ชื่อเกม: Splatoon Raiders
แพลตฟอร์ม: Nintendo Switch 2
วันวางจำหน่าย: 23 กรกฎาคม 2026
แนวเกม: Action Shooter / Looter Shooter / Single-player focused
ผู้พัฒนาและจัดจำหน่าย: Nintendo
รูปแบบการเล่น: เน้นเล่นคนเดียว พร้อมโหมด co-op raid ออนไลน์
คะแนนรีวิวจาก GameSpot: 8/10 — Great
Splatoon Raiders เป็นเกมสปินออฟภาคแรกของซีรีส์ Splatoon ที่หยิบเอกลักษณ์หลักของเกม ไม่ว่าจะเป็นการยิงหมึก การเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ที่ถูกย้อมสี อาวุธหลากหลายชนิด และศัตรู Salmonids มาจัดวางใหม่ในรูปแบบเกม Looter Shooter ที่เน้น PvE เป็นหลัก แทนที่จะให้ผู้เล่นแข่งกันย้อมพื้นที่เหมือนภาคหลัก เกมภาคนี้ให้ผู้เล่นออกลุยด่าน เก็บของ ต่อสู้กับศัตรู อัปเกรดอุปกรณ์ และสร้างบิลด์การเล่นของตัวเอง
รีวิวเกม Splatoon Raiders — สปินออฟที่พิสูจน์ว่า Splatoon ก็เป็น Looter Shooter ชั้นดีได้
เนื้อเรื่องโดยละเอียด
ใน Splatoon Raiders ผู้เล่นรับบทเป็นช่างเครื่องที่ร่วมเดินทางไปกับวง Deep Cut ซึ่งเป็นสามตัวละครหลักจาก Splatoon 3 ได้แก่ Shiver, Frye และ Big Man โดยเรื่องราวพาผู้เล่นไปยัง Spirhalite Islands หมู่เกาะลึกลับที่เต็มไปด้วยสมบัติ วัตถุดิบ และอันตรายจากเหล่า Salmonids
แกนหลักของเรื่องไม่ได้เน้นดราม่าหนักหรือการเล่าเรื่องซับซ้อนแบบเกม RPG ขนาดใหญ่ แต่ใช้โครงสร้างแบบผจญภัยล่าสมบัติ ผู้เล่นต้องออกสำรวจเกาะต่าง ๆ เก็บ Power Eggs, ขุดหาแร่หรือคริสตัล, ซ่อมแซมและพัฒนาอุปกรณ์ รวมถึงช่วยให้ทีมสามารถเอาตัวรอดและเดินหน้าสำรวจพื้นที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ
จุดที่น่าสนใจคือการนำ Deep Cut มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเล่น ไม่ใช่แค่ตัวละครประกอบในเนื้อเรื่อง สมาชิกแต่ละคนสามารถเข้าร่วมภารกิจผ่านหุ่นหรือบอทสนับสนุน และยังเชื่อมกับท่าไม้ตาย Showstopper ที่ช่วยพลิกสถานการณ์ในสนามรบได้ เช่น ความสามารถของ Shiver ที่เรียกฉลามขนาดใหญ่พุ่งผ่านสนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าที่รีวิวของ GameSpot ระบุว่าช่วยเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันได้หลายครั้ง
โดยรวมแล้ว เนื้อเรื่องของ Splatoon Raiders ทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้เกมเพลย์มากกว่าเป็นจุดขายหลัก แต่ก็เข้ากับโทนสนุก สีสันจัดจ้าน และโลกของ Splatoon ได้ดี เหมาะกับเกมที่ต้องการให้ผู้เล่นวนลูปออกลุยด่าน กลับฐาน เช็กของใหม่ แล้วออกไปลุยต่อ
ระบบการเล่น
หัวใจของ Splatoon Raiders คือการเปลี่ยน Splatoon ให้กลายเป็นเกมยิงแบบ PvE ที่เน้นการเก็บของและพัฒนาตัวละคร ผู้เล่นไม่ได้ลงสนามเพื่อแข่งขันกับทีมอื่น แต่ต้องรับมือกับฝูง Salmonids ในภารกิจหลายรูปแบบ เช่น เก็บ Power Eggs ภายในเวลาที่กำหนด สำรวจแผนที่เพื่อรวบรวมคริสตัล หรือคุ้มกันเครื่องขุดเพื่อเดินหน้าหาสมบัติ
