Admin 2021-03-28
รีวิว Fire Emblem: Three Houses
  • แพลตฟอร์ม : Switch
  • คะแนน : 9/10 (SUPERB)

Fire Emblem: Three Houses
ประกอบไปด้วยระบบการเล่นหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่การต่อสู้ไปจนถึงการฝึกแต่ละตัวละครแยกจากกัน ซึ่งเราจำเป็นต้องบริหารจัดการเวลาให้ดีในทุกๆ ระบบ ซึ่งเมื่อมันมาผสานรวมกันแล้ว มันจะกลายร่างเป็นสุดยอดเกมที่เราจะต้องรู้สึกทึ่งมากๆ การเป็นอาจารย์ของเราในเกมจะช่วยปรับแผนการเล่นในเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแน่นอนว่าเกมเกมนี้กลยุทธจะสำเร็จได้นั้น จะเกิดขึ้นจากการทำงานเป็นทีม ซึ่งสามารถคำนวนได้ และดำเนินการอย่างคล่องแคล่ว เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการต่อสู้ เพื่อใกล้ชิดกับตัวละครแต่ละตัวมากขึ้น แต่ก็ต้องใช้เวลาในห้องเรียนมากขึ้นเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้จะวนเป็นลูป ให้เราได้ทำไปจนจบเกม

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

Three Houses
เริ่มเรื่องราวในขณะที่เราจะออกไปทำกิจกรรมบางอย่างกับพ่อของเรา แล้วดันเข้าไปยุ่งกับการถูกโจมตีของกลุ่มวัยรุ่น 3 คน หลังจากนั้นตัวเกมจะแนะนำวิธีการเล่น และระบบต่อสู้ต่างๆ แล้วเราจึงรู้ว่าเด็กเหล่านั้นเป็นนักเรียนของ Garreg Mach โดยแต่ละคนเป็นเจ้าบ้านแต่ละหลังในโรงเรียน อันประกอบไปด้วย Black Eagles, Blue Lions และ Golden Deer ซึ่งจากคำสั่งของบาทหลวงของโบสถ์ ที่ให้ความรู้สึกถึงความชั่วร้ายบางอย่าง เราจะต้องเป็นศาสตราจารย์ และเลือกดูแลบ้านหลังใดหลังหนึ่ง แน่นอนว่าเมื่อดำเนินเนื้อเรื่องมาประมาณนี้ เราจะรู้สึกได้ถึงเงื่อนงำอะไรบางอย่าง ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

บทบาทของเราในฐานะอาจารย์ คือการสอนการต่อสู้ให้กับนักเรียนของเรา และเตรียมตัวพวกเขาสำหรับการต่อสู้ในแต่ละเดือน โดยสำหรับระบบต่อสู้ในเกมเกมนี้ จะยังคงใช้ระบบ turn-based เหมือนกับตัวเกมในภาคก่อนหน้า แต่ทำการปรับระบบการแพ้ทาง ชนะทางของตัวอาวุธใหม่เล็กน้อยด้วยระบบ Combat Arts โดยตัวละครแต่ละตัวจะสามารถปลดล็อคสกิลเพิ่มเสริมพลังให้กับตนเองในขณะที่ถืออาวุธที่เหมาะมืออยู่ เพื่อให้ชนะทางอาวุธอื่นๆ เหมือนกับระบบ Combat Arts ในอดีตได้ มันคือความลึกของตัวเกม ที่ถูกปรับให้เป็นนามธรรมน้อยลง ทำให้ง่ายขึ้นในการเล่น โดยที่ไม่เสียความลึกของตัวเกมไปแต่อย่างใด

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

หนึ่งในระบบการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ในเกมนี้ก็คือ Battalions กองทัพขนาดเล็ก ที่เราสามารถติดตั้งให้กับตัวละครสำหรับนำไปใช้ในการต่อสู้ได้ นั่นก่อให้เกิดเทคนิคในการโจมตีรูปแบบใหม่อย่าง Gambit ขึ้นมา ซึ่งจะมีความสามารถแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภทของกองพันที่ติดตั้ง อย่างไรก็ตาม Gambit เป็นเทคนิคที่ใช้งานได้อย่างจำกัดจำนวน และจะทรงพลังสูงสุดเมื่อเราใช้มันถูกศัตรู และ Gambit จะยิ่งทรงพลังมากกว่าเดิม หากเรามีหน่วยกองทัพอื่นๆ ของเราอยู่ในระยะการโจมตีของเป้าหมาย นอกจากนี้ในการใช้ Gambit ยังมีอนิเมชั่นโชว์การโจมตี หรือสั่งการ Gambit ที่ทรงพลัง และช่วยเสริมอารมณ์การเล่นได้อย่างไม่ธรรมดา

