LEGO Party! Nintendo Switch 2 Edition นำเกมปาร์ตี้สไตล์ Mario Party มาปรับแต่งด้วยโลก LEGO, มินิเกม 60 แบบ และระบบสร้าง Minifigure ที่มีตัวเลือกมหาศาล พร้อมรองรับทั้ง Local และ Online สูงสุด 4 คน
เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 เพิ่มความคมชัดและ Frame Rate ให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้เนื้อหาเฉพาะเครื่องใหม่จะไม่ได้เพิ่มมากนัก แต่ด้วยมินิเกมที่สนุกและกติกาที่ปรับแต่งได้หลากหลาย ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งเกมปาร์ตี้ที่เหมาะมากสำหรับเล่นกับเพื่อนและครอบครัว
ข้อมูลเกม LEGO Party! Nintendo Switch 2 Edition
ชื่อเกม: LEGO Party! Nintendo Switch 2 Edition
ผู้พัฒนา: SMG Studio
ผู้จัดจำหน่าย: Fictions
แนวเกม: Party / Board Game / Minigame
จำนวนผู้เล่น: 1-4 คน
Local Multiplayer: 1-4 คน
Online Multiplayer: 1-4 คน
Cross-platform Play: รองรับ
แพลตฟอร์มของเวอร์ชันนี้: Nintendo Switch 2
วันวางจำหน่าย: 31 กรกฎาคม 2026 ในยุโรป โดยโซนอเมริกาเหนือวางจำหน่ายตั้งแต่ 30 กรกฎาคม 2026
ขนาดเกมบน Nintendo Switch 2: ประมาณ 6.8 GB
รีวิวเกม LEGO Party! Nintendo Switch 2 Edition – ปาร์ตี้ตัวต่อที่ท้าชน Mario Party ได้สนุกเกินคาด
เกม LEGO Party! รุ่นดั้งเดิมเปิดตัวมาก่อนบน PC, PlayStation, Xbox และ Nintendo Switch ก่อนที่ SMG Studio จะนำเกมมาปรับปรุงเป็น Nintendo Switch 2 Edition ซึ่งสิ่งที่เพิ่มขึ้นสำหรับเครื่องใหม่โดยตรงคือ ความละเอียดภาพที่สูงขึ้นและ Frame Rate ที่ดีขึ้น ขณะที่เจ้าของเกมเวอร์ชัน Nintendo Switch เดิมสามารถอัปเกรดเป็น Switch 2 Edition ได้ฟรี
LEGO Party! เป็นเกมแบบไหน?
ถ้ามองภาพรวมแบบง่ายที่สุด LEGO Party! คือเกมที่ได้รับอิทธิพลจาก Mario Party อย่างชัดเจน
ผู้เล่นสูงสุด 4 คนเลือก Minifigure ของตัวเอง ก่อนเข้าสู่กระดานที่เรียกว่า Challenge Zone เป้าหมายคือเดินไปรอบกระดาน สะสม Studs เข้าร่วมเหตุการณ์ต่างๆ และพยายามเก็บ Golden Bricks ให้ได้มากที่สุดก่อนเกมจบ
ระหว่างการแข่งขันจะมีมินิเกมแทรกเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งเกมที่วัดความเร็ว ความแม่นยำ การแก้ปัญหา การควบคุมยานพาหนะ ไปจนถึงกิจกรรมวุ่นวายที่ตั้งใจสร้างเสียงหัวเราะเวลาเล่นหลายคน
ไม่มีเนื้อเรื่องหลัก แต่ใช้บรรยากาศ Game Show เป็นตัวเดินเกม
LEGO Party! ไม่ได้มี Campaign หรือเนื้อเรื่องหลักแบบเกม LEGO Batman หรือ LEGO Star Wars เพราะนี่คือเกมปาร์ตี้ที่ออกแบบมาให้เปิดขึ้นมาแล้วเล่นแข่งกับเพื่อนทันที
