Admin 2026-08-30
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
No More Room in Hell 2 เกมเอาตัวรอดจากซอมบี้แบบ Co-op สูงสุด 8 คน ที่เลือกเดินคนละทางกับเกมยิงซอมบี้ทั่วไป ด้วยจังหวะที่ช้ากว่า ทรัพยากรจำกัด และความตายที่อาจพรากตัวละครของเราไปถาวร

หลังผ่านช่วง Early Access ที่เต็มไปด้วยปัญหา ตัวเกมเวอร์ชัน 1.0 ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ จนกลายเป็นเกมซอมบี้ที่มีบรรยากาศกดดันและระบบการเล่นร่วมกันที่น่าสนใจมากเกมหนึ่ง

วันที่วางจำหน่าย:
- Early Access: 22 ตุลาคม 2024
- เวอร์ชัน 1.0: 11 สิงหาคม 2026

แพลตฟอร์ม:
- PC ผ่าน Steam และ Epic Games Store
- PlayStation 5
- Xbox Series X|S

รองรับ Cross-play ระหว่าง PC, PS5 และ Xbox Series X|S

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2


ข้อมูลเกม
ชื่อเกม: No More Room in Hell 2
ผู้พัฒนา: Torn Banner Studios
ผู้จัดจำหน่าย: Torn Banner Studios บน PC และ Green Man Gaming Publishing สำหรับเวอร์ชันคอนโซล
ประเภท: Survival Horror, FPS, Action, Online Co-op
จำนวนผู้เล่น: สูงสุด 8 คน
รูปแบบการเล่นหลัก: PvE Co-op
รองรับ Cross-play: มี
มีโหมด Solo: มี
คะแนนรีวิว GameSpot: 8/10

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2


No More Room in Hell 2 คือเกมอะไร?

No More Room in Hell 2 เป็นภาคต่อของเกมซอมบี้ชื่อเดียวกันที่เริ่มต้นจาก Mod ของ Source Engine และสร้างฐานแฟนกลุ่มเล็กแต่เหนียวแน่นมาตั้งแต่ยุคแรก จุดที่ทำให้ซีรีส์นี้ต่างจากเกมอย่าง Left 4 Dead คือมันไม่ได้พยายามทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าเป็นเครื่องจักรสังหารซอมบี้

ตรงกันข้าม เกมต้องการให้เรากลัวพวกมัน

ซอมบี้ส่วนใหญ่เดินช้าแบบภาพยนตร์ซอมบี้คลาสสิก แต่การที่มันเดินช้าไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอันตราย การต่อสู้ระยะประชิดกับซอมบี้เพียงหนึ่งหรือสองตัวสามารถทำให้เสียพลังชีวิต เสีย Stamina หรือโดนกัดจนติดเชื้อได้ ขณะที่กระสุนก็ไม่ได้มีมากพอให้ยิงทุกอย่างที่ขวางหน้า

สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่จำนวนซอมบี้ที่เราฆ่า แต่เป็นการตัดสินใจว่าเมื่อไรควรสู้ เมื่อไรควรหนี และของชิ้นไหนควรแบ่งให้เพื่อนร่วมทีม

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2


เนื้อเรื่องโดยละเอียด

โลกของ No More Room in Hell 2 ไม่ได้อยู่ในช่วงหลังวันสิ้นโลกที่ทุกอย่างพังทลายไปเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นช่วงเวลาที่สังคมกำลังล่มสลายต่อหน้าต่อตาเรา

การระบาดของเชื้อ NPV ทำให้สถานการณ์ด้านสาธารณสุขเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจากโรคจะเริ่มกลับมามีชีวิตและโจมตีมนุษย์

รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ยังพยายามควบคุมสถานการณ์อยู่ จึงเกิดหน่วย Civil Recovery Corps หรือ CRC ขึ้นมาเพื่อช่วยรักษาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มโอกาสรอดของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ผู้เล่นรับบทเป็น "Responder" อาสาสมัครที่เดิมเข้าร่วม CRC เพื่อช่วยงานที่กำลังขาดกำลังคนในช่วงวิกฤต แต่เมื่อคนตายเริ่มฟื้นขึ้นมา ภารกิจของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

