Admin 2021-09-17
รีวิว Monster Hunter Rise
  • แพลตฟอร์ม : NS
  • คะแนน : 9/10 (SUPERB)

Monster Hunter Rise
เป็นอีกหนึ่ง IP ของ Capcom ที่นำมาลง Nintendo Switch ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น action RPG ไว้ได้ ในภาคนี้ผู้พัฒนามีการปรับแต่งหลายๆ อย่าง ทั้งระบบการต่อสู้ ระบบการเคลื่อนไหว ให้เอื้อต่อการเล่นแบบ Switch ให้ได้มากที่สุด


เมื่อพูดถึงระบบการเล่นของ Monster Hunter หลักๆ แล้ว ก็คงไม่พ้นวัฏจักรการล่ามอนสเตอร์ เก็บของคราฟท์ เพื่อที่จะล่ามอนสเตอร์ที่โหดกว่าไปเรื่อยๆ ซึ่งภาค Rise ทำได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการเปลี่ยนระบบการเล่นใหม่ที่เน้นความรวดเร็วว่องไว เป็นมิตรต่อทั้งผู้เล่นใหม่และเก่า เช่น เมื่อเราสำรวจสถานที่ใหม่ๆ สัตว์เลี้ยงคู่ใจของเราจะเป็นตัวคอยมาร์คมอนสเตอร์ต่างๆ บนแผนที่ให้กับเรา โดยที่เราไม่ต้องไปไล่ตามหาทีละตัว แม้ผู้เล่นยังต้องระบุตัวตนของมอนสเตอร์แต่ละตัวด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นการช่วยร่นเวลาในการเล่นไปได้มากพอสมควร ทำให้สามารถใช้เวลาไปกับการต่อสู้ให้มากขึ้น

รีวิว Monster Hunter Rise

นอกจากนี้ อีกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงอย่างได้ชัดนั่นคือ การหวนคืนกลับไปใช้รูปแบบแผนที่เก่า หรือการแบ่งโซนการเล่น โดยจะมีโซนหมู่บ้านที่เป็นโซนเล่นคนเดียวและโซนฮับสำหรับผู้เล่นหลายคน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตรงนี้อาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีนักสำหรับผู้เล่นใหม่ เพราะไม่มีตัวกำหนดชัดเจนว่าควรทำเควสอันไหนก่อน อาจทำให้ผู้เล่นสับสนกับการดำเนินเนื้อเรื่องได้ ผิดจากสูตรเดิมของภาค World ที่เอื้อให้ผู้เล่นมีอิสระในการเดินทางไประหว่างพื้นที่


การสำรวจก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของ Monster Hunter ที่ยังคงเป็นจุดขายของ Rise อย่างปฏิเสธไม่ได้ ตัวเกมมีหลากหลายวิธีที่ผลักดันให้ผู้เล่นสำรวจโลกและสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางลัดหรือเส้นทางลับที่จะช่วยให้ผู้เล่นล่ามอนสเตอร์ได้อย่างง่ายดาย หรือสถานที่พิเศษที่มีระบบนิเวศเป็นของตัวเอง ที่เรียกกันว่า Endemic Life ที่เมื่อล่าแล้วจะมีบัฟพิเศษต่างๆ อย่างการเพิ่มดาเมจ ช่วยเพิ่มสตามิน่า เรียกได้ว่า “ยิ่งสำรวจยิ่งสำเร็จ” กันเลยทีเดียว รวมไปถึงระบบใหม่อย่าง Wirebug ที่จะช่วยให้ผู้เล่นเหาะเหินเดินอากาศ ห้อยโหนสายฟ้าอย่างทาซาน ผู้เล่นสามารถใส่ท่าคอมโบกลางอากาศ เดินทางไปไหนต่อไหนได้อย่างรวดเร็ว โดยในเกมจะเรียกว่าการ Wire-dashing ซึ่งถ้าประกอบไปกับการวิ่งไต่กำแพงด้วยแล้วล่ะก็ การเก็บของในที่สูงๆ เข้าถึงยากๆ ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เพราะ Wirebug นั้นมีคูลดาวน์ในการใช้แต่ละครั้ง โดยในแต่ละช่วงคูลดาวน์ก็ใช้เวลาพอสมควร ฉะนั้นถ้าผู้เล่นสามารถบริหารจำนวนการใช้และจังหวะของมันได้ มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความสนุกและความอิสระในการเคลื่อนไหวของเราไปตลอดทั้งเกม