สิ่งที่ทำให้เกมเพลย์โดดเด่นคือระบบอาวุธและ Gadgets อาวุธหลักจากซีรีส์ Splatoon ยังกลับมาครบหลายประเภท เช่น Shooters, Splatanas, Dualies, Sloshers และ Rollers แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนจากการย้อมพื้นที่แข่งกับผู้เล่นคนอื่นมาเป็นการสู้กับศัตรูจำนวนมาก อาวุธบางชนิดจึงใช้งานได้ดีต่างกันออกไป อาวุธยิงเร็วอย่าง Shooters และ Dualies ดูจะเข้ากับเกมมากกว่า ในขณะที่ Roller ซึ่งเคยเด่นในโหมดแข่งขันแบบย้อมพื้นที่ อาจไม่เหมาะกับการรับมือฝูงศัตรูมากนัก
ระบบ Gadgets คือจุดที่ช่วยให้ Splatoon Raiders มีตัวตนของตัวเอง ผู้เล่นสามารถเลือก Tank ได้ 3 สาย ได้แก่ Speed, Power และ Tactical ซึ่งแต่ละสายจะปลดล็อกอุปกรณ์สนับสนุนต่างกัน เช่น Booyarang, Splatellites และ Shot Pot auto-turret อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่สกิลเสริม แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสไตล์การเล่นของผู้เล่น
Gadgets ยังสามารถใส่ชิ้นส่วนปรับแต่งเพื่อเพิ่มพลัง เพิ่มพื้นที่โจมตี ลดคูลดาวน์ หรือเพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษ เช่น ความเสียหายไฟไหม้ การโจมตีพื้นที่กว้าง หรือการปรับให้ใช้งานได้ถี่ขึ้น ระบบนี้ทำให้เกมมีความเป็น Looter Shooter ชัดเจน เพราะผู้เล่นจะอยากทดลองของใหม่ ปรับบิลด์ และหาวิธีรับมือศัตรูที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ยังมี Showstopper หรือท่าไม้ตายที่ผูกกับสมาชิก Deep Cut ที่ร่วมภารกิจไปด้วย ท่าเหล่านี้ชาร์จช้ากว่า Gadgets แต่มีพลังสูงและสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ในด่านได้ทันที เหมาะสำหรับใช้ตอนโดนศัตรูรุมหนักหรือเจอเป้าหมายสำคัญ
ด่านส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กำลังดีสำหรับเกมแนวฟาร์มของ เข้าไปลุย เก็บของ กลับฐาน เช็กอุปกรณ์ แล้วออกลุยใหม่ ลูปการเล่นนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ GameSpot ชื่นชมมาก เพราะทำให้เกมเล่นง่าย หยิบมาเล่นสั้น ๆ ได้ แต่ก็มีแรงจูงใจให้เล่นต่ออีกด่านอยู่เรื่อย ๆ
จุดเด่น
จุดเด่นที่สุดของ Splatoon Raiders คือการดัดแปลงสูตรของ Splatoon ให้เข้ากับแนว Looter Shooter ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ระบบยิงหมึก การเคลื่อนที่เร็วผ่านพื้นที่สีของตัวเอง และศัตรู Salmonids เข้ากับการเล่นแบบ PvE มากกว่าที่คาดไว้ ทำให้เกมไม่ได้รู้สึกเหมือนภาคเสริมเล็ก ๆ แต่เหมือนเป็นทิศทางใหม่ที่สามารถยืนคู่กับภาคหลักได้