สิ่งที่ทำหน้าที่แทนเนื้อเรื่องคือการนำเสนอในรูปแบบ Game Show โดยมีพิธีกรสองคนคอยพากย์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
ระบบ Live Commentary กลายเป็นหนึ่งในรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มบุคลิกให้เกม เพราะพิธีกรมีบทพูดตอบสนองต่อสถานการณ์หลากหลาย ตั้งแต่คนที่กำลังขึ้นนำ การแย่ง Golden Brick ไปจนถึงเหตุการณ์แปลกๆ บนกระดาน
Nintendo Life ชื่นชมว่าจำนวนบทพูดที่เตรียมไว้ค่อนข้างมากและมุกหลายจุดทำงานได้ดี และสำหรับคนที่ไม่ชอบเสียงพากย์ตลอดเวลา เกมก็มีตัวเลือกปิดระบบนี้ได้
Challenge Zone กระดานหลักของเกม
โหมดหลักของ LEGO Party! คือ Challenge Zone
ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 กระดานหลัก ได้แก่ธีม LEGO NINJAGO, Pirates, Space และ Theme Park ซึ่งถือว่าไม่เยอะนักเมื่อเทียบกับเกมปาร์ตี้ที่ต้องพึ่งการเล่นซ้ำเป็นหลัก แต่แต่ละกระดานได้รับการออกแบบให้มีระบบและเหตุการณ์แตกต่างกันพอสมควร
จุดเด่นคือกระดานไม่ได้อยู่นิ่งตลอดการแข่งขัน
เมื่อเกมดำเนินไป เหตุการณ์ใหม่สามารถเกิดขึ้น เส้นทางอาจเปลี่ยน และกลไกของฉากจะค่อยๆ เพิ่มความวุ่นวายมากขึ้น เช่น กระดาน Space ที่เริ่มจากการเดินทางระหว่างฐานอวกาศ ก่อนสถานการณ์จะขยายไปสู่การรับมือกับเอเลียนในช่วงท้าย
วิธีนี้ช่วยให้การแข่งขันช่วงต้นและช่วงท้ายให้บรรยากาศต่างกัน และทำให้เกมมีความรู้สึกเหมือนกำลังไต่ระดับไปสู่ช่วง Climax มากกว่าการเดินวนอยู่บนกระดานเดิมตั้งแต่ต้นจนจบ
มินิเกม 60 แบบคือจุดแข็งสำคัญ
ตัวเกมมี มินิเกมทั้งหมด 60 แบบ ครอบคลุมกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่การแข่งขัน Rally, ทำอาหารให้เอเลียน, หนีออกจากสุสานที่กำลังพัง ไปจนถึงเกมเต้นและกิจกรรมในธีม LEGO ต่างๆ
สิ่งที่ทำได้ดีคือมินิเกมส่วนใหญ่เข้าใจกติกาได้รวดเร็ว คนที่ไม่ได้เล่นเกมเป็นประจำก็สามารถหยิบ Controller ขึ้นมาเล่นได้โดยไม่ต้องเรียนระบบซับซ้อน
ในเวลาเดียวกัน หลายเกมยังมีพื้นที่ให้ใช้ฝีมือจริง ทำให้ผู้เล่นที่ควบคุมแม่นหรือเข้าใจกลไกสามารถสร้างความได้เปรียบได้ ต่างจากมินิเกมที่ใช้โชคเป็นหลักจนผลการแข่งขันแทบควบคุมไม่ได้
COGconnected มองว่าส่วนมินิเกมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่แข็งแรงที่สุดของเกม โดยชื่นชมความหลากหลายและความสมดุลระหว่างความเข้าใจง่ายกับการแข่งขันจริงจัง
แต่ข้อจำกัดที่เห็นได้ชัดคือ LEGO Party! ไม่มีมินิเกมแบบ 1 ต่อ 3
รูปแบบการแข่งขันจึงเน้น Free-for-all และ 2v2 เป็นหลัก ทำให้ความหลากหลายในแง่การแบ่งทีมยังเป็นรอง Mario Party อยู่เล็กน้อย
มินิเกมไม่ได้มีไว้แค่แจกเงินก่อนเดินกระดาน
