Admin 2021-03-27
รีวิว Scott Pilgrim Vs. The World: The Game
  • แพลตฟอร์ม : PC
  • คะแนน : 7/10 (GOOD)

Scott Pilgrim Vs. The World
เป็นเกมที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนคอมมิคในชื่อเดียวกัน แถมยังเคยถูกดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นคนแสดงอีกด้วย การกลับมาในรูปแบบเกมครั้งนี้ ตัวเกมจะเป็นแนวเดินหน้าต่อสู้ผ่านด่าน ที่สามารถเล่นกับเพื่อนได้ แถมยังสอดแทรกและนำเสนอความเนิร์ด ความ Geek ลงในเกมให้ผู้เล่นที่ชื่นชอบความ Retro ได้หวนคิดถึงในวัยเด็ก

รีวิว Scott Pilgrim Vs. The World: The Game

เรื่องราวของเกม ก็จะอิงตามหนังสือการ์ตูน เมื่อสก็อต พิลกริม ได้พบกับหญิงสาวในฝันที่ชื่อ ราโมนา ฟลาวเวอร์ส ทั้งสก็อตและผองเพื่อนของเขารวมถึงราโมนา ต้องต่อสู้ฝ่าฟันกับเหล่าร้ายที่พยายามจะมาขัดขวางความรักของทั้งสอง ตัวเกมจะนำเสนอรูปแบบการเล่นเหมือนเกมอาร์เคดคลาสสิคสมัยก่อน ประกอบกับภาพกราฟฟิคย้อนยุคที่ดูไม่ตกยุค สีสันน่ารักสดใส ทำให้ย้อนวัยละนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ สำหรับเกมเมอร์บางคน


มองดูก็รู้เลยว่า รูปแบบของเกมนี้ได้แรงบัลดาลใจมากจากเกมจำพวก Final Fight หรือ City Ransom(เกมคุนิโอะ) และตัวเกมตอนนี้วางจำหน่ายในรูปแบบ Complete Edition ที่จะเพิ่มโหมดใหม่เข้ามาถึง 4 โหมด ทั้งโหมดดอดจ์บอลหรือซอมบี้ และยังมีตัวละครเสริมให้เลือกเล่น ที่สำคัญที่สุดก็คือมันได้เพิ่มการเล่นแบบออนไลน์เข้ามาให้ด้วย

รีวิว Scott Pilgrim Vs. The World: The Game

จุดเด่นของเกมที่เห็นได้ชัดก็คือ การนำเสนอ ทั้งภาพกราฟฟิค 2D แบบ 16bit ที่มีรายละเอียดเยอะ ทั้งฉากหลังและอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวที่ดูลื่นไหล ประกอบกับเสียงเพลงแนว Chiptune ที่ได้ศิลปินทำเพลงแนวนี้ชื่อดังอย่างวง Anamanaguchi มาร่วมสร้างสรรค์ ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับตัวเกมหลัก ที่ใช้เวลาเล่นราวๆ 3 ชั่วโมง สอดแทรกทั้งมุกตลกร้ายๆ หรือนำเสนอความ Retro ที่จับเกมต่างๆ และภาพยนต์ในยุคเก่ามาล้อเลียนให้มีสีสันในรูปแบบของตัวเอง


แม้ตัวเกมจะนำเสนอความเนิร์ดของชาวเกมในยุคเก่า แต่ตัวเกมก็ไม่ได้ทิ้งระบบการเล่นหลักอย่างการต่อสู้ที่ออกแบบมาได้สนุก สะใจ และเล่นง่าย ด้วยการบังคับปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่ม ภารกิจเป็นเส้นตรงให้ซัดแหลก แต่มันก็อาจจะน่าเบื่อเมื่อเราเล่นไปถึงช่วงหนึ่ง ซึ่งมันเป็นปัญหาเฉพาะของเกมแนวนี้ แต่การเล่นก็มีอะไรให้ทำหลากหลาย ทั้งการพัฒนาตัวละครให้เก่งขึ้น ต่อสู้ร่วมกับเพื่อนๆ ใช้ท่าพิเศษต่างๆ ที่เพิ่งได้มาใหม่ หรือกดร่วมโจมตีกับเพื่อน แม้ว่าตัวเกมจะสั้นและเล่นจบไว แต่เราก็สามารถหยิบมันมาเล่นซ้ำได้หลายรอบเพื่อค้นหาคอมโบใหม่ๆ ได้