ระบบ Gadgets และการปรับแต่งชิ้นส่วนช่วยให้ผู้เล่นสร้างบิลด์ได้หลากหลาย ยิ่งเล่นยิ่งเห็นวิธีประยุกต์ใช้อุปกรณ์ในสนามมากขึ้น เช่น ใช้ Splatellites เพื่อโจมตี ป้องกัน หรือสร้างเส้นทางหมึกสำหรับเคลื่อนที่เร็ว เกมจึงไม่ได้มีแค่การยิงศัตรูไปเรื่อย ๆ แต่มีการคิดจังหวะ วางตำแหน่ง และเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับสถานการณ์
อีกจุดที่ดีคือจังหวะของด่านที่สั้น กระชับ และเหมาะกับแนวเก็บของ ด่านประมาณ 10 นาทีทำให้เกมไม่ยืดเยื้อ แต่ยังให้ความรู้สึกคุ้มค่าทุกครั้งที่จบด่าน เพราะผู้เล่นจะได้ของใหม่ ค่าประสบการณ์ หรือทรัพยากรสำหรับพัฒนาตัวละคร
สนามรบกับฝูง Salmonids ก็เป็นจุดที่สนุกมาก โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่ศัตรูเริ่มถาโถมหนักขึ้น ผู้เล่นต้องจัดลำดับความสำคัญว่าจะกำจัดตัวไหนก่อน ใช้ Gadget ตอนไหน และจะเคลื่อนที่หนีหรือบุกต่ออย่างไร ความวุ่นวายแบบควบคุมได้ทำให้การเล่นมีพลังและไม่จำเจง่าย
จุดด้อย
แม้ Splatoon Raiders จะปรับสูตรได้ดี แต่ก็มีจุดที่ยังไม่ลงตัว อาวุธบางประเภทจาก Splatoon ภาคหลักไม่ได้เหมาะกับบริบท PvE เท่าที่ควร โดยเฉพาะอาวุธที่เคยมีบทบาทด้านการย้อมพื้นที่หรือคุมโซนในโหมดแข่งขัน เมื่อมาอยู่ในเกมที่ต้องสู้กับศัตรูเป็นฝูง อาวุธเหล่านั้นอาจรู้สึกด้อยกว่าอาวุธยิงเร็วหรืออาวุธที่จัดการศัตรูได้ตรงกว่า
อีกจุดหนึ่งคือระบบพัฒนา Tank และ Showstopper หากผู้เล่นใช้สายใดสายหนึ่งจนเลเวลเต็ม เกมจะยังคงสนับสนุนให้ลองเปลี่ยนไปใช้สายอื่น แต่ความยากของด่านที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การเปลี่ยนไปใช้สายที่ยังพัฒนาน้อยอาจรู้สึกเสียเปรียบ ผู้เล่นจึงมีแนวโน้มจะยึดกับบิลด์เดิม แม้ค่าประสบการณ์ที่ได้หลังจากนั้นจะไม่เกิดประโยชน์กับสายที่เต็มแล้วก็ตาม
เปรียบเทียบกับเกมใกล้เคียง
เมื่อเทียบกับ Splatoon 3 ความแตกต่างชัดเจนที่สุดคือเป้าหมายของเกม Splatoon 3 เป็นเกมที่ขับเคลื่อนด้วยโหมดมัลติเพลเยอร์ แข่งขันย้อมพื้นที่และยิงปะทะกับผู้เล่นคนอื่น ส่วน Splatoon Raiders ย้ายจุดสนใจไปที่การลุย PvE เก็บของ อัปเกรดอุปกรณ์ และเล่นแคมเปญคนเดียวอย่างเต็มตัว ใครที่ชอบโลกของ Splatoon แต่ไม่ชอบความกดดันจากการแข่งขันออนไลน์ อาจรู้สึกว่า Raiders เข้าถึงง่ายกว่า
ถ้าเทียบกับเกม Looter Shooter อย่าง Borderlands หรือ Destiny จุดร่วมคือการออกลุยเพื่อเก็บของใหม่ ปรับบิลด์ และพัฒนาตัวละครให้แข็งแรงขึ้น แต่ Splatoon Raiders มีโทนที่เบากว่า สีสันสดใสกว่า และใช้จังหวะด่านที่สั้นกว่า ไม่ได้เน้นเนื้อเรื่องจริงจังหรือระบบออนไลน์ระยะยาวแบบ Live Service เท่ากับเกมเหล่านั้น
กลุ่มคนที่น่าจะสนใจ
