแนน : 8/10 (Great)
แม้เกมที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการส่งผู้คนไปสู่ความตายนั้นจะพบเห็นได้อยู่ทั่วไป เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเนื้อหาอันแสนยอดนิยมของวงการอุตสาหกรรมเกมเลยก็ว่าได้ โดยส่วนใหญ่ก็มักจะมาในรูปแบบของ FPS ที่เราต้องสาดกระสุนใส่ฝั่งตรงข้ามให้รู้ดำรู้แดงกันไป แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นไม่ใช่สิ่งที่ “Spiritfarer” เกมอินดี้แสนยอดเยี่ยมเกมนี้กำลังจะนำเสนอ และรับรองได้เลยว่าหากคุณก้าวเข้ามาสัมผัสกับมันแล้ว คุณเองจะมีมุมมองกับโลกหลังการจบชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม

เนื้อหาเกี่ยวกับการพาผู้คนลาจากโลกที่ Spiritfarer ได้กล่าวถึงก็คือ การสร้างความมั่นใจว่าในวาระสุดท้ายของชีวิตนั้นจะพบกับความสงบสุขที่แท้จริง โดยเราจะต้องช่วยเหลือเหล่าผองเพื่อนผู้ร่วมเดินทางในการเติมเต็มคำขอสุดท้ายของพวกเขา และยื่นมือเข้าไปสะสางสื่งต่าง ๆ ที่พวกเขาค้างคาใจ เพื่อให้เหล่าดวงวิญญาณทั้งหลายพร้อมพี่จะบอกลาจากโลกนี้อย่างมีความสุข ซึ่งแน่นอนว่าการดำเนินเรื่องแบบนี้ถือเป็นมุมมองใหม่ที่เราได้เห็นในเกมประเภทนี้เลยทีเดียว และนี่เองจึงทำให้ Spiritfarer ถือเป็นอัญมณีชิ้นน้อย ๆ อีกชิ้นที่ทั้งอ่อนโยน ละเอียดอ่อน แถมยังอบอวลไปด้วยความอบอุ่นปนโศกเศร้า และจะเข้ามาประดับให้อุตสาหกรรมเกมนั้นสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

เราจะได้รับบทเป็น Stella ที่มาพร้อมน้องแมวคู่ใจอย่าง Daffodil ซึ่ง Stella นั้นรับหน้าที่เป็นSpiritfarer หรือผู้ส่งวิญญาณต่อจาก Charon ที่เวลาต้องจากลาของเขานั้นมาถึงแล้ว โดยบทบาทดังกล่าวนั้นต้องคอยเดินทางนำพาผองเพื่อนทั้งหลาย “ข้ามฝาก” หรือก็คือนำเหล่าวิญญาณไปสู่การพักผ่อนครั้งสุดท้ายอย่างสง่างามนั้นเอง โดยเราจะได้ล่องเรือไปในท้องทะเลที่ยิ่งใหญ่แห่งชีวิตหลังความตาย และต้องคอยรวบรวมทรัพยากรจากดินแดนต่าง ๆ เพื่อทำให้เรือลำนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าประสงค์สุดท้าย นั้นก็คือการช่วยให้เหล่าดวงวิญญาณเอาชนะปมในอดีต และบอกลาเราด้วยรอยยิ้ม

จุดเด่นของเกมที่เราจะสังเกตเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนเลยก็คืออนิเมชันที่งดงามในทุกกระเบียดนิ้ว โดยตัวละครทุกตัวต่างเคลื่อนไหวได้อย่างสมูท และมีเสน่ห์ แม้แค่เห็นเจ้าแมวน้อยอย่าง Daffodil วิ่งไปรอบ ๆ ก็เพลิดเพลินตาแล้ว นอกจากนี้ทางผู้ผลิตยังใส่รายละเอียดถึงขั้นที่ว่าเรามองเห็นวิธีที่ Stellaขมวดคิ้วในบทสนทนาที่น่าสงสัย ในด้านเอฟเฟกต์ภาพในขณะที่คุณแล่นบนพื้นแม่น้ำ หรือตะลุยตามมินิเกมต่าง ๆ ก็ดีงามไม่แพ้กัน นี่เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ยอดเยี่ยม และเป็นกราฟิกที่เนียนที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นบน Nintendo Switch เลยก็ว่าได้
สำหรับในด้านของภารกิจที่เราต้องดำเนินการนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นงานที่ค่อนข้างหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกเรือสำรวจความลึกลับของทะเล รวบรวมทรัพยากรเพื่อสร้าง และอัปเกรดเรือ ทำฟาร์ม ขุดเหมือง ตกปลา เก็บเกี่ยว ทำอาหาร ทอผ้า และสิ่งสำคัญที่สุดคือการคอยทำตามคำขอ และชี้นำเหล่าวิญญาณ จนพวกเขาพร้อมที่จะจากไปอย่างสงบ ซึ่งบอกได้เลยว่าการเล่นนั้นเป็นไปได้อย่างสมูท และไม่ติดขัดเลยทีเดียว เหล่าภารกิจที่หลากหลายทั้งหมดนี้จะสร้างความเพลิดเพลินได้อย่างเหลือเชื่อ

ทว่าก็มีสิ่งที่ขาดหายไปจากการเล่น Spiritfarer เช่นเดียวกัน นั่นก็คือการไร้ซึ่งความกดดันพื้นฐานของเกม กล่าวคือคุณเองไม่สามารถตายหรือล้มเหลวเลยด้วยซ้ำ แถมตัวเกมยังดำเนินไปค่อนข้างไม่ทันใจสำหรับใครหลาย ๆ คน ซึ่งช่วงหลังของการเล่นอาจจะทำให้เรารู้สึกถึงความซ้ำซากจากการสนทนาที่มากเกินจำเป็น และนี่อาจจะทำให้ประสบการณ์ทั้งหมดที่คุณกำลังจะได้รับเป็นเรื่องง่าย ราบเรียบ และไม่ยุ่งยากเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าขาดการกระตุ้นจากตัวเกมโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ความสนิทสนมที่อบอุ่น และน่าพึงพอใจกับเหล่าตัวละครก็ยังพอช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีให้เราดำเนินเรื่องต่อไปได้จนถึงฝั่งฝัน