อีกหนึ่งการเปลี่ยนสูตรที่น่าสนใจคือ LEGO Party! จัดมินิเกมไว้ ช่วงเริ่มต้นของแต่ละรอบ แทนที่จะเล่นหลังทุกคนเดินเสร็จเหมือน Mario Party หลายภาค
อันดับที่ผู้เล่นทำได้จากมินิเกมจะเป็นตัวกำหนดลำดับการเดินของรอบนั้น
รายละเอียดเล็กๆ นี้มีผลกับเกมมากกว่าที่คิด เพราะถ้ามี Golden Brick อยู่ใกล้ผู้เล่นหลายคน การชนะมินิเกมและได้สิทธิ์เดินก่อนสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ทั้งรอบได้ทันที
Update 1.6 ทำให้กระดานเดิมเล่นซ้ำได้สนุกขึ้น
จำนวนเพียง 4 กระดานถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของเกม แต่ Update 1.6 ช่วยแก้ปัญหาในระดับหนึ่งด้วยการเพิ่มกติกาพิเศษสำหรับ Challenge Zone
มีโหมดใหม่ 4 รูปแบบ ได้แก่
Crazy Feet – ช่องบนกระดานเปลี่ยนแบบสุ่มเมื่อมีคนเดินผ่านRaining Bricks – Golden Bricks จะตกลงมาบนกระดานทุก 2 รอบStinky Feet – ช่องที่ถูกเดินผ่านจะค่อยๆ เสื่อมสภาพและกลายเป็นอันตรายHidden Brick – มีกล่องสมบัติหลายใบตกลงบนกระดาน แต่มีเพียงใบเดียวที่ซ่อน Golden Brick อยู่
นอกจากนี้ยังมี Advanced Game Rules ที่ให้ปรับราคาของ Golden Brick, กำหนดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมถึงตั้งค่าให้สามารถซื้อ Golden Brick หลายชิ้นในการพบผู้ขายหนึ่งครั้งได้
ระบบเหล่านี้ช่วยให้กลุ่มเพื่อนสามารถปรับ LEGO Party! จากเกมปาร์ตี้ธรรมดาไปสู่การแข่งขันที่วุ่นวายหรือจริงจังขึ้นได้ตามต้องการ และเพิ่ม Replay Value ให้กับกระดานจำนวนไม่มากได้พอสมควร
สร้าง Minifigure ได้มหาศาล
ด้วยความที่เป็นเกม LEGO ระบบสร้างตัวละครจึงเป็นอีกส่วนที่ขาดไม่ได้
เกมระบุว่ามีความเป็นไปได้ในการประกอบ Minifigure มากกว่า 1 พันล้าน Combination จากชิ้นส่วนและชุดต่างๆ ทำให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนหัว ลำตัว ขา เครื่องแต่งกาย และส่วนประกอบอื่นเพื่อสร้างตัวละครของตัวเองได้
การเล่นจะค่อยๆ ปลดล็อกชิ้นส่วนใหม่ ทำให้มีแรงจูงใจในการกลับมาเล่นเพื่อสะสมของแต่งตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม นี่ก็มีจุดที่น่าเสียดาย เพราะแม้ LEGO จะมีประวัติการร่วมมือกับ IP ชื่อดังจำนวนมหาศาล แต่ตัวละครส่วนใหญ่ในเกมยังเป็น Minifigure ทั่วไปหรือชุดจากธีม LEGO มากกว่าการยกกองทัพตัวละครจากภาพยนตร์และเกมดังเข้ามา
เล่นคนเดียวได้ แต่เกมเกิดมาเพื่อเล่นหลายคน
LEGO Party! สามารถเล่นคนเดียวกับ CPU ได้ และมีโหมดสำหรับไล่ทำคะแนนในมินิเกมบางประเภท แต่เสน่ห์ที่แท้จริงยังอยู่ที่ Multiplayer