รีวิว Monster Hunter Rise

ประโยชน์ของ Wirebug นั้นยังไม่จำกัดอยู่เพียงการเดินทางไปมาเท่านั้น เพราะมันยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการต่อสู้ได้อีกด้วย อาวุธในแต่ละชนิดของ Rise นั้นจะมีท่าการโจมตีที่เรียกว่า Silkbind เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ลองเทคนิคและวิธีการต่อสู้ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าจังหวะเคานเตอร์ของดาบ Longsword จนไปถึงท่าโจมตีแบบเสย upper ที่จบด้วยการสับอย่างรุนแรงของขวาน Switch Axe ระบบนี้ถือว่าเป็นเปลี่ยนให้การต่อสู้ไม่จำเจ เอื้อให้ผู้เล่นสามารถคิดวางแผนไปตามสไตล์ที่ตัวเองต้องการ นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถใช้ Wirebug เพื่อป้องกันตัวเองด้วยการใช้เทคนิคที่เรียกว่า Wirefall เพื่อเป็นการหลบหลีกการโจมตีคู่ต่อสู้ อาจจะเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งหรือถอยออกมาเพื่อฮีลตัวเองให้พร้อมก่อนที่จะกลับเข้าไปลุยใหม่ อาวุธต่างๆ ของภาคนี้จะยังคงเสน่ห์ความเป็น Monster Hunter อีกด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากผู้เล่นสามารถปรับแต่งอาวุธรวมไปถึงฟาร์มสกิลอาวุธให้เป็นไปตามสไตล์การเล่นของตัวเองแล้ว ผู้เล่นยังสามารถเลือกที่จะปรับแต่งการใช้ท่าโจมตีต่างๆ รวมไปถึงท่า silkbind ด้วยการใช้กลไกการเล่นที่เรียกว่า Switch Skills ที่จะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับการต่อสู้ได้อีกเช่นกัน

รีวิว Monster Hunter Rise

มาพูดถึง Multiplayer กันบ้าง การเล่นหลายคนในภาค Rise ได้รับการพัฒนาและปรับแต่งให้การเล่นออนไลน์นั้นราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม โดยเกมนี้สามารถรองรับผู้เล่นได้มากสุดถึง 4 คน และปัญหาการเชื่อมต่อและการแลคนั้นเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ การเล่นจึงเป็นไปได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุด แม้จะมีจำนวนเอฟเฟคการต่อสู้อันเต็มไปด้วยแสงสีเสียงขึ้นมาล้นหน้าจอ ทำให้การร่วมล่ามอนสเตอร์ไปกับเพื่อนคู่ใจยังคงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของ Monster Hunter ที่ยังไม่หนีหายไปไหน

รีวิว Monster Hunter Rise

ไอเดียเกมเพลย์ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะทางผู้พัฒนาได้เพิ่มโหมดใหม่ๆ เข้ามาด้วย อย่างโหมด Rampage ที่จะให้ผู้เล่นป้องกันจุดสำคัญจากศัตรูสุดโหดที่โถมเข้าใส่เป็นระลอก ซึ่งไอเดียภายใต้โหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเชื่อโบราณที่กลายไปเป็นสำนวนสุภาษิตของญี่ปุ่น ซึ่งพูดถึงคืนที่เหล่ากองทัพผี “โยไค” และยักษ์ “โอนิ”ออกมารุกรานโลกมนุษย์ ในแง่ของเกมเพลย์ โหมดนี้จะมีความคล้ายคลึงเกมแบบ Tower Defense ในแง่ที่ว่าผู้เล่นต้องคอยไปตั้งป้อมปืนต่างๆ รอบๆ บริเวณที่กำหนด โดยที่ผู้เล่นจะต้องป้องกันมอนสเตอร์มากหน้าหลายตา และในบางครั้งอาจจะโถมเข้ามาเป็นจำนวนมากในเวลาเดียวกัน ถือเป็นระบบการเล่นที่แหวกแนวไปจากการเล่นรูปแบบเดิมที่เราคุ้นเคยกัน


โดยรวม Monster Hunter Rise ปรับแต่งระบบต่างๆ ให้ดูเป็นเอกลักษณ์ในขณะที่ยังคงเสน่ห์ของซีรีส์ Monster Hunter ไว้ได้ เริ่มจากพัฒนาการเคลื่อไหวที่เน้นความรวดเร็วและลื่นไหลมากขึ้นจนไปถึงระบบการต่อสู้ที่เน้นความมันสืแบบเต็มสูบ โดยที่ไม่ไปรบกวนระบบเกมเพลย์ RPG เลยแม้แต่นิด ทำให้ผู้เล่นใหม่และเก่าสามารถเรียนรู้และสนุกไปกับเกมนี้บนเครื่อง Switch ได้อย่างเต็มศักยภาพ

รีวิว Monster Hunter Rise

แหล่งที่มา
gamespot.com

บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop US สำหรับเติม Nintendo Switch

10000+ ขายแล้ว
$10 - $50
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop JP สำหรับเติม Nintendo Switch

4493 ขายแล้ว
¥500 - ¥5,000
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop MX สำหรับเติม Nintendo Switch, 3DS

306 ขายแล้ว
MX $200
บัตรเติมเงิน / บัตรเติมเกม

Nintendo eShop AU สำหรับเติม Nintendo Switch

15 ขายแล้ว
AU $15 - AU $60
แชท