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

วิธีการใช้ Combat Arts และ Gambits นั้นขึ้นอยู่กับความยากที่เราเลือกเล่น ในระดับความยากปกติ เราสามารถจัดการศัตรูได้ด้วยแค่การโจมตีเพียง 1-2 ครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Combat Arts หรือ Gambits แต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นระดับ Hard ศัตรูของเราจะตีแรงขึ้น และถึกกว่าเดิม นั่นทำให้เราต้องรอบคอบเกี่ยวกับการจัดวางตำแหน่งของตัวละคร และกะจังหวะสำหรับการใช้ Gambit หรือ Combat Arts ออกมาให้ได้ประโยชน์สูงสุด สิ่งนี้จะเป็นอะไรที่ดูน่าตื่นเต้นมาก หลังจากที่เราเล่นตัวเกมอย่างระวัง แล้วเราจะหวังว่ามันจะสามารถใช้ในการจัดการศัตรูได้ทั้งหมด โดยที่แผนของเราไม่ล้มเหลวไปเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ตัวเกมจะเริ่มเพิ่มความยากและ ความลึกขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสภาพฉากที่แตกต่าง และมีจุดอันตราย หรือจุดปลอดภัยแตกต่างกันออกไป มันจะทำให้เราต้องคิดมาก ถึงมากที่สุดว่าในเทิร์นหน้า หรือเทิร์นต่อๆ ไปเราจะต้องทำอะไรต่อ มันมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย และเกี่ยวโยงกันหลายอย่าง เช่นนิสัยใจคอ รวมไปถึงบางครั้งเราอาจต้องเปลี่ยนคลาสเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือฉากที่เราเจอเลยด้วยซ้ำ เช่นโจรสามารถเปิดหีบได้ โดยไม่ต้องไม่มีกุญแจ หรือหน่วยที่บินได้ จะไม่ได้รับความเสียหายจากพื้นฉากที่มีปัญหาเป็นต้น


ในเกมมาพร้อมระบบ Divine Pulse หรือระบบย้อนเวลา ที่ทำให้เราสามารถย้อนการทำสิ่งต่างๆ ทั้งหมดได้ รวมไปถึงการตายของตัวละครของเรา ซึ่งระบบนี้จะยิ่งสำคัญมากๆ ถ้าเราเล่นในโหมด Classic ที่ถ้าตัวละครตาย ก็จะตายจริงๆ แล้วหายไปเลย ระบบนี้จะทำให้เราแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที โดยที่เราไม่ต้องทำการโหลดเซฟใหม่แต่อย่างใด

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

แน่นอนว่าระบบต่อสู้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเกม แต่แก่นหลักของ Three Houses นั่นคือกำหนดการในทุกๆ เดือนของตัวเกม ซึ่งถ้าเราเป็นคนชอบวางแผน หรือจัดระเบียบการทำสิ่งต่างๆ เกมเกมนี้จะครองใจเราได้เป็นอย่างดี ในวันอาทิตย์ เราจะมีเวลาที่่ว่างมาก ซึ่งเราสามารถเลือกกิจกรรม 1 ใน 4 อย่างทำ ไม่ว่าจะออกสำรวจสถานที่ เข้าต่อสู้การต่อสู้ย่อยๆ จัดสัมนาเพื่อเพิ่มสกิลให้กับนักเรียนของเรา หรือจะเพียงแต่หยุดไม่ทำอะไรเลยก็ได้ วันจันทร์เป็นวันสอน ซึ่งเราจะได้เลือกนักเรียนของเรามาเสริมทักษะให้ ส่วนวันที่เหลือต่างๆ จะดำเนินไปตามกำหนดการที่ระบุไว้ในปฎิทิน และจะมีหยุดเป็นครั้งคราวจากการสุ่ม หรือมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น อาจฟังดูไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ แต่ด้วยสิ่งนี้ทำให้เราต้องวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละสับดาห์

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

โครงสร้างที่เราสามารถคาดการณ์ได้ในแต่ละเดือน ช่วยให้เราสามารถวางแผนสิ่งที่อยากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องคอยดูสกิลของนักเรียนแต่ละคนเพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ตรวจสอบไอเทมในช่องเก็บของของแต่ละตัวละคร ตรวจสอบทักษะของตนเอง รวมไปถึงเตรียมการอีกหลายๆ อย่างก่อนกำหนดการต่อสู้กำลังจะมาถึง แน่นอนว่าเราจะได้รับแรงบวกมากขึ้น หากเราทำทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง และเติมเต็มความสามารถของตัวละครเราและนักเรียนของเราได้อย่างสมบูรณ์ เราจะก้าวไปข้างหน้า และเป้าหมายต่อไปต่อไปเสมอๆ ไม่ว่าจะเรื่องสกิลตัวต่อไปที่เราต้องพัฒนา หรือเดือนต่อไปเราจะต้องทำอะไรบ้าง เป็นต้น