ผู้เล่นสามารถเล่นแบบ Couch Multiplayer บนเครื่องเดียวได้สูงสุด 4 คน หรือเล่น Online สูงสุด 4 คน และยังรองรับ Cross-platform Multiplayer ทำให้ผู้เล่น Nintendo Switch 2 สามารถเล่นกับเพื่อนที่ใช้แพลตฟอร์มอื่นได้
Update 1.6 ยังเพิ่ม Public Lobby ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนครบกลุ่มอีกต่อไป เพราะสามารถ Host หรือเข้าหาห้องสาธารณะเพื่อเล่น Challenge Zone และ Minigame Rush กับผู้เล่นออนไลน์คนอื่นได้
สำหรับเกมประเภท Party นี่ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะปัญหาหนึ่งของเกมแนวนี้คือถ้าไม่มีเพื่อนอยู่ด้วยกัน เกมแทบสูญเสียจุดขายไปครึ่งหนึ่งทันที
จุดเด่น
มินิเกม 60 แบบ มีความหลากหลายและเล่นเข้าใจง่าย ระบบ Challenge Zone สนุกและมีกระดานที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการแข่งขัน มินิเกมมีผลต่อลำดับการเดิน ทำให้ทุกการแข่งขันมีความหมาย มีตัวเลือกปรับกติกาของกระดานค่อนข้างเยอะ Update 1.6 เพิ่มรูปแบบการเล่นใหม่ ช่วยเพิ่ม Replay Value ระบบสร้าง Minifigure มีตัวเลือกจำนวนมหาศาล บรรยากาศ LEGO สดใสและเต็มไปด้วยรายละเอียด Live Commentary มีมุกและบทพูดหลากหลาย Local Multiplayer สูงสุด 4 คน Online Multiplayer และ Cross-platform Play มี Public Lobby สำหรับหาเพื่อนเล่นออนไลน์ ภาพและ Frame Rate ดีขึ้นบน Nintendo Switch 2 เจ้าของเวอร์ชัน Nintendo Switch เดิมอัปเกรดเป็น Switch 2 Edition ได้ฟรี
จุดด้อย
มี Challenge Zone หลักเพียง 4 กระดาน ไม่มีมินิเกมแบบ 1v3 โครงสร้างโดยรวมยังใกล้เคียง Mario Party มาก มีไอเดียใหม่ แต่ยังไม่ได้กล้าเปลี่ยนสูตรเกมปาร์ตี้มากนัก ตัวละครจาก Licensed IP ของ LEGO มีน้อยกว่าที่ศักยภาพของแบรนด์ควรทำได้ ช่วงเวลาสำคัญ เช่น การได้ Golden Brick หรือชนะมินิเกม ยังขาดความอลังการและแรงกระแทกด้าน Presentation เมื่อเทียบกับ Mario Party Nintendo Switch 2 Edition เน้นการเพิ่ม Resolution และ Frame Rate มากกว่าเพิ่มเนื้อหาใหม่เฉพาะเครื่อง
กลุ่มคนที่น่าจะสนใจ
LEGO Party! Nintendo Switch 2 Edition เหมาะกับ
คนที่ชอบ Mario Party และต้องการเกมแนวเดียวกันเพิ่ม ครอบครัวที่หาเกมเล่นพร้อมกัน 2-4 คน กลุ่มเพื่อนที่ชอบ Couch Multiplayer คนที่ต้องการเกมปาร์ตี้สำหรับงานสังสรรค์ แฟน LEGO คนที่ชอบสร้างและแต่ง Minifigure ผู้เล่นที่มีเพื่อนอยู่คนละแพลตฟอร์มและต้องการ Cross-play เจ้าของ Nintendo Switch 2 ที่ต้องการเกม Multiplayer เล่นง่าย เจ้าของ LEGO Party! บน Switch เดิม เพราะสามารถรับ Switch 2 Upgrade ได้ฟรี