Responder ไม่ได้เป็นทหารหน่วยรบพิเศษ พวกเขาเป็นคนธรรมดาที่ต้องเข้าไปทำงานในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อ ตั้งแต่การเปิดระบบสาธารณูปโภค การค้นหาข้อมูล การกู้ระบบสำคัญ ไปจนถึงภารกิจในสถานที่อย่างโรงพยาบาล เมืองเล็ก โรงไฟฟ้า และฐานทัพใต้ดิน Raven Rock

แต่ละภารกิจจึงไม่ได้มีเป้าหมายว่า "ฆ่าซอมบี้ทั้งหมด" ผู้เล่นกำลังพยายามรักษาสิ่งที่ยังเหลืออยู่ของสังคมให้ทำงานต่อไปอีกวัน

นี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศของเกมแตกต่างจากเกมซอมบี้จำนวนมาก เราไม่ได้เดินอยู่ในโลกที่ตายไปแล้ว แต่กำลังเห็นโลกค่อย ๆ ตายลง

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2

ระบบการเล่น

หัวใจของ No More Room in Hell 2 คือการเล่น Co-op สูงสุด 8 คน

ในบางภารกิจ ผู้เล่นไม่ได้เริ่มเกมรวมกลุ่มกัน แต่จะกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของแผนที่ ช่วงแรกจึงกลายเป็นการเอาตัวรอดคนเดียว พร้อมค้นหาอาวุธ กระสุน ยา และพยายามตามหาเพื่อนร่วมทีม

ความรู้สึกตอนเดินอยู่คนเดียวกลางป่าแล้วเห็นแสงไฟฉายของผู้เล่นอีกคนอยู่ไกล ๆ เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เกมทำได้ดีมาก เพราะการพบผู้รอดชีวิตอีกคนไม่ได้หมายถึงแค่มีปืนเพิ่มหนึ่งกระบอก แต่มันเพิ่มโอกาสรอดอย่างเห็นได้ชัด

เกมมีแผนที่ขนาดใหญ่ที่เปิดให้สำรวจได้พอสมควร แม้จะมีเป้าหมายหลักกำหนดทิศทางเอาไว้ แต่ระหว่างทางสามารถค้นหาอาคาร บ้าน จุดเก็บเสบียง และพื้นที่ย่อยต่าง ๆ ได้

การต่อสู้

ระบบต่อสู้เน้นอาวุธระยะประชิดมากกว่าการยิงแบบไม่คิด

การฟาดซอมบี้หนึ่งตัวอาจต้องโจมตีศีรษะหลายครั้งกว่าจะล้มลง และทุกการโจมตีใช้ Stamina การวิ่ง การเตะศัตรู หรือการพยายามหนีออกจากฝูงซอมบี้ก็ใช้ทรัพยากรเดียวกัน

หากใช้ Stamina หมดตอนที่กำลังโดนล้อม สถานการณ์สามารถเปลี่ยนจากยังควบคุมได้ไปเป็นความตายภายในไม่กี่วินาที

ปืนทรงพลังกว่า แต่กระสุนมีจำกัด และเสียงปืนสามารถเรียกปัญหาเพิ่มเข้ามาได้

เกมจึงบังคับให้ผู้เล่นคิดก่อนลงมือมากกว่าเกมยิงซอมบี้ทั่วไป

ระบบติดเชื้อ

อีกระบบที่มีบทบาทสำคัญมากคือ Infection

หากโดนโจมตี ผู้เล่นมีโอกาสติดเชื้อ เมื่ออาการเริ่มหนัก ตัวละครจะไอและมีอาการผิดปกติให้ทั้งเจ้าตัวและเพื่อนร่วมทีมสังเกตเห็น

สามารถใช้ Phalanx Pills เพื่อชะลอการติดเชื้อได้ แต่หนึ่งขวดมีจำนวนการใช้จำกัด และยาไม่ได้มีมากพอสำหรับทุกคนเสมอไป

นอกจากนี้ในแต่ละแมตช์ยังสามารถพบ Gene Therapy ที่รักษาการติดเชื้อได้ แต่มีเพียงชิ้นเดียว

ตรงนี้สร้างสถานการณ์ที่น่าสนใจขึ้นมาโดยไม่ต้องมีระบบหักหลังผู้เล่นแบบเกม PvP

ถ้าเพื่อนติดเชื้อ เราจะให้ยาที่มีอยู่เพียงไม่กี่เม็ดหรือเก็บไว้เผื่อใช้เอง?