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

และเพื่อทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ กิจกรรมการสำรวจของเราจะถูกจำกัดด้วย activity points ซึ่งเราจะมีมากขึ้นตาม professor level ของเรา นั่นหมายความว่าเราต้องเลือกทำกิจกรรมที่เสริม professor level ของเรา ผสมไปกับกิจกรรมในการปั้นนักเรียนของเรานั่นเอง activity points ยังทำให้เรายืนยันได้ว่าเดือนนั้นยังคงราบรื่นอยู่ ป้องกันการอ้อยอิงในวันอาทิตย์ของเรามากจนเกินไป ทั้งนี้กิจกรรมสัมนา และการพักผ่อนจะกินเวลาทั้งวัน โดยไม่สน activity points ของเราแต่อย่างใด

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

วิธีการจัดการเวลาของเรา เป็นแรงจูงใจของการเรียนรู้ของนักเรียนได้เช่นกัน นักรียนแต่ละคนจะมีมาตรวัดแรงจูงใจ เมื่อเราทำการสั่งสอนพวกเขาได้ โดยตัวนักเรียนสามารถเลือกที่จะไม่ฟังเรา จนกว่าเราจะเข้าไปโต้ตอบกับพวกเขา และได้รับแรงจูงใจกลับคืนมา โดยสิ่งนี้เราสามารถทำได้ในช่วงการทำกิจกรรมสำรวจ ในขณะที่การต่อสู้ต่างๆ แทบไม่เพิ่มค่า motivation levels ใดๆ ให้เลย ทั้งนี้เราสามารถข้ามกิจกรรมการเรียนของเราได้ รวมไปถึงการสั่งสอน หากเราไม่ชอบมันนัก แต่จะได้ผลลัพธ์กลับมาที่ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเราจะเสียเปรียบการต่อสู้ เพราะเราไม่ให้เวลากับนักเรียนของเรา ซึ่งถือเป็นการออกแบบตัวละครให้ออกมาในแบบที่เราต้องการ


เป็นเรื่องปกติของซีรีส์ Fire Emblem อยู่แล้ว เมื่อการลงทุนกับตัวละครของเรา และค่าความสัมพันธ์ของพวกเขา คือการเชื่อมประสบการณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน นี่คือจุดเด่นของ Three Houses ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีแก่เรา เมื่อเห็นตัวละครที่ปลุกปั้นมากับมือสามารถต่อสู้ได้จนได้รับชัยชนะ เพราะการปลุกปั้นตัวละครแต่ละตัว จำเป็นต้องใช้ทั้งเวลา และความพยายามเป็นอย่างมากนั่นเอง

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

ระบบความสัมพันธ์ของตัวเกมสามารถเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละตัวละคร เมื่อเราทำการโต้ตอบกับพวกเขา หรือพาออกไปต่อสู้ด้วยบ่อยๆ ยิ่งเราสนิทกับตัวละครไหนๆ มากเท่าไหร่ ลักษณะการพูดคุย และเรื่องราวของแต่ละตัวละครก็จะค่อยๆ ปลดล็อคออกมามากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเวลาผ่านไป ข้อมูลของแต่ละตัวละครก็จะถูกปลดออกมาจนครบถ้วน สิ่งเหล่านี้สำคัญไม่แพ้ไปกว่าระดับเลเวลของตัวละครเลยก็ว่าได้ NPC ทุกตัวมีเสียงพากย์เป็นของตนเองภายในเกม ซึ่งมีทั้งเสียงที่เป็นภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น แต่น่าเสียดายที่ตัวละครอย่างเราดันไม่มีเสียงที่พูดออกมามากนัก แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีเสียงพากย์นะ พวกเขามี แต่จะพูดในช่วงที่สำคัญๆ เท่านั้น นอกนั้นเขาจะเอาแค่สายหน้า และหันหน้าไปมาเท่านั้น นอกจากนี้หากเราดูบุคลิกของตัวละครเราแล้ว เราจะพบว่ามันค่อนข้างแปลก ที่เขาจะเอาแต่พยักหน้ารับสิ่งต่างๆ ทั้งหมด สิ่งนี้ทำให้มันเกิดสิ่งที่ขัดกันไปมาขึ้น ถือเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่น่าเสียดายของเกมเกมนี้


อย่างไรก็ตาม เราจะชอบตัวละครจำนวนมากภายในเกม ซึ่งมีอนิเมชั่นแสดงท่าทางที่แตกต่างกันออกไป เราอาจเจอตัวละครที่ชอบในรายการเหล่านี้ เราสามารถเลือกออกเดทโดยการไปดื่มชากับใครสักคน และเปิดบทสนทนาในสิ่งที่รู้เกี่ยวกับพวกเขาได้ ซึ่งการรู้ว่าหัวข้อใดที่ NPC เหล่านี้ชอบนั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่าที่คิด ดังนั้นการพูดคุยกับตัวละครที่เราชอบได้สำเร็จ จึงถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ของเรา