ในทางกลับกัน ถ้าเล่นคนเดียวเป็นหลัก LEGO Party! อาจไม่ใช่เกมที่คุ้มที่สุด เพราะถึงจะมี Solo Mode และ CPU ให้เล่นด้วย แต่ความสนุกส่วนใหญ่เกิดจากการแกล้ง แข่งขัน และหัวเราะไปพร้อมกับผู้เล่นคนอื่น
คะแนนรีวิว
Nintendo Life: 8/10 – Great
Nintendo Life ชื่นชมมินิเกมที่สร้างสรรค์ กระดาน LEGO ที่มีกลไกเปลี่ยนแปลงระหว่างเกม ตัวเลือกปรับแต่งที่หลากหลาย ระบบ Live Commentary และ Performance ของ Nintendo Switch 2 แต่หักคะแนนจากจำนวนกระดานที่น้อย ไม่มีมินิเกม 1v3 และเกมยังอาศัยสูตรของ Mario Party ค่อนข้างมาก
COGconnected: 80/100
COGconnected ยกให้มินิเกม กระดาน และ Presentation เป็นส่วนที่โดดเด่น พร้อมมองว่า LEGO Party! เป็นหนึ่งในเกม Local Multiplayer ที่สนุกมากสำหรับการเล่นกับเพื่อนและครอบครัว แต่ยังเสียดายตัวเลือกตัวละครและการที่เกมคล้าย Party Game รุ่นพี่มากเกินไป
บทสรุป
LEGO Party! Nintendo Switch 2 Edition อาจไม่ได้พยายามปฏิวัติเกมแนว Party และมันก็แทบไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำว่า “Mario Party แบบ LEGO” ได้เลย
แต่การเป็นเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากของดีไม่ใช่ปัญหา ถ้าผู้พัฒนาเข้าใจว่าของเดิมสนุกตรงไหน และ LEGO Party! ทำส่วนนี้ได้ค่อนข้างสำเร็จ
มินิเกม 60 แบบคือหัวใจสำคัญ หลายเกมเข้าใจกติกาได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คนที่มีฝีมือเอาชนะได้จริง การนำผลมินิเกมมากำหนดลำดับการเดินก็เป็นการเปลี่ยนสูตรเล็กๆ ที่ช่วยให้การแข่งขันแต่ละรอบมีความหมายมากขึ้น
Challenge Zone ทั้ง 4 แห่งอาจน้อยไปหน่อย แต่แต่ละกระดานมีเหตุการณ์และกลไกของตัวเอง ขณะที่ Update 1.6 เพิ่มกฎและโหมดใหม่เข้ามาช่วยให้การเล่นซ้ำมีความวุ่นวายมากขึ้น
สิ่งที่ Nintendo Switch 2 Edition เพิ่มเข้ามาไม่ได้หวือหวา เพราะแกนหลักคือ ภาพคมขึ้นและ Frame Rate ดีขึ้น ไม่ได้มี Expansion หรือมินิเกมพิเศษเฉพาะ Switch 2 แต่สำหรับเกมที่เหมาะกับการพกไปเล่นกับเพื่อนอยู่แล้ว Performance ที่ดีขึ้นช่วยให้มันลงตัวกับเครื่องใหม่มากกว่าเดิม
ที่สำคัญ เจ้าของเกมบน Nintendo Switch เดิมสามารถอัปเกรดเป็น Nintendo Switch 2 Edition ได้ฟรี จึงแทบไม่มีเหตุผลที่จะไม่อัปเกรดถ้ามี Switch 2 อยู่แล้ว
สำหรับคนที่กำลังหาเกม Multiplayer เอาไว้เล่นกับเพื่อนหรือครอบครัว LEGO Party! Nintendo Switch 2 Edition เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก และถึงมันจะยังไม่สามารถแย่งมงกุฎจาก Mario Party ได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็ใกล้เคียงมากพอที่จะไม่ถูกมองว่าเป็นแค่ของเลียนแบบอีกต่อไป
คะแนนแนะนำ: 8/10