ถ้าเราเป็นคนติดเชื้อ เราจะบอกเพื่อนหรือปิดบังอาการแล้วหวังว่าจะเจอยาก่อนจะสายเกินไป?

หากเชื้อเข้าสู่ขั้นสุดท้าย ตัวละครจะกลายเป็นซอมบี้ที่อันตรายกว่าเหล่า Shamblers ทั่วไป และกลายเป็นภัยต่อเพื่อนร่วมทีมทันที

ระบบ Permadeath

ตัวละครหรือ Responder ไม่ได้เป็นเพียงตัวละครชั่วคราวสำหรับหนึ่งแมตช์

เมื่อเอาชีวิตรอดกลับมาได้ ตัวละครจะได้รับประสบการณ์ ปลดล็อก Skill และค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น เราสามารถดูแล Responders ได้สูงสุด 3 คนใน Campsite และพัฒนาพวกเขาแยกจากกัน

นั่นทำให้การตายมีน้ำหนักมากกว่าปกติ

ในระดับความยากที่สูงขึ้น การเสียชีวิตสามารถหมายถึงการสูญเสีย Responder ที่เราเล่นและพัฒนามาหลายเกมอย่างถาวร

ผู้เล่นจึงต้องคิดจริงจังว่าจะเสี่ยงต่อเพื่อรางวัลหรือรักษาชีวิตตัวละครไว้ก่อน

ระบบ Extraction

เกมมีทางออกสองแบบคือ Early Extraction และ Final Extraction

Early Extraction เปิดโอกาสให้ทีมถอนตัวก่อนเมื่อสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ วิธีนี้เหมาะกับการรักษาชีวิต Responder แต่รางวัลจะลดลงอย่างมาก และไม่ได้รับความก้าวหน้าของตัวละครตามปกติ

ส่วน Final Extraction ต้องเล่นภารกิจไปจนถึงช่วงท้าย ผู้เล่นที่หนีออกมาได้จะได้รับ Character XP รวมถึง Credits จาก Supplies ที่ทีมเก็บมาตลอดภารกิจ

มันทำให้เกิดคำถามตลอดการเล่นว่า จะเสี่ยงต่อเพื่อรางวัลที่มากกว่า หรือถอนตัวตอนที่ยังมีโอกาสกลับบ้านครบทุกคน

Objective Mode

นี่คือโหมดหลักและเป็นส่วนที่ No More Room in Hell 2 ทำได้ดีที่สุด

ทีมจะถูกส่งเข้าสู่แผนที่ขนาดใหญ่เพื่อทำภารกิจตามลำดับ ตั้งแต่ค้นหาอุปกรณ์ เปิดระบบ ไปจนถึงป้องกันพื้นที่ระหว่างทำ Objective ก่อนจะเข้าสู่ช่วง Extraction

แต่ละภารกิจใช้เวลาพอสมควรและมีพื้นที่ให้สำรวจระหว่างทาง

ความสนุกไม่ได้เกิดจากการยิงฝูงซอมบี้อย่างเดียว แต่เกิดจากเหตุการณ์ระหว่างทาง เช่น ทีมเริ่มแยกกัน กระสุนหมด มีสมาชิกติดเชื้อ หรือแผนที่วางไว้พังเพราะฝูงซอมบี้เข้ามาจากทิศทางที่ไม่ได้เตรียมรับมือ

Survival Mode

หากไม่มีเวลาเล่น Objective Mode เกมยังมี Survival Mode ที่เน้นการต่อสู้มากกว่า

ผู้เล่นต้องเตรียมพื้นที่และป้องกันระบบลำโพงที่ CRC ใช้ล่อฝูงซอมบี้ออกจากพื้นที่ประชาชน

หนึ่งเกมมีทั้งหมด 3 Wave โดยแต่ละช่วงทีมจะมีเวลาเตรียมอาวุธ วางแผน และใช้กับดักหรืออุปกรณ์ภายในพื้นที่ ก่อนรับมือฝูงซอมบี้เป็นเวลาประมาณ 5 นาที

ปัจจุบันมีแผนที่สำหรับโหมดนี้อย่าง Flooded, Lighthouse และ Night of the Living Dead ซึ่งแผนที่สุดท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากฉากบ้านชนบทของภาพยนตร์ซอมบี้คลาสสิก

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2

Solo Mode

เวอร์ชัน 1.0 เพิ่ม Solo Mode สำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้แผนที่ ทดลองอาวุธ หรือฝึกทำ Objective คนเดียว