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

แคมเปญของแต่ละบ้านนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่จะไม่ต่างกันในแง่ว่าบ้านไหนดีกว่าบ้านอีกหลัง บ้านทุกหลังจะมีบุคลิก และสกิลที่ผสมผสานกัน พวกเขาล้วนมีทั้งข้อดี และข้อเสียที่ต่างกัน โดยเราสามารถสร้างสัมพันธ์กับนักเรียนบ้านอื่นๆ และชวนพวกเขาเข้าร่วมกับเราได้ ทั้งนี้การกลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง เราสามารถเลือกเส้นทางการเล่นที่แตกต่างจากเดิม เพื่อดูเรื่องราวของตัวละครในมุมมองที่แตกต่างกันได้ ทั่งนี้เรื่องราวในแต่ละบ้านจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน และเรื่องราวครึ่งหลังของเกมจะแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าตัวเรานั้นเลือกอยู่กับใคร รวมไปถึงตัวเลือกที่เราเลือก

รีวิว Fire Emblem: Three Houses

เรื่องราวครึ่งแรกของตัวเกมจะเกี่ยวกับ Garreg Mach และความลับของมัน โดยในทุกๆ เดือน นอกจากการเรียนรู้ที่ก้าวไปข้างหน้าแล้ว ความจริงของเรื่องราวเองก็ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน ที่น่าสนใจก็คือ การเล่นตัวเกมใหม่ในแต่ละรอบ โดยทำการเปลี่ยนเส้นทางการเล่นใหม่ เราจะพบกับความจริงในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งช่วยเสริมเรื่องราวของตัวเกมให้ชัดเจนกว่าเดิม และเมื่อเราดำเนินเรื่องราวภายในเกมผ่านไป 5 ปี เรื่องราวในเกมจะเดินเรื่องเข้าสู่ช่วงสงคราม ในขณะที่โครงสร้างเกมทั้งหมดจะยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่เนื้อเรื่องช่วงนี้จะพุ่งเป้าไปที่เรื่องราวของแต่ละบ้านที่ชัดเจนยิ่งขึ้น มันกลายเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก เมื่อเพื่อนเก่าผันตัวกลายเป็นศัตรูที่ต้องเผชิญหน้า และแน่นอนว่าเราไม่ต้องการฆ่าเขา ซึ่งนั่นรวมไปถึงนักเรียนที่มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากคำแนะนำของเราด้วย การต่อสู้ช่วงท้ายๆ ของตัวเกมจะท้าทายมากกว่าเดิม ด้วยการเดิมพันที่สูงขึ้น และเลย์เอาต์แบบหลายเลน ที่เราต้องใช้ความคิดล่วงหน้าในแผนการเล่นไปอย่างมาก ความสำเร็จในการต่อสู้เหล่านี้เป็นรางวัลแก่เราที่เหลือเชื่อ เพราะมันทำให้เราได้เห็นถึงความพยายามในการปั้นนักเรียนของเราไปจนถึงจุดสูงสุดนั่นเอง


Fire Emblem: Three Houses เป็นเกมที่ดีสำหรับการเริ่มเล่นใหม่ เราจะอยากรู้เกี่ยวกับความลับมากมายของตัวเกมที่ซ่อนเอาไว้อยู่ และสิ่งเหล่านั้นจะปลดออกมาเมื่อเราต้องเล่นตัวเกมซ้ำเท่านั้น รวมไปถึงเรื่องราวของตัวละครหลายๆ ตัว ที่ในครั้งก่อนเราอาจไม่สนใจเป็นต้น นั้นทำให้การเริ่มต้นใหม่ จากความรู้ที่เรามีอยู่ในตัวเกมครั้งแรก เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม และสดใหม่มากกว่าเดิม และด้วยทุกๆ สิ่งของตัวเกม มันจึงกลายเป็นเกมที่ยากจะวางลง แม้ว่าเราจะเล่นตัวเกมจบไปแล้วก็ตาม

รีวิว Fire Emblem: Three Houses
รีวิว Fire Emblem: Three Houses
รีวิว Fire Emblem: Three Houses

แหล่งที่มา
gamespot.com


บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop US สำหรับเติม Nintendo Switch / Switch 2

20000+ ขายแล้ว
$10 - $50
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop JP สำหรับเติม Nintendo Switch / Switch 2

4859 ขายแล้ว
¥500 - ¥5,000
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop MX สำหรับเติม Nintendo Switch / Switch 2

322 ขายแล้ว
MX $200
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop AU สำหรับเติม Nintendo Switch / Switch 2

35 ขายแล้ว
AU $15 - AU $60
แชท