รีวิว Scott Pilgrim Vs. The World: The Game

ภายนอกตัวเกมก็จะดูเหมือนเป็นเกมแนวเดินหน้าต่อสู้ แต่เกมนี้ยังใส่ระบบ RPG เพิ่มเข้ามา โดยเราจะนำพวกสิ่งของที่ตกจากศัตรู มาอัพเกรดตัวละครของเราทั้งค่าสถานะต่างๆ และเพิ่มสกิลใหม่ๆ รวมไปถึงการซื้อไอเทมต่างๆ เพื่อเพิ่มพลังให้ตัวละคร ที่บางทีเราอาจจะลืมในส่วนนี้ไปเพราะจังหวะการเล่นของเกมที่มันต่อเนื่อง ซึ่งกว่าจะรู้ตัว เราก็เจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งแล้วเราผ่านได้ยาก เราก็ต้องย้อนกลับไปอัพเกรดตัวละครซึ่งมันอาจจะทำให้ดูน่ารำคาญได้บ้าง


เกมนี้จะสนุกมากขึ้นถ้าเล่นกับเพื่อน ฉากตะลุมบอนสู้ศัตรูสุดมันส์ แต่เราก็สามารถเล่นคนเดียวจบได้โดยไม่ได้ยากมากมายขนาดนั้น ถ้าเราเล่นคนเดียวก็อาจจะต้องเจอกับฝูงศัตรูที่อาวุธครบมือพร้อมกัน 10 ตัว รุมโจมตีเราเข้ามาทำให้ไม่มีจังหวะลุกขึ้นสวนกลับเลย ตรงนี้อาจจะทำให้หงุดหงิดได้บ้าง แต่เราก็ต้องวางแผนการเล่นนิดหนึ่งโดยการเลือกที่จะหลบเลี่ยงศัตรูและจัดการพวกมันไปทีละตัว ทำให้จังหวะการเล่นของเกมเปลี่ยนไปจากการเดินหน้าต่อสู้ ต้องค่อยๆ สู้ทีละตัว ตรงนี้มันเป็นปัญหาของเกมมากกว่าที่จะเป็นสิ่งที่ตัวเกมพยายามนำเสนอ

รีวิว Scott Pilgrim Vs. The World: The Game

เนื่องด้วยปัญหาของเกมอย่างที่กล่าว ฟีเจอร์ที่ทำให้เราสามารถเล่นออนไลน์ได้มันเลยดีกับเกมนี้มาก ทำได้ง่าย สามารถชวนเพื่อนมาเล่นทางออนไลน์ได้เลย แต่การปรับแต่งห้องในระบบออนไลน์มีให้ค่อนข้างจำกัด สามารถเลือกสร้างห้องว่าจะเป็นสาธารณะหรือห้องส่วนตัว ตั้งค่าจำนวนผู้เล่น และการเล่นออนไลน์ดูเหมือนว่า ตัวเกมก็ยังคงมีบัคบางอย่างอยู่ แต่โดยรวมมันก็ทำให้เราเล่นเกมนี้ร่วมกับคนอื่นๆ หรือเพื่อนๆ ได้สนุก ผ่านระบบออนไลน์นี้


Scott Pilgrim Vs. The World
เป็นเกมที่วางจำหน่ายครั้งแรกปี 2010 และนำมาทำเป็น Complete Edition แต่ตัวเกมดันมาพร้อมกับปัญหาทางเทคนิคบางอย่างที่ไม่ได้รับการแก้ไข เช่นเฟรมเรตที่ดรอปลงไปในบางช่วง โดยเฉพาะเมื่อเล่นออนไลน์ หรือระบบเสียงที่ปรับแต่งมาไม่ได้ เสียงเอฟเฟคเบาเกินไปบ้าง ทั้งๆ ที่เกมแนวนี้ เสียงเอฟเฟคในการต่อยศัตรูมันทำให้เกมสนุกขึ้นมาก แต่พอปะทะกับศัตรูจำนวนมากแล้วเกิดปัญหาเสียงนี้ ทำให้ตัวเกมไม่สนุกเท่าที่ควรและน่าผิดหวัง แต่เกมนี้ก็ยังคงเป็นเกมที่มีเสน่ห์เฉพาะในตัวของมันเอง ตัวเกมหลักแม้จะผ่านมา 10 กว่าปี ได้ถูปเพิ่มบางอย่างมาให้ดีขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอความ Retro หรือพวก Ner Culture ต่างๆ อย่างที่หาในเกมไหนไม่เหมือน

รีวิว Scott Pilgrim Vs. The World: The Game

แหล่งที่มา
gamespot.com


แชท