โหมดนี้ไม่มีความเสี่ยงจาก Permadeath จึงเหมาะมากสำหรับมือใหม่ก่อนเข้าเกมจริง

อย่างไรก็ตาม Progression แบบเต็มของเกมยังออกแบบมารอบการเล่น Multiplayer เป็นหลัก ดังนั้น Solo Mode ไม่ได้เข้ามาแทนประสบการณ์ Co-op

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2


จุดเด่น

1. บรรยากาศซอมบี้ที่กดดันมาก
2. Co-op 8 คนสร้างสถานการณ์ที่เกมอื่นให้ไม่ได้
3. ระบบ Infection ทำให้เกิดเรื่องราวระหว่างผู้เล่นเอง
4. Permadeath ทำให้ทุกภารกิจมีความหมาย
5. เวอร์ชัน 1.0 ดีขึ้นจาก Early Access มาก

จุดด้อย

1. Gunplay ยังไม่ถึงระดับเกมยิงชั้นนำ
2. การใช้ Controller และเมนูยังมีปัญหา
3. ความยากระดับสูงอาจอัดซอมบี้มากเกินไป
4. ต้องพึ่งเพื่อนร่วมทีมพอสมควร

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2

[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2


[Review] รีวิว No More Room in Hell 2 เกมซอมบี้ Co-op 8 คน ที่ทุกการตายมีราคาต้องจ่าย
[Review] รีวิว No More Room in Hell 2


บทสรุป

No More Room in Hell 2 ไม่ได้พยายามชนะเกมซอมบี้เกมอื่นด้วยการเพิ่มปืนให้เยอะขึ้น เพิ่มซอมบี้ให้เร็วขึ้น หรือทำให้ผู้เล่นเก่งจนสามารถกวาดศัตรูทั้งฝูงได้

สิ่งที่เกมทำได้ดีที่สุดคือทำให้ซอมบี้กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง

การเดินเข้าอาคารมืด ๆ พร้อมกระสุนไม่กี่นัด การเหลือ Stamina เพียงนิดเดียวตอนมีซอมบี้เดินเข้ามาหลายตัว หรือการได้ยินเพื่อนร่วมทีมเริ่มไอโดยที่ทั้งทีมเหลือยาเพียงไม่กี่เม็ด ล้วนสร้างความกดดันได้ดีกว่าการโยนศัตรูระดับบอสเข้ามาเสียอีก

ระบบ Permadeath ยิ่งทำให้ทุกอย่างหนักขึ้น เพราะตัวละครที่กำลังเสี่ยงชีวิตไม่ใช่ตัวละครใหม่ที่สร้างเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเสมอไป แต่อาจเป็น Responder ที่เราเอาตัวรอดกลับบ้านมาแล้วหลายครั้ง

หลังจากช่วง Early Access ที่ค่อนข้างขรุขระ Torn Banner Studios ใช้เวอร์ชัน 1.0 แก้ปัญหาของเกมไปได้มาก พร้อมเพิ่มเนื้อหาและระบบจนภาพที่ทีมพัฒนาต้องการสร้างเริ่มชัดเจนขึ้น

มันยังไม่สมบูรณ์ ระบบยิงปืนยังตามหลังเกมระดับหัวแถว การควบคุมด้วย Controller และ UI ยังมีจุดน่ารำคาญ และระดับความยากสูงสามารถกดดันจนแทบไม่มีเวลาหายใจ

แต่ถ้ากำลังหาเกมซอมบี้ Co-op ที่ให้ความสำคัญกับ "การเอาชีวิตรอด" มากกว่า "จำนวนศพซอมบี้ที่ฆ่าได้" No More Room in Hell 2 เป็นเกมที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะเมื่อมีเพื่อนพร้อมเข้าทีมหลายคน

คะแนน: 8/10
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Steam Wallet THB

99999+ ขายแล้ว
12 ฿ - 3,000 ฿
คีย์เกม / ไอเทมในเกม

คีย์เกม Steam ราคาถูก

99999+ ขายแล้ว
Steam Key (Code)
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

บัตรเติมเงิน PSN Thai (Z3) PlayStation Plus

30000+ ขายแล้ว
500 ฿ - 2,500 ฿
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

บัตรเติมเงิน PSN US (Z1) PlayStation Plus

5811 ขายแล้ว
$10 - $100
แชท