Splatoon Raiders เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบโลกและสไตล์ของ Splatoon แต่ไม่อยากเล่น PvP แข่งขันตลอดเวลา เกมนี้เปิดโอกาสให้สนุกกับระบบยิงหมึกและตัวละครของซีรีส์ในรูปแบบที่เป็นมิตรกับผู้เล่นสายเดี่ยวมากขึ้น
เกมนี้ยังเหมาะกับคนที่ชอบเกมแนว Looter Shooter แต่ต้องการอะไรที่เล่นง่าย จังหวะไว และไม่หนักเท่าเกมฟาร์มของขนาดใหญ่ ด่านที่ใช้เวลาไม่นานทำให้เหมาะกับการเล่นเป็นช่วง ๆ แต่ระบบของรางวัลและการอัปเกรดก็ยังมีแรงดึงดูดให้กลับมาเล่นต่อ
แฟน Splatoon ที่ชอบ Salmon Run น่าจะสนใจเป็นพิเศษ เพราะ Raiders เหมือนการขยายแนวคิดการสู้กับ Salmonids ให้กลายเป็นเกมเต็มที่มีระบบก้าวหน้าและการปรับแต่งมากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการ Splatoon ภาคใหม่ที่เน้นแข่งออนไลน์เป็นหลัก หรือคาดหวัง PvP แบบ Turf War, Ranked Battle หรือประสบการณ์มัลติเพลเยอร์เต็มรูปแบบ เกมนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณกำลังมองหา
คะแนนรีวิว
คะแนนจาก GameSpot: 8/10 — Great
GameSpot ชื่นชมว่า Splatoon Raiders มีลูปการเล่นที่สนุก Gadgets และระบบปรับแต่งช่วยให้เกมมีความหลากหลาย การต่อสู้กับ Salmonids ให้ความเข้มข้นที่พอดี และด่านสั้น ๆ ทำให้การฟาร์มของมีจังหวะที่ดี ขณะเดียวกันก็มีข้อติเรื่องอาวุธบางชนิดที่ไม่เข้ากับรูปแบบ PvE และระบบพัฒนา Tank/Showstopper ที่ทำให้การเปลี่ยนไปใช้สายอื่นช่วงท้ายเกมรู้สึกไม่ค่อยคุ้ม
บทสรุป
Splatoon Raiders เป็นสปินออฟที่น่าสนใจมาก เพราะไม่ได้แค่หยิบชื่อ Splatoon มาเปลี่ยนแนวแบบผิวเผิน แต่สามารถแปลงระบบพื้นฐานของซีรีส์ให้เข้ากับเกม Looter Shooter ได้อย่างลงตัว การยิงหมึก การเคลื่อนที่ การรับมือศัตรูจำนวนมาก และการฟาร์มของใหม่ผสานกันจนเกิดลูปการเล่นที่สนุก กระชับ และมีเอกลักษณ์
แม้จะมีข้อเสียเรื่องสมดุลอาวุธบางประเภทและระบบพัฒนาสายที่อาจทำให้ผู้เล่นไม่อยากเปลี่ยนบิลด์ช่วงท้ายเกม แต่ภาพรวม Splatoon Raiders ยังคงเป็นเกมที่พิสูจน์ว่า Splatoon สามารถขยายตัวออกจากสนามแข่ง PvP ได้อย่างแข็งแรง
สำหรับเจ้าของ Nintendo Switch 2 ที่ชอบเกมยิงสีสันสดใส เล่นคนเดียวได้ สนุกแบบไม่เครียด และมีระบบเก็บของให้อยากกลับมาเล่นซ้ำ Splatoon Raiders เป็นเกมที่ควรจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าคุณเคยสนใจโลกของ Splatoon แต่ไม่เคยอยากลงสนามแข่งขันออนไลน์ เกมภาคนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะที่สุดของคุณ
อ้างอิงข้อมูลหลักจากรีวิว GameSpot ซึ่งระบุคะแนน 8/10, วันวางจำหน่าย 23 กรกฎาคม 2026, แพลตฟอร์ม Nintendo Switch 2 และจุดเด่น-จุดด้อยของเกม รวมถึงข้อมูลทางการจาก Nintendo ที่ระบุว่าเกมเป็นแอ็กชันชูตเตอร์เน้นเล่นคนเดียวบน Nintendo Switch 2 ร่วมกับ Deep Cut ใน Spirhalite Islands